วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 9

หุบเขาพันอสรพิษ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
คมกระบี่สีนิลกาฬกรีดผ่านม่านหมอกพิษจนแตกกระจายออกเป็นสองซีก เสียงแหลมสูงของบุรุษหน้ากากอสูรยังคงก้องกังวานอยู่ท่ามกลางหุบเขาพันอสรพิษ ทว่าเวลานี้ ไอร้อนระอุจากสมบัติกระบี่เพลิงสุริยันกลับแผดเผาไอหมอกสีม่วงเข้มจนระเหิดกลายเป็นไอขาวโพลน จ้าวหานไม่แม้แต่จะชายตามองเสียงหัวเราะเย้ยหยันนั้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิมะจดจ้องไปยังเงาร่างนับสิบที่เคลื่อนไหวราวกับภูตผีตามซอกผาหินปูน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของพวกมันจนหมู่พฤกษาในรัศมีร้อยวาเหี่ยวเฉาลงในพริบตา "ระวังตัวด้วย... พิษของพวกมันแทรกซึมผ่านลมหายใจได้" หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำในฤดูหนาว แต่มือเรียวดุจหยกสลักกลับกระชับกระบี่วิหคสวรรค์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด นางก้าวเท้าออกไปครึ่งก้าว ร่างระหงในชุดอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงประกายกระบี่จนดูราวกับเซียนสาวผู้ลงมาจากสรวงสวรรค์ ทว่ากลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างนางกลับเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งพันปี วิชา 'หิมะไร้ลักษณ์' ถูกโคจรหมุนเวียนรอบกายจนเกิดเป็นเกราะคุ้มกันปราณใสสะอาดปัดเป่าละอองพิษที่โปรยปรายลงมาให้กระเด็นออกไป "พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา... แต่ตั้งใจจะฝังพวกเราไว้ที่นี่เพื่อปิดปากความจริงเบื้องหลังคดีของอาจารย์" จ้าวหานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน มือขวาของเขาลูบไล้ด้ามกระบี่ไร้คมที่สะพายอยู่ด้านหลัง ปราณกระบี่ไร้รูปเริ่มสั่นไหวอยู่ในตันtian (จุดตันเถียน) ส่งเสียงคำรามเบาๆ คล้ายพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังแยกเขี้ยวรอตะครุบเหยื่อ "ถ้าเช่นนั้น... ก็อย่าได้เสียเวลาสนทนากับคนใกล้ตาย" สิ้นคำของหลี่มู่เหยา ร่างของนางก็พุ่งทะยานออกไปดั่งลูกศรที่หลุดจากแหล่ง พลังปราณกระบี่สีฟ้าครามระเบิดออกรัศมีสามสิบวา เกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาจากท้องหาดราวกับหิมะโปรยยุทธภพ กระบวนท่า 'เหมันต์สะท้านนภา' ถูกแผ่ขยายออกอย่างไร้ที่ติ เงากระบี่นับร้อยสายพุ่งเข้าประจันหน้ากับเงาร่างของนักฆ่าหน้ากากอสูรที่กรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง *เคร้ง! ฉัวะ!* ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขา เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน จ้าวหานไม่รอช้า ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีเทาเลือนราง วิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเมฆาไร้เงา' พาให้ร่างของเขาลอดผ่านหามหินและคมกระบี่ของศัตรูได้อย่างน่าอัศจรรย์ กระบี่ไร้คมในมือถูกตวัดออกด้วยกระบวนท่าที่เรียบง่ายที่สุด ทว่าทรงพลังที่สุดในปฐพี—'หนึ่งกระบี่สยบมาร' *ปัง!* นักฆ่าหน้ากากอสูรผู้หนึ่งที่ถือครองวิชาปราณหยินทมิฬพยายามยกกระบี่ต้านทาน ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับปราณกระบี่ไร้รูปของจ้าวหาน กระดูกแขนของมันกลับแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา แรงสะท้อนจากกระบี่ไร้คมส่งร่างของมันกระเด็นอัดเข้ากับผนังหินผาจนกระอักเลือดดำออกมาคำโต หน้ากากอสูรหลุดร่วง เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวก่อนที่ดวงตาจะเบิกค้างและสิ้นใจตายคาที่ "วิชา... วิชาปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของสำนักกระบี่สวรรค์เหตุใดจึงมาอยู่กับเจ้า!" หัวหน้านักฆ่าหน้ากากอสูรที่ยืนบัญชาการอยู่บนโขดหินสูงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันแผดเสียงคำรามลั่น สั่งการให้ลูกน้องที่เหลือถอยร่นเข้าสู่ค่ายกลกระบี่ร้อยอสรพิษที่วางไว้ล่วงหน้าทันที หมอกพิษหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับมีชีวิต มันแปรสภาพเป็นงูยักษ์นับร้อยตัวพุ่งฉกเข้าใส่จ้าวหานและหลี่มู่เหยาจากทุกทิศทุกทาง กลิ่นคาวเลือดและซากศพตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ "หึ คิดจะใช้ค่ายกลเดรัจฉานนี้มาขวางทางพวกเราหรือ?" จ้าวหานแค่น A เสียงเย็นเยียบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีทองคมกลาตัน พลังปราณทั่วร่างถูกรีดเร้นขึ้นสู่ขีดสุดจนเกิดเสียงลมปราณคำรามก้องกังวานในหูของทุกคน หลี่มู่เหยาขยับกายเข้ามาประชิดแผ่นหลังของจ้าวหานอย่างไร้รอยต่อ ไอปราณหยินและหยางผสานสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ ความเชื่อใจที่มีต่อกันก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเป็นความตาย "หานหลาง... ข้าจะเปิดทางด้านซ้ายให้ท่าน" เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหู แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ตกลง มู่เหยา... ระวังตัวด้วย" จ้าวหานสูดลมหายใจเข้าลึก พลังลมปราณเก้าสวรรค์หมุนวนเก้าตลบ ร่างกายของเขาร้อนระอุขึ้นราวกับเตาหลอมเหล็ก ด้ามกระบี่ไร้คมในมือถูกกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทันใดนั้น เขาก็ชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง— *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกม่านหมอกพิษและค่ายกลร้อยอสรพิษจนสลายหายไปในพริบตา ทว่าในวินาทีที่กระบี่กำลังจะถูกชักออกจนสุดเพื่อเผด็จศึก เงาร่างลึกลับผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบเบื้องหน้าของหลี่มู่เหยา พร้อมกับปลายกระบี่อาบยาพิษสีเขียวมรกตที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของนางอย่างแม่นยำ "หยุดมือซะ... ไม่อย่างนั้น ศิษย์น้องหลี่ของเจ้าจะต้องดับสูญ ณ วินาทีนี้" เสียงแหบพร่าดั่งปีศาจดังขึ้นจากเงาดำ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าของบุรุษลึกลับที่เพิ่งก้าวเข้ามาขัดจังหวะ—และเมื่อจ้าวหานกวาดตามองไปยังใบหน้าของมัน หัวใจของเขาก็ต้องกระตุกวูบด้วยความตกใจสุดขีด เพราะคนผู้นั้นหาใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่ควรจะตายไปเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและพิสูจน์วิถีกระบี่นี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ! - พยัคฆ์ขาวคำราม -
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดี่ยวพิชิตฟ้า กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%