“คุณหญิงแม่ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรคะ? ประสาทหรือไง!”
รินรดาตวาดเสียงสั่นพลางโยนแท็บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานด้วยความโมโห ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขามองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับร่างสูงโปร่งที่นั่งขรึมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
พิมพิศาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่กราฟหุ้นที่ดิ่งลงเหว แต่ทว่ามือเรียวที่วางบนตักกลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เธอไม่ได้โกรธธันวา ไม่ได้โกรธสถานการณ์... เธอโกรธที่มารดาบังเกิดเกล้าเลือกใช้วิธีที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่เธอหวงแหนที่สุด
“พิม...” รินรดาเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปหา “ทำไมยังนั่งนิ่งอยู่ล่ะ? บอกฉันมาสิว่าเราจะแก้อะไรได้บ้าง หรือคุณจะปล่อยให้บริษัทที่สร้างมากับมือถูกฮุบไปแบบนี้?”
พิมพิศาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ยากจะคาดเดา “ริน... กลับไปที่โต๊ะของเธอซะ”
“อะไรนะคะ? นี่ไม่ใช่เวลามาไล่ฉัน!”
“ฉันบอกให้กลับไป!” พิมพิศาตวาดลั่นห้องจนธันวาถึงกับสะดุ้ง ประธานสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวจางหายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศกดดันจนน่าอึดอัด “เรื่องนี้ฉันจัดการเอง เธอไม่มีหน้าที่ต้องเอาตัวมาเสี่ยงกับการตัดสินใจของผู้ใหญ่ในครอบครัวฉัน”
รินรดาแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ยอมแพ้ “หน้าที่? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นเลขาส่วนตัวคุณ และถ้าบริษัทพัง... ฉันก็ตกงาน คุณคิดว่าฉันจะทิ้งคุณไปตอนลำบากเหรอ?”
ประโยคนั้นทำให้พิมพิศาชะงัก เธอพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือคนปากเก่งไว้แน่น สายตาทั้งสองประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“รินรดา! ฉันบอกว่าไม่เกี่ยวก็คือไม่เกี่ยว!”
“เกี่ยวสิคะ! ยิ่งคุณเป็นแบบนี้ ฉันยิ่งต้องเกาะติดคุณไว้ เพราะฉันไม่ไว้ใจว่าคนอย่างคุณจะทำอะไรบ้าๆ เพื่อแลกกับหุ้นพวกนั้น!” รินรดาเชิดหน้าใส่ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย
นับจากวินาทีนั้น พิมพิศาแทบจะลืมเลือนตัวเลขมหาศาลที่กำลังผันผวนไปจนหมดสิ้น สมาธิทั้งหมดของเธอถูกดึงดูดเข้าหาร่างโปร่งที่ยืนประจันหน้าอยู่ตรงนี้ พิมพิศาไม่สนใจรายงานการประชุมที่ค้างอยู่บนหน้าจอ ไม่สนใจสายเรียกเข้าจากบอร์ดบริหารที่ดังไม่หยุดหย่อน เธอสั่งให้เลขาฯ หน้าห้องงดการติดต่อชั่วคราว ก่อนจะลากตัวรินรดาเข้าไปในห้องพักรับรองส่วนตัวของประธาน
“คุณจะทำอะไร!”
“ฉันจะทำให้เธอดูว่า... ระหว่างที่หุ้นกำลังร่วง ฉันควรจะเอาเวลาไปทำอะไรที่สำคัญกว่า”
พิมพิศากดร่างบางให้ติดกับผนังห้อง มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของรินรดาไว้เหนือหัว กลิ่นอายความหวงแหนพวยพุ่งออกมาจนคนถูกกระทำรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรง ไม่ใช่แค่ความหงุดหงิดที่แสดงออกทางคำพูด แต่เป็น ‘ความหวง’ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำที่เย็นเฉียบ
“ปล่อยนะคะพิมพิศา... งาน...”
“ช่างหัวงานสิ!” พิมพิศาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้คนปากเก่งถึงกับสั่นสะท้าน “เธอรู้ไหมว่าตั้งแต่เห็นเธอคุยกับไอ้ธันวาอย่างสนิทสนมในสถานการณ์คับขันแบบนี้... ฉันอยากจะสั่งให้คนไล่มันออกไปให้พ้นหน้าเธอเดี๋ยวนี้เลย”
รินรดาเบิกตากว้าง “นี่คุณ... หึงเรื่องไร้สาระแบบนี้ในเวลาที่บริษัทกำลังวิกฤตเนี่ยนะ? คุณมันบ้าไปแล้ว!”
“ใช่... ฉันมันบ้า” พิมพิศายอมรับเสียงพร่า มือที่เคยตรึงข้อมือเลื่อนลงมาโอบรัดเอวสอบแน่นราวกับจะหลอมละลายคนตรงหน้าเข้ากับร่างกายของเธอ “ฉันบ้าที่อยากจะขังเธอไว้ในห้องนี้ ไม่ให้ใครมอง ไม่ให้ใครเข้าใกล้ แม้แต่ในตอนที่โลกภายนอกกำลังพังทลายลงตรงหน้า... ความต้องการเดียวของฉันคือการรู้ว่าเธอยังเป็นของฉัน”
รินรดาเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ ปากที่เคยโต้ตอบฉอดๆ บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยาม เธอรู้ว่าพิมพิศากำลังเครียด แต่สัมผัสที่ร้อนแรงและสายตาที่เว้าวอนซ่อนความคลั่งรักนี้ มันคือสิ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้เลย
“ถ้าบริษัทพัง... ฉันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนะพิม” รินรดาพูดเสียงอ้อมแอ้ม “เพราะฉะนั้น... ถ้าคุณอยากจะบ้า ก็บ้าให้มันสุดไปเลย”
พิมพิศาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหม่นแสงเพราะความเครียดกลับมาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ เธอโน้มใบหน้าลงไปจนปลายจมูกเฉียดกัน “แปลว่าเธออนุญาต?”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ประตูห้องทำงานที่ปิดล็อกไว้กลับถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังชัดเจนบ่งบอกถึงผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
“พิมคะ! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่... และฉันมีข้อเสนอที่จะทำให้คุณไม่ต้องเสียบริษัทนี้ไปให้คนอื่นง่ายๆ”
เสียงของเมย์ร่าดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหล่อน พิมพิศาผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามือยังคงกุมมือของรินรดาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เมย์ร่าชะงักกึก สายตาของหล่อนไล่มองภาพที่ดูสนิทสนมเกินเพื่อนระหว่างประธานบริหารกับเลขาฯ ด้วยความโกรธจัด
“คุณหญิงแม่ไม่ได้มาแค่ลำพังนะคะพิม...” เมย์ร่าแสยะยิ้มที่มุมปาก “ท่านกำลังมาที่นี่ พร้อมกับข่าวที่ว่า... ท่านจะประกาศเปลี่ยนตัวประธานบริหารในที่ประชุมบ่ายนี้ เพื่อกอบกู้สถานการณ์ที่คุณทำพัง!”
พิมพิศาหน้าชาไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตามโถงทางเดินหน้าห้อง รินรดากระชับมือพิมพิศาไว้แน่น... การต่อสู้ครั้งใหม่ที่หนักหนากว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่หน้าประตูห้องนี้เอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะคะ หวังว่าจะถูกใจความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ!
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 12
ใครบางคนเริ่มออกอาการหวง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!