กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นที่ลอยอวลมาจากเคาน์เตอร์ครัวบิ้วท์อิน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้าในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองมันผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงด้วยท่าทางที่เกร็งเสียจนแผ่นหลังเรียقตรงราวกับใส่เสื้อเกราะเหล็ก สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ถ้วยเซรามิกสีขาวมุกตรงหน้า แต่สมองกลับประมวลผลวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อคืนจนแทบจะไหม้
เอกสารลับในแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่พิมพิศาเพิ่งเปิดเผยออกมา มันไม่ใช่แค่หลักฐานการทุจริตในบริษัท แต่มันคือปืนที่ถูกจ่อตรงข้ามหัวของเมย์ร่า และในขณะเดียวกัน... มันก็สั่นคลอนสถานะระหว่างเธอกับท่านประธานสาวคนนี้อย่างสิ้นเชิง
"ถ้ายังเอาแต่นั่งเขี่ยขนมปังในจานจนมันจะแหลกละเอียดคามือแบบนั้น ฉันเกรงว่าคุณจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเพิ่มอีกกระทงนะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กๆ ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ผิดกับเธอที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ฉันไม่ได้เขี่ยค่ะ แค่กำลังคิดว่า... ประธานพิมพิศาควรจะอธิบายเรื่องเมื่อคืนให้มันเคลียร์เสียก่อนที่จะมานั่งจิบกาแฟทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงความมั่นใจและฝีปากคมกริบของตัวเองกลับคืนมา แม้ว่าแก้มใสจะเริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความอับอายเมื่อนึกถึงตอนที่ถูกอีกฝ่ายรวบตัวเข้าไปกอดไว้แน่นเพื่อเคลียร์ปมปัญหา
พิมพิศาวางแก้วกาแฟลงกระทบกับจานรองเสียงดังกรุ๊ป ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามช้อนขึ้นสบตากับคนปากเก่ง รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นชั่วแวบ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ผู้บริหารมืออาชีพ
"เคลียร์เรื่องไหนคะ เรื่องที่ฉันปกป้องคุณ หรือเรื่องที่เรา... เผลอแสดงความสนิทสนมเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องไปหน่อยเมื่อคืนนี้"
ให้ตายเถอะ! ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถพิเศษในการทำให้คนฟังสำลักอากาศหายใจได้ตลอดเวลาจริงๆ รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ ความกระอักกระอ่วนที่แฝงไปด้วยความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนซัดเข้าที่หน้าอกจนแน่นิ่ง เธอยังจำสัมผัสอุ่นจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายเมื่อคืนได้ดี มันไม่ใช่แค่อ้อมกอดเพื่อปลอบประโลมจากความเครียดเรื่องงาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้ากลายๆ ที่ทำเอาหัวใจเด็กจบใหม่เต้นผิดจังหวะไปหลายร้อยรอบ
"บ้าหรือไงคะใครไปสนิทสนมกับคุณ ทะ... ฐานะของเรามันก็ยังเป็นแค่ประธานกับเลขาฯ หน้าใหม่ต่างหากล่ะค่ะ!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มด้วยการยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบหมดแก้ว
พิมพิศาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของคนตัวเล็ก รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันแค่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมวานิลลาจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
"เลขาฯ หน้าใหม่ที่กล้าเถียงประธานฉอดๆ แบบนี้ ท่าทางจะต้องถูกลงโทษด้วยการเพิ่มงานให้อีกสักสิบโปรเจกต์ดีไหมคะ" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูทำเอารินรดาขนลุกซู่ เผลอยดตัวถอยหนีแต่ถูกมือเรียวคว้าจับพนักเกศไว้อย่างรู้ทัน
"คุณพิม! นี่มันเวลาทำงานนะคะ... แล้วอีกอย่าง เรื่องของเมย์ร่าล่ะคะ เราจะปล่อยให้เอยร่าลอยนวลเอาข้อมูลบริษัทไปให้คู่แข่งไม่ได้เด็ดขาดนะ" รินรดาเบี่ยงเบนประเด็นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หัวใจดวงน้อยจะวายไปเสียก่อนกับระยะประชิดอันตรายนี้
พิมพิศาถอนหายใจเบาๆ ยืดตัวกลับขึ้นไปยืนเต็มความสูง แววตาที่ฉายความขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังเฉียบขาดในเสี้ยววินาที รัศมีของความเป็นผู้นำแผ่ซ่านออกมาจนคนมองต้องยอมรับในความน่าเกรงขาม
"ฉันไม่ได้ปล่อยให้เธอลอยนวลหรอกค่ะ รินรดา... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก เมย์ร่าคิดว่าเธอถือไพ่เหนือกว่า แต่เธอไม่รู้หรอกว่า ฉันจงใจเปิดช่องว่างให้เธอก้าวเข้ามาติดกับดักเองต่างหาก"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ทึ่งกับความล้ำลึกและกลเกมธุรกิจที่อีกฝ่ายวางแผนไว้ล่วงหน้า ผู้หญิงคนนี้ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน สมแล้วที่เป็นประธานบริหารมือเหล็กที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัว
"ถ้าอย่างนั้น... แผนต่อไปของเราคืออะไรคะท่านประธาน?" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมาจริงจังตามสถานการณ์
พิมพิศายกยิ้มมุมปาก ทิ้งสายตาลึกล้ำมองคนตรงหน้า "เราจะไปร่วมประชุมบอร์ดบริหารเช้านี้ด้วยกัน... และทำให้ทุกคนรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเกมตัวจริง"
เสียงกริ่งเตือนความจำจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ทั้งสองคนเตรียมตัวจะก้าวออกจากเพนต์เฮาส์เพื่อเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ แต่ทว่า... ก่อนที่มือเรียวของพิมพิศาจะเอื้อมไปเปิดประตูห้องชุด เสียงเคาะรัวเร็วด้านนอกก็ดังขึ้นแทรกด้วยความร้อนรน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
รินรดามองหน้าพิมพิศาด้วยความประหลาดใจ ในยามเช้าแบบนี้ และไม่มีนัดหมายล่วงหน้า ใครกันที่จะกล้าบุกมาถึงหน้าห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของประธานบริหาร?
พิมพิศาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกกว้างอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าแขกยามเช้าผู้ไร้มารยาทคนนั้นคือใคร
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาทั้งพิมพิศาและรินรดากลั้นหายใจค้างไปพร้อมกัน
ร่างของธันวา เพื่อนสนิทของรินรดายืนหอบหายใจโยนด้วยความเหนื่อยล้า เสื้อผ้าหลุดลุ่ยราวกับวิ่งหนีตายมาตลอดทาง และที่สำคัญที่สุด... ในมือของเขาถือแท็บเล็ตหน้าจอแสดงข่าวพาดหัวด่วนที่กำลังสั่นสะเทือนวงการธุรกิจทั้งประเทศ
"พิม... ริน! พวกเธอแย่แล้ว..." ธันวาละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ตอนนี้หุ้นของบริษัทเรากำลังร่วงกวาดล้าง... และคนที่ถือหุ้นใหญ่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดในนามนอมินีตอนนี้ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ 'คุณหญิงแม่' ของเธอเอง พิมพิศา!"
หวังว่ารี้ดเดอร์จะฟินและอินไปกับโมเมนต์นี้ด้วยกันนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ!
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 11
เช้าวันใหม่ที่สถานะไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!