"คุณจะให้ฉันใส่ชุดนี้จริงๆ เหรอคะ บอส?"
เสียงหวานติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องแต่งตัววีไอพีในบูติกแบรนด์หรู รินรดาแทบอยากจะเอาหัวโขกกระจกเงาบานยักษ์ตรงหน้า เมื่อมองเงาสะท้อนของตัวเองในชุดราตรีเกาะอกสีขาวนวลเนื้อผ้าไหมซาตินระยับตา ดีไซน์เรียบหรูแต่แอบเซ็กซี่เย้ายวนด้วยรอยผ่าสูงเผยเรียวขาเนียนระหง มันสวยสะกดใจจนปฏิเสธไม่ลง... แต่ปัญหาคือมันเปิดเผยเรือนร่างมากเกินกว่าเด็กจบใหม่สายลุยอย่างเธอจะคุ้นชิน
พิมพิศาในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างไร้ที่ติ ก้าวออกมาจากมุมห้องด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ดวงตาสีเข้มคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งกวาดมองร่างโปร่งในชุดราตรีตั้งแต่หัวจรดเท้า ประกายความพึงพอใจบางอย่างวาบผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยมาดเย็นชาตามเคย
"ทำไมคะ หรือว่าชุดนี้มันทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเดินไม่ถนัดจนต้องคอยเกาะแขนฉันตลอดเวลา... ซึ่งก็ไม่เลนะครับ ถ้าคุณอยากจะทำแบบนั้น" ประธานสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงแววเย้าแหย่ที่มุมปากอย่างจงใจ
รินรดาหันขวับกลับมามองค้อนแทบไม่ทัน เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้ "ฝันไปเถอะค่ะบอส รินเดินเองได้สบายมาก ไม่จำเป็นต้องเกาะใครให้เปลืองแรงหรอกค่ะ อีกอย่าง... งานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ ฉันเป็นแค่เลขาฯ ที่ต้องไปทำหน้าที่ ไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถให้บอสเอาไว้โชว์ตัวสักหน่อย"
"ปากเก่งเสียจริงนะคะ" พิมพิศาก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของผู้บริหารสาวโชยปะทะนาสิกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนชิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู "แต่จำไว้ว่าคืนนี้... คุณคือคู่ควงของฉัน หน้าที่ของคุณคืออยู่เคียงข้างฉัน และห้ามส่งยิ้มพร่ำเพรื่อให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งสิ้น เข้าใจไหมคะ?"
น้ำเสียงเอาแต่ใจแบบนั้นทำเอารินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งพวงแก้ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธที่โดนออกคำสั่งอย่างไร้เหตุผล หรือเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี่กันแน่ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตใส่
"นี่มันเกินขอบเขตงานแล้วนะคะบอส ฉันเป็นเลขาฯ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของบอสสักหน่อย"
"เงินเดือนที่คุณได้ รวมถึงโบนัสปลายปีที่ฉันเพิ่งอนุมัติเพิ่มให้เป็นพิเศษ... มันครอบคลุมไปถึงการเป็นคู่ควงจำเป็นในคืนนี้ด้วยค่ะ คุณรินรดา" พิมพิศายิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะหยิบสร้อยคอเพชรน้ำงามดีไซน์รูปหยดน้ำขึ้นมาถือไว้ในมือ "หันหลังสิคะ เดี๋ยวฉันใส่ให้ งานจะเริ่มอยู่แล้ว ชักช้าเดี๋ยวไปไม่ทันเปิดงาน"
รินรดาเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะเถียงกลับสักร้อยคำแต่ก็ต้องยอมหันหลังให้แต่โดยดี เพราะขืนเถียงต่อมีหวังได้ไปงานสายจนตกเป็นเป้าสายตาของพวกไฮโซในงานแน่ๆ
ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบของพิมพิศาแตะโดนผิวเนื้อบริเวณต้นคอระหงโดยบังเอิญ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินรดาสะấuสะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ประธานสาวจงใจใช้เวลาบรรจงเกี่ยวตะขอสร้อยคอช้ากว่าปกติ ราวกับต้องการแกล้งให้หัวใจดวงน้อยของคนตรงหน้าเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
"เสร็จแล้วค่ะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบairชิดต้นคoter ราวกับลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดผิวจนรินรดารู้สึกวูบวาบ "หันมาซิคะ... ฉันอยากเห็นว่ามันเหมาะกับคุณขนาดไหน"
เมื่อรินรดากลับตัวมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สร้อยคอเพชรเส้นนั้นรับกับชุดราตรีสีขาวและผิวเนียนละเอียดของเธออย่างสมบูรณ์แบบ มันขับให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงหลุดออกมาจากนิทาน ไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอันโหดร้าย
พิมพิศานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจดจ้องใบหน้าหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาอย่างลืมตัว ความรู้สึกหวงแหนพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนน่าตกใจ ผู้หญิงคนนี้เวลามองใกล้ๆ แบบนี้... มีอณูเสน่ห์บางอย่างที่ทำลายสติสัมปชัญญะของเธอได้อย่างราบคาบ
"มองอะไรเหรอคะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" รินรดารีบเอ่ยทำลายความเงียบที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อเห็นสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายส่งมา
"เปล่าค่ะ..." พิมพิศาเบนสายตาหนີเล็กน้อยอย่างเสียฟอร์ม ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบนิ่งตามเดิม "แค่คิดว่า... คุณแต่งตัวแบบนี้แล้วดูใช้ได้ทีเดียว ไม่เสียแรงที่ฉันเลือกชุดให้"
"ชมกันแบบนี้ ขนลุกเลยค่ะบอส" รินรดาเบะปากหมั่นไส้เล็กน้อย ก่อนจะคว้ากระเป๋าคลัตช์ใบจิ๋วมาถือไว้ "ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญค่ะท่านประธาน เดี๋ยวเราไปสายแล้วจะหาว่าเลขาฯ คนนี้ทำงานไม่รอบคอบอีก"
รถยนต์หรูคันยาวเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าโรงแรม 5 ดาวใจกลางเมือง แสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนและปาปารัสซี่สาดส่องเข้ามาทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก พิมพิศาก้าวลงไปก่อนด้วยความมั่นสง่า ทว่าทันทีที่ก้าวออกมา เธอก็หันกลับมาส่งมือเรียวให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านใน
รินรดาลังเลชั่วเสี้ยววินาที แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุที่ส่งสัญญาณบังคับแกมขอร้องกลายๆ เธอจึงจำใจยื่นมือไปวางทาบบนฝ่ามืออุ่นของประธานสาว ทันทีที่ปลายนิ้วเกี่ยวประสานกัน เสียงชัตเตอร์ก็รัวราวกระหน่ำฝน
ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงคู่กันเข้าสู่ภายในงานด้วยออร่าที่เจิดจรัสจนทุกคนต้องเหลียวมอง รินรดารักษารอยยิ้มสุภาพตามมารยาททางสังคม แม้ในใจจะแอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยกับการต้องมาออกงานสังคมระดับไฮโซเช่นนี้
"รินรดาคะ..." เสียงทุ้มหวานคุ้นหูเอ่ยทักขึ้นจากด้านข้าง ก่อนที่ร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงจะก้าวเข้ามาขวางทางเดินของพวกเธอไว้ เมย์ร่าส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้พิมพิศา แต่สายตากลับจดจ้องมองรินรดาด้วยประกายความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน "ไม่นึกเลยนะคะว่าปีนี้ พิมจะพา 'เลขาฯ' มาออกงานด้วย... นึกว่าจะมาคนเดียวเหงาๆ เหมือนเคยเสียอีก"
พิมพิศาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบ "เรื่องของฉันค่ะ เมย์ร่า คุณมีธุระอะไร ถ้าไม่มี... หลีกทางด้วยค่ะ คนอื่นเขามองอยู่"
เมย์ร่าหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยกราดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม "ชุดนี้สวยดีนะคะ สไตล์เรียบๆ แบบนี้... เหมาะกับเด็กฝึกงานดีค่ะ แต่ระวังหน่อยนะเพชรเม็ดนั้นน่ะ... ของแท้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ระวังจะทำของมีค่าของบริษัทเสียหายเอานะคะ"
รินรดาหุบยิ้มทันที เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์เด็กไม่ยอมคน แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง พิมพิศาก수ก้าวขึ้นมาบังร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่ง มือเรียวของประธานสาวเอื้อมไปโอบเอวคอดของรินรดาไว้แน่นอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับจ้องมองคู่แข่งเก่าด้วยสายตานิ่งสนิทที่ทรงพลังจนเมย์ร่าต้องชะงัก
"ชุดนี้ฉันเป็นคนเลือกให้เองค่ะ และสร้อยเส้นนั้น... ก็ราคามากกว่ารายได้ทั้งปีของคุณรวมกันเสียอีก เมย์ร่า" พิมพิศาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมบาดลึก "ส่วนเลขาฯ ของฉัน... จะทำอะไร ก็อยู่ในความรับผิดชอบของฉันทั้งสิ้น กรุณาให้เกียรติคนของฉันด้วยค่ะ"
รินรดานิ่งงันไป หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำว่า 'คนของฉัน' จากปากของหญิงสาวผู้เย่อหยิ่ง เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพิมพิศาที่ยืนหยัดปกป้องเธออย่างออกนอกหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุและทุกคนกำลังจับจ้องมาที่พวกเธอ เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ที่เดินตรงดิ่งเข้ามาหาพิมพิศาด้วยรอยยิ้มกว้าง
"สวัสดีครับคุณพิมพิศา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ... แล้วนี่... ใครกันเหรอครับเนี่ย สวยจนผมละสายตาไม่ได้เลย"
รินรดาหันไปมองชายหนุ่มปริศนาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ แต่เมื่อสบตาเข้ากับเขา ร่างกายเธอกลับแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อจำได้ว่าเขาคือใคร... คนที่เธอกลัวที่สุดในตอนนี้!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 6
เลขาฯ ต้องไปงานเลี้ยงคู่กับฉัน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!