กงล้อแห่งความตายหมุนวนเข้ามาประชิดตัวเร็วกว่าที่คาดคิด ปลายกระบี่ของศัตรูยังคงทิ้งไอสังหารไว้ในอากาศ ทว่าภายในถ้ำลี้ลับแห่งนี้ เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของจ้าวหานกลับสงบลงอย่างประหลาด
"คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่สวรรค์อย่างนั้นหรือ... จ้าวหาน... หลี่มู่เหยา... วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!"
เสียงคำรามก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่านผนังหินภายนอก ทิ้งร่องรอยความกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณไว้เบื้องหลัง ทว่าภายในคูหาศิลา กลับมีเพียงแสงสลัวจากหินเรืองแสงที่สาดส่องกระทบใบหน้าอันเคร่งขรึมของบุรุษหนุ่ม ดวงตาของจ้าวหานไม่ปรากฏความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มือข้างที่ถือตำราเก่าคร่ำคร่าสั่นเทาเล็กน้อย หาใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นพลังปราณโบราณที่ไหลเวียนทะลักออกมาจากหน้ากระดาษต่างหาก
หลี่มู่เหยายืนพิงผนังถ้ำหินเย็นเฉียบ นางใช้กระบี่ค้ำยันร่างที่บอบช้ำจากศึกนอกคูหา มุมปากมีคราบโลหิตสีชาดไหลซึม แต่แววตานั้นยังคงคมปลาบดั่งกระบี่น้ำแข็ง นางมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"จ้าวหาน..." สุ้มเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดซึ้ง "ข้างนอกนั่น... กำลังพลของสำนักกระบี่สวรรค์กำลังปิดล้อมภูเขา หากเจ้ายังมัวแต่ศึกษาตำราไร้สาระเล่มนั้น พวกเราคงต้องตายอยู่ที่นี่ด้วยกัน"
จ้าวหานไม่หันกลับไปมอง เขายังคงจ้องตัวอักษรโบราณที่สลักด้วยลมปราณอันล้ำลึกบนคัมภีร์ สมบัติชิ้นสุดท้ายที่อาจารย์ทิ้งไว้ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะดับสูญ
"มู่เหยา... เจ้าเคยสงสัยหรือไม่ว่า เหตุใดวิถีกระบี่ของสำนักพวกเราจึงพ่ายแพ้ต่อวิชาสวรรค์มาร?" จ้าวหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยสัจธรรม "เพราะพวกเรามุ่งเน้นแต่การ 'พิชิต' ผู้อื่น จนหลงลืมการ 'พิชิต' จิตใจตนเอง"
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ลมปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ จ้าวหานเริ่มเปิดหน้าแรกของตำราออก ชั่วพริบตานั้น ลมพายุหมุนวนภายในถ้ำก็พลันสงบลงอย่างไร้สาเหตุ
ตำราเล่มนี้มิใช่เคล็ดวิชาสังหาร ทว่ามันคือ "วิถีกระบี่ที่แท้จริง"
จ้าวหานสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลง ปล่อยให้จิตสำนึกเชื่อมต่อกับกระบวนท่าแรก "กระบี่ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอย" ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาดั่งสายน้ำ ปรมาจารย์ผู้ล่วงลับเคยกล่าวไว้ว่า กระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด คือกระบี่ที่ไม่มีรูปร่าง กระบี่ที่อยู่ในใจ และกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน
"เจ้าบ้า..." หลี่มู่เหยาพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นจ้าวหานนั่งขัดสมาธิลงกลางห้องโถง ปลดปล่อยจิตวิญญาณเข้าสู่สมาธิขั้นลึก ทั้งที่ภายนอกถ้ำ แรงกดดันจากค่ายกลกระบี่สวรรค์กำลังบดขยี้หินผาจนแตกละเอียดเป็นผุยผง
ทว่า ในวินาทีต่อมา นางกลับต้องเบิกตากว้าง
ร่างของจ้าวหานเริ่มเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ออร่าลมปราณที่เคยกระจัดกระจาย กลับหลอมรวมเข้าสู่จุดตันตียนอย่างเป็นระเบียบ เสียงคำรามก้องจากภายนอกถ้ำพลันเงียบเสียงลง ราวกับว่าพลังอันยิ่งใหญ่ภายในถ้ำกำลังกดข่มสรรพสิ่งทั้งปวงให้ต้องสยบยอม
"นี่มัน... ขอบเขตทะลวงจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์!" หลี่มู่เหยาอุทานออกมาอย่างลืมตัว หัวใจของนางเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความตื่นตะลึง
จ้าวหานลืมตาขึ้น ชั่วขณะนั้น นัยน์ตาของเขาประกายแสงสีครามคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก อากาศรอบตัวสั่นไหวอย่างรุนแรง รอยแยกบนผนังถ้ำประสานเข้าหากันด้วยอานุภาพแห่งลมปราณอันบริสุทธิ์ เขาค่อยๆ ยืนขึ้นอย่างสง่างาม มือขวาแบออกเบาๆ กระบี่ไร้คมที่วางอยู่บนพื้นก็ลอยขึ้นมาอยู่ในมือโดยไม่ต้องสัมผัส
นี่คือพลังของ "วิถีกระบี่ที่แท้จริง" ที่อาจารย์เฝ้าเพียรพยายามค้นหามาทั้งชีวิต!
"พวกมันมาแล้ว" จ้าวหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดังก้องกังวานเสียดแทงไปถึงวิญญาณ
โครมมม!
ผนังหินด้านหน้าถ้ำระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวล ท่ามกลางกลุ่มควันนั้น ปรากฏร่างของผูอาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ พร้อมด้วยยอดฝีมืออีกนับสิบชีวิตยืนแผ่รังสีอำมหิตปิดกั้นทางออกไว้จนหมดสิ้น
"ฮ่าๆๆๆ! ที่แท้ก็หลบมาทำตัวเป็นเต่าหดหัวอยู่ในนี้นี่เอง จ้าวหาน... วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบิน ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าหรอก!" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับกระบี่ในมือของผู้อาวุโสที่ชี้ตรงมายังอกของจ้าวหาน
จ้าวหานก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าบังร่างของหลี่มู่เหยาไว้มิดชิด เขายกกระบี่ไร้คมในมือขึ้นระดับอก สายตาคมกราบกวาดมองเหล่าศัตรูเบื้องด้วยความเยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง
"วิถีกระบี่ของสำนักพวกเจ้า... เดินทางผิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว"
จ้าวหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังอำนาจสะท้านฟ้าดิน ก่อนที่เขาจะตวัดกระบี่ออกไปเบื้องหน้าเพียงเบาๆ ช้าๆ ไร้ซึ่งกระบวนท่าหวือหวา ไร้ซึ่งเสียงคำรามกึกก้อง
ทว่า... คลื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่ง กลับแหวกอากาศพุ่งทะยานออกไป ราวกับสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ที่สามารถผ่าผืนแผ่นดินออกเป็นสองซีกได้ในคราเดียว!
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์หน้าถอดสีทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงมรณะภัยที่กำลังพุ่งเข้าประชิดตัว เขารีบระเบิดพลังปราณทั้งหมดที่มีเพื่อยกกระบี่ตั้งรับ แต่ทว่า...
พริบตานั้นเอง แสงสว่างวาบก็ปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของเหล่ามือสังหารดังประสานกันระงม ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้อย่างเสมอมานะครับ
*พยัคฆ์ขาวคำราม*
วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 7
วิถีกระบี่ที่แท้จริง
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!