“งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วนะครับ... คุณประธาน”
เสียงทุ้มของธันวาที่ดังลอดผ่านสายโทรศัพท์ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าในวินาทีนี้ รินรดาไม่มีอารมณ์จะไปสนใจพิธีการหรูหราหน้างานแต่อย่างใด เปลือกตาบางที่ปิดสนิทเนื่องจากพิษไข้ขยับไหวเล็กน้อย ร่างกายของเธาร้อนรุ่มราวนั่งอยู่บนกองไฟ อาการหน้ามืดวิงเวียนที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่ายพรูเข้าเล่นงานจนเธอนั่งทรุดลงพิงผนังห้องพักรับรองหลังเวทีอย่างหมดสภาพ
แกร็ก...
เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงระหงในชุดสูทผ้าไหมสีดำสนิทตัดกับผิวขาวเนียนละเอียด พิมพิศา ก้าวเข้ามาด้วยฝาดก้าวรวดเร็วและมั่นคงตามสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด ดวงตาสีเข้มคู่สวยกวาดมองหาตัวต้นเรื่องที่หายตัวไปจากสแตนด์บายหน้างาน ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นร่างบางที่กำลังขดตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง
พิมพิศาชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
"นี่คุณ... แอบมาอู้หลบมุมอะไรตรงนี้ งานข้างนอกกำลังจะเริ่มอยู่แล้วนะรินรดา" น้ำเสียงราบเรียบที่พยายามปั้นแต่งให้ดูดุและเยชาดังขึ้น ทว่าแววตากลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
รินรดาพยายามปรือตาขึ้นมองผู้มาใหม่ ริมฝีปากแห้งผากขยับยิ้มเยาะหยันตัวเองเล็กน้อย "ถ้า... ถ้าคุณประธานกลัวงานกร่อยเพราะฉันล่ะก็... เชิญกลับออกไปก่อนเถอะค่ะ ฉันแค่... ขอพักสักครู่..."
น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือรากฐานความดื้อรั้นที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น พิมพิศากัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ สัญชาตญาณความเย่อหยิ่งถูกปัดตกไปในเสี้ยววินาที ร่างสูงรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า มือเรียวบางเอื้อมไปแตะหน้าผากมนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
"ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้... ยังมีหน้ามาปากเก่งอีกเหรอเนี่ย!" พิมพิศาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของคนป่วย
"ปล่อยค่ะ... ฉันไหว..." รินรดาพยายามปัดมือคู่นั้นออกด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจอย่างพิมพิศจะยอมทำตาม ประธานสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วง เธอดึงข้อมือเล็กนั้นเข้ามาแนบตัวแล้วใช้มืออีกข้างช้อนร่างบางขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย
"เงียบปากไปเลยนะรินรดา ถ้าไม่อยากให้ฉันอุคุณออกไปประจานให้แขกเหรื่อข้างนอกเห็นสภาพทุเรศๆ นี้!" พิมพิศาเอ็ดเสียงเขียว แม้ใบหน้าจะบึ้งตึง แต่ท่วงท่าที่อุ้มประคองคนป่วยกลับนุ่มนวลและระมัดระวังอย่างยิ่งยวด
รินรดาเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจและอ่อนล้า เธอซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคนตัวโตกว่าโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของพิมพิศาทำให้อาการวิงเวียนทุเลาลงอย่างน่าประหลาด ใจหนึ่งก็อยากจะเถียงกลับให้สมกับความปากร้ายของอีกฝ่าย แต่อีกใจกลับพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างนั้น
พิมพิศาวางร่างบางลงบนโซฟาตัวยาวในห้องพักส่วนตัวของเธอเองอย่างเบามือ รีบหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นจากห้องน้ำมาเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และเรียวแขนให้คนป่วยอย่างเบามือ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของประธานสาวผู้ไม่เคยต้องปรนนิบัติใครทำให้รินรดาต้องแอบลอบมองด้วยความรู้สึกประหลาดในอก
"มองอะไรเล่า ฉันเช็ดให้ดีๆ อย่ามาทำหน้ากวนประสาทแถวนี้วนะ" พิมพิศาแหวใส่เบาๆ เมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองมาไม่วางตา
"คุณนี่นะ... ปากร้ายชะมัด" รินรดาพูดเสียงกระซิบแหบแห้ง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มบางๆ อย่างอดไม่ได้ "ป่วยอยู่แท้ๆ ยังจะมาบ่นอีก... คนอะไรใจร้ายเป็นบ้า"
"ถ้าฉันใจร้ายจริง ป่านนี้ฉันปล่อยให้คุณนอนตัวร้อนตายอยู่ในห้องเก็บของข้างนอกนั่นไปแล้วรินรดา!" พิมพิศาตอกกลับเสียงแข็ง วางผ้าลงบนโต๊ะก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำอุ่นมาจ่อที่ริมฝีปากอีกฝ่าย "ลุกขึ้นมาดื่มน้ำซะดีๆ อย่าให้ฉันต้องบังคับด้วยวิธีอื่น"
รินรดาจำต้องยอมลุกขึ้นพิงพนักโซฟาแล้วดื่มน้ำอุ่นตามที่อีกฝ่ายสั่ง ความอบอุ่นที่ไหลผ่านลำคอช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอลงได้มาก บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในความเงียบ
พิมพิศานั่งลงข้างๆ สายตาทอดมองใบหน้าซีดเซียวที่ตอนนี้เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามเก็บกดไว้ภายใต้กำแพงความเยชาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มสั่นคลอน ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่มักจะต่อปากต่อคำกับเธอไม่เคยหยุดด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม
รินรดาหันมาสบตากับคนข้างกายพอดี ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินพอดีทำให้ลมหายใจของทั้งคู่รดรินอยู่บนผิวแก้ม หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกหวั่นไหวพรั่งพรูเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด เธอกำลังจะเอաբากพูดบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเคลิบเคลิ้มในทันที ตามมาด้วยการเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"พิศาคะ... อยู่นี่เองเหรอ เมย์ตามหาซะทั่ว งานข้างนอก... เอ๊ะ?"
เมย์ร่าหยุดชะงักที่หน้าประตู รอยยิ้มพึงใจหายวับไปจากใบหน้าทันทีเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ประธานสาวผู้เย่อหยิงกำลังนั่งประชิดติดตัวกับเด็กฝึกงานปากจัดอย่างรินรดาบนโซฟาตัวเดียวกัน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกละมุนและเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 9
คนปากแข็งชอบทำตัวแปลกๆ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!