วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 5

ศึกชิงคัมภีร์ลับ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ถ้าเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกเพียงครึ่งก้าว กระบี่ในมือข้าเล่มนี้คงต้องขอทวงถามโลหิตจากคอหอยของเจ้าแล้วกระมัง" น้ำเสียงของหลี่มู่เหยาเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งพันปี นางยืนหยัดอยู่บนยอดเจดีย์ร้างท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางย้อมไปด้วยกลิ่นอายกระบี่ที่คมกริบจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น แววตาคู่สวยดั่งหงส์เหมันต์จ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชิงชัง ทั้งตัดพ้อ และระคนด้วยประกายความอาลัยที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา จ้าวหานไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายืนตระหง่านอยู่บนหลังคากระเบื้องเคลือบที่ผุพัง ร่างกายของเขาสะท้อนพลังปราณสีชาดที่แผ่พุ่งออกมาจากจุดตันtianอย่างต่อเนื่องเพื่อต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลจากเคล็ดวิชาหิมะไร้ลักษณ์ ในมือขวาของเขาไม่ได้ถือศาสตราวุธมีคมอันใด มีเพียง "กระบี่ไร้คม" ท่อนไม้สีดำสนิทที่ผ่านการขัดเกลาด้วยกาลเวลาและคราบเลือดแห่งความอยุติธรรม ทว่าต่อหน้ายอดฝีมือระดับนางเซียนแห่งหุบเขาหิมะไร้ลักษณ์ ท่อนไม้ท่อนนี้กลับทรงพลังกดดันไม่แพ้กระบี่วิเศษระดับนภา "มู่เหยา... เจ้ายังคงยึดติดกับความแค้นที่บรรพบุรุษของเจ้าสร้างขึ้นมาเองเช่นนั้นหรือ?" จ้าวหานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทุ้มนุ่มและเปี่ยมด้วยความจริงใจ "คัมภีร์ลับสุริยันจันทราไม่ได้อยู่ที่ข้า และข้าก็ไม่ได้เป็นผู้สังหารอาจารย์ของเจ้า ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าสายน้ำในยามนี้ เหตุใดเจ้าจึงยังปิดตาและปิดกั้นหัวใจของตนเองไว้เบื้องหลังม่านหมอกแห่งความลวงเล่า?" "หุบปาก!" สิ้นเสียงตวาด พายุหิมะขนาดย่อมก็ระเบิดขึ้นจากร่างของหลี่มู่เหยา นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่วิเศษ "เหมันต์สะท้านฟ้า" ก็หลุดออกจากฝักพร้อมกับเสียงหวีดหิวราภูตผีร่ำไห้ ประกายแสงสีฟ้าครามสาดส่องตัดความมืดมิดยามวิกาล วิชากระบี่เก้าเหมันต์ถูกแผ่ซ่านออกไปในพริบตา หยาดฝนรอบรัศมีร้อยวาแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มพุ่งเข้าหาจ้าวหานราวกับฝนห่าธนูมรณะ นี่คือการปะทะกันของยอดฝีมือหนุ่มสาวที่ทั่วทั้งยุทธภพต่างจับตามอง! จ้าวหานหรี่ตาลง ท่วงท่าการยืนของเขาเปลี่ยนไปเป็น "วิถีกระบี่หมัดพยัคฆ์" ที่ผสมผสานความดุดันของพยัคฆ์โผนทะยานเข้ากับความพลิ้วไหวของสายลม เขาก้าวเท้าออกไปด้วยค่ายกลย่างก้าวแปดทิศ ร่างกายวูบไหวราวกับภาพลวงตา กระบี่ไร้คมในมือตวัดวาดออกเป็นวงโค้งสีทองแดง อัดแน่นด้วยพลังปราณหยางแท้จริงที่แผดเผาทุกสิ่งที่สัมผัส *ตูม! ตูม! ตูม!* การปะทะกันระหว่างพลังหยินสุดขั้วของหิมะไร้ลักษณ์และพลังหยางสุดขั้วของวิถีกระบี่ไร้คมสร้างแรงสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมืองโบราณ คลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนกำแพงเจดีย์รอบด้านแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เศษกระเบื้องและเกล็ดน้ำแข็งระเบิดกระจายกลายเป็นละอองหมอกสีขาวโพลนบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของคนทั้งสอง ทว่า ท่ามกลางพายุพลังปราณที่บ้าคลั่ง สายตาของทั้งคู่กลับประสานกันอย่างแนบแน่น จ้าวหานอาศัยจังหวะที่กระบี่ของหลี่มู่เหยาตวัดพลาดไปเสี้ยวลมหายใจ พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด ฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวบางที่กำลังถือกระบี่ไว้แน่น แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด หัวใจที่เต้นรัวไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ หากแต่มาจากความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานแรมปี "ปล่อยข้า!" หลี่มู่เหยากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตฉายแววสั่นไหว นางพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อผลักไสเขาออกไป แต่จ้าวหานกลับใช้ท่อนแขนอีกข้างโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "ต่อให้เจ้าจะต้องกระบี่แทงทะลุหัวใจข้าในวันนี้ ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง... มู่เหยา เจ้าฟังเสียงหัวใจของข้าสิ มันไม่เคยโกหกเจ้าเลยสักครั้ง" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของหญิงสาว นางนิ่งงอนไปชั่วขณะ กระบี่ในมือที่เคยหมายจะปลิดชีพเขากลับสั่นเทาจนแทบจะถือไว้ไม่ไหว ความเย็นชาที่นางสะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา น้ำตาอุ่นๆ หยดหนึ่งไหลรินอาบแก้มเนียนปะปนกับหยาดฝน แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความรู้สึกที่แท้จริงกำลังจะเอ่อล้นออกมานั้นเอง *ฉึบ!* เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมและเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องบน ไร้ซึ่งสัญญาณชีพ ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหว พลังปราณสีดำทมิฬพุ่งตรงเข้ามาหมายจะทะลวงศีรษะของจ้าวหานในคราเดียว! จ้าวหานเบิกตากว้าง สัญชาตญาณแห่งความตายเตือนภัยขั้นสูงสุด เขารีบผลักหลี่มู่เหยาออกไปด้านข้างทันที พร้อมกับยกกระบี่ไร้คมขึ้นรับการโจมตีปริศนานั้นอย่างสุดกำลัง *เปรี้ยง!* แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ร่างของจ้าวหานกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบวา เท้าไถลไปกับพื้นศิลาจนเกิดประกายไฟลุกโชน เขากระอักษำเลือดออกมาคำโต สีหน้าซีดขาวลงในพริบตา หลี่มู่เหยาตกใจจนหน้าถอดสี นางรีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ พร้อมกับหันไปตวาดกร้าวใส่เงาดำที่ปรากฏขึ้นบนยอดเจดีย์ "ผู้ใดกัน! กล้าดียังไง..." ทว่า เมื่อเงาดำปริศนาค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากความมืด เผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากครึ่งซีกและรอยยิ้มอันชวนขนหัวลุก พร้อมกับป้ายคำสั่งในมือที่สลักรูป "หมาป่าโลหิตเจ็ดดาว" หลี่มู่เหยาก็ต้องชะงักค้าง ร่างกายเย็นเฉียบลงทันทีราวกับตกอยู่ในขุมนรก "คุณหนูหลี่... นายท่านของเราฝากความคิดถึงมาถึงท่าน... และดูเหมือนว่า 'เป้าหมาย' ที่ท่านตกลงกันไว้ จะต้องถูกกำจัดทิ้ง ณ ที่นี้เสียแล้วกระมัง?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลมปราณแห่งโชคชะตามาด้วยกันในตอนนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม -
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%