“คุณเมย์ร่าคะ... เข้ามาโดยไม่เคาะประตู ถือเป็นมารยาทของคนที่ ‘มีการศึกษา’ หรือว่ามารยาทของคนที่ไร้ค่าควรแก่การถูกเชิญออกกันแน่คะ?”
รินรดาไม่รอให้พิมพิศาเป็นฝ่ายเปิดศึก เธอผละออกจากวงแขนของประธานสาวอย่างรวดเร็ว—แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากความใกล้ชิดเมื่อครู่—แต่ดวงตากลมโตกลับจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่พร้อมฟาดฟัน ร่างเล็กยืนขึ้นจัดเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่ แม้ในใจจะแอบสั่นกับสายตาอาฆาตที่พุ่งตรงมาจากหญิงสาวสุดเซ็กซี่หน้าประตู
พิมพิศาไม่ได้ลุกขึ้นทันที เธอเพียงปรายตามองเมย์ร่าด้วยแววตาเรียบเฉย ผิดกับมือก่อนหน้าที่ยังวางทาบบนเอวบางของรินรดาอย่างถือสิทธิ์ ประธานสาวลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจจนบรรยากาศในห้องทำงานลดอุณหภูมิลงทันที
“ฉันคิดว่าการที่ฉัน ‘อนุญาต’ ให้ใครเข้ามาในห้องนี้ได้ ต้องผ่านความเห็นชอบจากฉันก่อนเสมอ ไม่ใช่เหรอคะ... เมย์ร่า” พิมพิศาเน้นคำว่า ‘ฉัน’ พร้อมกับก้าวเข้าไปยืนข้างรินรดา ขยับตัวไปบังรินรดาไว้กึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่สายตาคมกริบนั้นจ้องไปที่อดีตคนรักไม่วางตา
“ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะคะ พิม... ถึงได้ทำท่าทางปกป้องเด็กฝึกงานคนนี้ออกนอกหน้าขนาดนั้น” เมย์ร่าก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด “พนักงานที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้ มีอะไรดีนักหนา ถึงทำให้ผู้หญิงที่เย่อหยิงอย่างคุณยอมลดตัวลงมาเล่นด้วย?”
“พอดีว่าเด็กฝึกงานคนนี้ ‘มีดี’ ที่เมย์ร่าไม่มี... นั่นคือความจริงใจค่ะ” พิมพิศาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบทว่าเชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา
“คุณพิมพิศาคะ” รินรดาแทรกขึ้นมา เธอก้าวออกมาจากแผ่นหลังแกร่งของพิมพิศาแล้วเผชิญหน้ากับเมย์ร่าตรงๆ “ถ้าคุณมีปัญหากับดิฉัน หรือมีปัญหากับการบริหารงานของคุณพิมพิศา รบกวนไปนัดตารางงานผ่านเลขาฯ ข้างนอกนะคะ อย่าทำตัวเป็นพวกไร้ระเบียบในสถานที่ทำงาน... มันดูไม่แพงค่ะ”
เมย์ร่าหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอพุ่งเข้ามารั้งต้นแขนของรินรดาไว้ด้วยความแรงจนร่างบางเซไปปะทะกับโต๊ะทำงานเสียงดังโครม พิมพิศาตาวาวโรจน์ เธอคว้าข้อมือเมย์ร่าไว้มั่นแล้วเหวี่ยงออกอย่างไม่ใยดี
“อย่าแตะต้องคนของฉัน!” พิมพิศาตวาดเสียงกร้าว
เหตุการณ์เกิดขึ้นไวเกินกว่าจะตั้งตัว แรงเหวี่ยงทำให้เมย์ร่าเสียหลักถอยหลัง แต่ในจังหวะที่พิมพิศาจะก้าวเข้าไปคว้าตัวรินรดาไว้ ทั้งคู่กลับเสียการทรงตัวจากพรมที่ลื่นไถล พิมพิศาร่างสูงโปร่งล้มทับร่างของรินรดาลงไปบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างจัง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างทันที ร่างของรินรดาอยู่ใต้ร่างของพิมพิศา แผ่นหลังของเด็กสาวจมลงไปในโซฟานุ่ม แต่สิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนคือ—ริมฝีปากของพิมพิศาที่ทาบทับลงบนริมฝีปากของรินรดาพอดีจากการเสียหลัก
รินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอคุ้นเคย และความนุ่มหยุ่นที่สั่นระริกอยู่เหนือริมฝีปาก ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างประสานกันในระยะประชิดจนเห็นเงาสะท้อนของกันและกัน ความรู้สึกไฟฟ้าสถิตที่แล่นพล่านไปทั่วร่างทำให้สมองของรินรดาขาวโพลน พิมพิศาเองก็นิ่งค้างไป ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันพังทลายลงในชั่วพริบตา
ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดใจของพิมพิศากำลังปะทุขึ้น—มันไม่ใช่แค่ความหวงแหน หรือความเอ็นดู แต่มันคือความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมาตลอด
เมย์ร่าที่ยืนตะลึงอยู่หน้าโต๊ะทำงานกำมือแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซิบ ภาพตรงหน้าคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำลายทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อทวงคืนพิมพิศา
“พะ...พิม” เมย์ร่าละล่ำละลัก เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความแค้นและเสียใจ
พิมพิศาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ สายตาของเธอพร่าเลือนไปด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เธอไม่ได้รีบลุกขึ้นทันที แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ที่ตอนนี้มีเพียงความตกใจและประกายบางอย่างที่ไม่อาจปิดบัง
“ออกไป...” พิมพิศาเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองเมย์ร่า เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นน้อยๆ
“ว่าไงนะ?” เมย์ร่าถามซ้ำเหมือนคนไม่เชื่อหู
“ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉัน!” พิมพิศาตวาดลั่น ดวงตาคมดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปที่อดีตคนรัก “ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการเรื่องที่คุณบุกรุกและทำร้ายพนักงานของฉัน ก็ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเมย์ร่าจากไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหว ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง พิมพิศายังคงคร่อมตัวรินรดาอยู่เช่นเดิม มือของเธอยังคงจับที่ข้อมือของรินรดาแน่น และลมหายใจของทั้งคู่ยังคงประสานกันเป็นจังหวะที่เร่งเร้า
“คุณ... หายใจไม่ออกค่ะ” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นไหวและเบาหวิว ราวกับกำลังพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา
พิมพิศาหลุบตามองริมฝีปากที่เพิ่งผ่านการสัมผัสของเธอ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปหยุดที่กระจกบานใหญ่ริมหน้าต่าง พยายามปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ
“ฉันขอโทษ... มันเป็นอุบัติเหตุ” พิมพิศาเอ่ยเสียงเรียบ แต่รินรดารู้ดีว่าน้ำเสียงนั้นกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง
รินรดาลุกขึ้นยืน ปัดเสื้อผ้าตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา เธอเดินเข้าไปใกล้แผ่นหลังของพิมพิศา หยุดยืนห่างจากประธานสาวเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้พิมพิศาต้องชะงัก
“อุบัติเหตุงั้นเหรอคะ?” รินรดาสูดหายใจเข้าลึก “ถ้ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ... ทำไมหัวใจของคุณตอนนี้ ถึงเต้นแรงจนฉันได้ยินถึงตรงนี้ล่ะคะคุณพิมพิศา?”
พิมพิศาเกร็งไหล่แน่น เธอค่อยๆ หันกลับมา สายตาของทั้งคู่สบกันอีกครั้งในความเงียบที่กดดัน ราวกับมีกระแสไฟที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงกันไว้ และในวินาทีที่พิมพิศากำลังจะอ้าปากตอบโต้ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเธอก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ... มันเป็นสายตรงจากเลขาฯ หน้าห้องที่รายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า "คุณพิมพิศาคะ! หุ้นส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องทำงานของคุณ พร้อมกับหลักฐานเรื่องการทุจริตในโปรเจกต์ใหม่... ซึ่งคนต้นเรื่องคือเมย์ร่าค่ะ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองพิมพิศาที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่มันกำลังกลายเป็นเกมล่าที่เดิมพันด้วยตำแหน่งสูงสุดของบริษัท!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและพิมพิศามาถึงตอนนี้ หวังว่าหัวใจของรี้ดทุกคนจะยังแข็งแรงอยู่นะคะ พบกันตอนหน้าค่ะ!
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 10
จูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!