วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 6

มิตรภาพท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยม

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เสียงคานไม้สนเก่าแก่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้า ราวกับกระดูกคนแก่ที่ใกล้แตกสลาย เต็มไปด้วยความเปราะบางและพร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ความมืดสลัวภายในโรงเตี๊ยมร้างริมชายป่าอสูรทมิฬถูกกรีดขาดด้วยแสงจันทร์สีครามที่สาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหลังคารั่ว กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ จ้าวหานทรุดกายลงพิงเสาไม้สักที่ผุกร่อน ลมหายใจของเขาติดขัดและร้อนผ่าวราวกับมีถ่านไฟคุอยู่ในทรวงอก พลังปราณคุ้มกายในจุดตันเทียนปั่นป่วนตลบอบอวลจนควบคุมไม่ได้ บาดแผลฉกรรจ์จากการปะทะกับ "เจ็ดทبارอสูรโลหิต" เมื่อยามสนธยายังคงส่งกระแสความเจ็บปวดเสียดแทงไปทั่วร่าง กระบี่ไร้คมในมือถูกปักยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงน้ำหนักตัวอันหนักอึ้ง เม็ดเหงื่อกาฬไหลยينผสานคราบเลือดบนใบหน้าคมคายที่ซีดเผือด ทว่า เบื้องหน้าของเขากลับปรากฏเงาร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ นางยืนสง่านิ่งราวกับเทพเซียนผู้สูงส่ง หลี่มู่เหยา แม้ชายผ้าคลุมจะเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นดินและรอยเลือด แต่นางยังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็นและสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคู่คมดั่งหงส์มองกวาดไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง หูเสี่ยวของนางขยับไหวรับฟังเสียงลมที่พัดผ่านโครงสร้างผุพังเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวภายนอก "เจ้ายังไหวหรือไม่?" น้ำเสียงเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์เอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอันบางเบาที่นางจงใจซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชา หลี่มู่เหยาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วเรียวยาวที่กุมด้ามกระบี่วิหคสวรรค์กลับสั่นเทาเล็กน้อย—ความลับนี้มีเพียงนางผู้เดียวที่รู้ พลังปราณของนางเองก็เสียหายไปถึงเจ็ดส่วนจากการต้านทานค่ายกลสะกดวิญญาณเมื่อครู่ จ้าวหานฝืนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันตนเอง แววตาของบุรุษผู้ทะนงในวิถีกระบี่ฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "หากข้าตายอยู่ที่นี่ ใครเล่าจะช่วยท่านชำระมลทินให้สำนัก และใครเล่าจะทวงความยุติธรรมให้ปรมาจารย์... วางใจเถอะ ข้ายังไม่อยากลงไปดื่มสุราลืมเลือนในปรภพตอนนี้หรอกครับ" คำพูดติดตลกในสถานการณ์คับขันทำเอาหลี่มู่เหยาต้องปรายตามองด้วยความหมั่นไส้ระคนชื่นชม นางแค่นเสียงเบาในลำคอ "ปากดีนัก... หมาป่าโลหิตแห่งพรรคอัคคีทมิฬนำกำลังคนนับร้อยปิดล้อมพวกเราไว้หมดแล้ว ค่ายกลสะกดรอยเท้าถูกกางกั้นไว้รอบรัศมีสามลี้ ต่อให้เจ้ามีปีกก็บินหนีไม่พ้น" "บางที... เราอาจไม่ต้องบิน" จ้าวหานหรี่ตาลง มองลอดรอยแตกของผนังไม้ไปยังทิศทางของหุบเขาเบื้องล่าง "ท่านจำบันทึกโบราณของหุบเขาหิมะไร้ลักษณ์ที่ท่านเคยกล่าวถึงเมื่อคืนได้หรือไม่? ทางน้ำใต้ดินที่เชื่อมต่อกับลำธารมังกรหลับไหล..." ดวงตาของหลี่มู่เหยาเป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง นางขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ทางน้ำใต้ดินนั้นเชี่ยวกรากและเต็มไปด้วยสัตว์อสูรบรรพกาล แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไป แล้วสภาพร่างกายของพวกเราในตอนนี้..." "ไม่มีเวลาให้ลังเลแล้วครับ มู่เหยา" จ้าวหานขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังอย่างประหลาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกที แรงกดดันจากจิตสังหารพุ่งทะลวงผ่านผนังไม้เข้ามาจนฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย "ความตายอยู่เบื้องหน้า หากไม่เสี่ยงทะยานผ่านประตูมรณะ เราก็จะเป็นเพียงซากศพไร้ชื่อบนแผ่นดินนี้" หลี่มู่เหยาเงียบงันไปชั่วอึดใจ นางมองลึกลงไปในดวงตาที่ฉายประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวของบุรุษผู้นี้ หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมานานนับปีกลับเต้นรำอย่างผิดจังหวะท่ามกลางความหนาวเหน็บ นางสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าสู่จุดตันเทียน แผ่ไอเย็นยะเยือกปกคลุมร่างจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมรอบกาย "หากเจ้าตายระหว่างทาง... ข้าจะฝังเจ้าไว้ใต้กองหิมะที่หนาวเหน็บที่สุด และจะไม่หลั่งน้ำตาให้เจ้าแม้แต่หยดเดียว" หลี่มู่เหยาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับแน่วแน่เด็ดเดี่ยว จ้าวหานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงสง่าดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ขาจะยังสั่นเทาแต่กระบี่ไร้คมในมือกลับเปล่งประกายสีครามเจิดจ้าออกมาอย่างไร้ที่ติ พลังปราณกระบี่ทะยานขึ้นฟ้าทำลายหลังคาโรงเตี๊ยมจนพังครืนลงมาเศษไม้ปลิวว่อน "เช่นนั้น... เราไปเปิดทางกันเถอะครับ!" สิ้นเสียงคำรามกึกก้อง ทั้งสองร่างทะยานพุ่งฝ่าความมืดออกไปประจันหน้ากับกองกำลังนับร้อยที่รออยู่เบื้องล่าง ประกายกระบี่และไอเย็นยะเยือกประสานกันดั่งพายุหิมะโหมกระหน่ำเข้าใส่ศัตรูอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเคล้าคลอไปกับแสงจันทร์ ท่ามกลางความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ทว่า ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะฝ่าวงล้อมไปยังปากทางน้ำใต้ดินสำเร็จ ท้องนยามค่ำคืนกลับคำรามกึกก้องด้วยสายฟ้าสีทองอร่ามที่ผ่าลงมาขวางกั้นเบื้องหน้า แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์ปราณกดทับลงมาจากฟากฟ้าจนกระอักเลือด เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นบนยอดไม้เบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่เสียดแทงถึงขั้วหัวใจ "คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่สวรรค์อย่างนั้นหรือ... จ้าวหาน... หลี่มู่เหยา... วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!" โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้ไป1ด้วยกันนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%