พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 4

กาแฟแก้วนั้นที่เธอแกล้งฉัน

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวรอดในบริษัทนี้คือการยืนทำหน้าเป็นรูปปั้นประดับห้องทำงานของฉัน รินรดา... ฉันแนะนำให้คุณไปยื่นใบลาออกที่แผนกบุคคลตอนนี้เลยจะดีกว่าค่ะ” เสียงเรียบเย็นของพิมพิศาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกสูงเสียดฟ้า ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองมาที่รินรดาผ่านแว่นสายตากรอบทองที่ทำให้เธอดูเข้าถึงยากยิ่งกว่าเดิม บนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับมีกองเอกสารสรุปยอดบัญชีปีที่แล้ววางซ้อนกันจนแทบจะท่วมหัว รินรดาที่เพิ่งก้าวเข้ามายังไม่ทันได้วางกระเป๋าด้วยซ้ำถึงกับชะงัก เธอแค่นยิ้มที่มุมปาก ไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจมืดที่พยายามกดดันเธอผ่านสายตา “คำสั่งใหม่เหรอคะคุณประธาน? หรือว่าเป็นแค่ความพยายามส่วนตัวที่อยากจะแกล้งเด็กจบใหม่เพื่อความสะใจ?” รินรดาถามกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความท้าทาย พิมพิศาวางปากกาหมึกซึมในมือลง จังหวะที่มันกระทบกับโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง ‘กึก’ นั้น ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบในอากาศ “ความสะใจเหรอคะ?” พิมพิศาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหารินรดาอย่างช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของอีกฝ่ายโชยมาปะทะจมูก รินรดาถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท “งานนี้คือโปรเจกต์ด่วนที่ต้องเสร็จภายในสี่โมงเย็นวันนี้ ถ้าคุณทำไม่ได้... ก็อย่ามาเรียกร้องความเห็นใจจากฉัน” “สี่โมงเย็น?” รินรดาเลิกคิ้ว “นี่มันสิบโมงเช้า งานขนาดนี้ต้องใช้คนทั้งทีมทำเป็นอาทิตย์ คุณกำลังแกล้งฉันชัดๆ” “ใช่ค่ะ ฉันกำลังแกล้งคุณ” พิมพิศาก้มลงกระซิบใกล้ใบหูจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น รินรดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเคมีที่พุ่งพล่านจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ “และถ้าคุณเก่งจริงอย่างที่ปากว่า ก็ทำให้ฉันประทับใจสิคะ... รินรดา” พิมพิศาผละออกไปทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่อก่อนจะหันไปคว้าแก้วกาแฟที่เย็นชืดบนโต๊ะแล้ววางมันลงบนมือของรินรดา “อ้อ... อย่าลืมไปชงกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลมาให้ฉันใหม่ด้วยนะคะ แก้วนี้มันจืดสนิทเหมือนฝีมือการทำงานของคุณเลย” รินรดามองดูแก้วกาแฟที่ถูกส่งมาให้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงความร้ายกาจ “ได้ค่ะประธาน... รับรองว่ากาแฟแก้วนี้จะ ‘ถูกใจ’ คุณจนลืมไม่ลงเลยล่ะ” สามชั่วโมงผ่านไปอย่างบ้าคลั่ง รินรดานั่งขลุกอยู่กับกองเอกสาร ปลายนิ้วพิมพ์งานรัวเร็ว ธันวาที่แอบแวะเข้ามาส่งข่าวทางไลน์ถึงกับกดส่งสติกเกอร์รูปปลาร้าดิ้นพราดๆ มาให้เพราะทนความสงสารเพื่อนไม่ไหว แต่รินรดากลับไม่ย่อท้อ เธอไม่ใช่แค่ทำตามที่สั่ง แต่เธอยังวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของข้อมูลเดิมและแนบวิธีแก้ปัญหาที่เฉียบคมยิ่งกว่า บ่ายสามโมงสี่สิบห้านาที รินรดาก้าวเท้าเข้าห้องทำงานของประธานอีกครั้งในมาดมั่น เธอถือถาดที่มีกาแฟควันฉุยกับเอกสารแฟ้มหนาเตอะวางลงบนโต๊ะ พิมพิศาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพที่ดูเหนื่อยล้าแต่แววตากลับเปล่งประกายของผู้ช่วยตรงหน้า “เสร็จแล้วค่ะ ทั้งโปรเจกต์... และกาแฟ” รินรดาดันแก้วกาแฟไปตรงหน้า “และฉันถือวิสาสะแก้ตัวเลขขาดทุนในไตรมาสแรกให้ด้วย คุณลองตรวจดูนะคะ ว่าฝีมือเด็กจบใหม่คนนี้ ‘ห่วย’ อย่างที่คุณปรามาสไว้หรือเปล่า” พิมพิศานิ่งไป เธอหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน พิมพิศาละสายตาจากเอกสารแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ในใจเริ่มสั่นคลอน “คุณ... ทำวิธีนี้ได้ยังไง?” “ก็แค่ใช้สมองค่ะ ไม่ใช่ใช้อารมณ์” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระด้างนิดๆ แต่ทว่าพิมพิศากลับไม่ได้โกรธ เธอเอื้อมมือไปหยิบกาแฟขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะวางลงอย่างช้าๆ แล้วก้าวเท้าเข้ามาหารินรดาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้จนรินรดาแทบจะหยุดหายใจ พิมพิศาเชยคางของรินรดาขึ้น สายตาที่เย็นชาในตอนแรกบัดนี้กลับมีความอ่อนโยนลึกซึ้งฉายชัด “บางที... ฉันอาจจะประเมินคุณต่ำไปหน่อยนะ รินรดา” บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง มือของพิมพิศายังคงแตะอยู่ที่คางของเธอ รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน แต่แล้วจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที “ขอโทษทีนะคะพิม... พอดีฉันนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่ห้องทำงานเธอ” เสียงหวานใสที่คุ้นหูทำให้พิมพิศาผละออกห่างจากรินรดาอย่างรวดเร็ว รินรดาหันไปมองร่างระหงที่ก้าวเข้ามาด้วยชุดเดรสแบรนด์เนมสุดหรู แววตาของเมย์ร่ากวาดมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย ก่อนจะเผยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย “ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่านะคะ?” เมย์ร่าถาม สายตาจ้องเขม็งมาที่รินรดาเหมือนจะประกาศสงคราม “พิมคะ... เย็นนี้ไปทานมื้อค่ำกับฉันหน่อยนะคะ ถือว่าฉลองที่บริษัทเพิ่งปิดดีลใหญ่ได้” พิมพิศานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะ สายตาที่หันกลับมาหาเมย์ร่านั้นเรียบเฉยจนรินรดาอ่านไม่ออก “ได้ค่ะเมย์ร่า... แต่ขอฉันเคลียร์งานกับคุณรินรดาให้จบก่อนนะคะ” พิมพิศาพูดพลางก้าวเข้ามาหาเมย์ร่า แต่ทว่า... มือข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของพิมพิศากลับคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น “และคืนนี้ คุณต้องไปกับฉันด้วยค่ะ รินรดา... ในฐานะเลขาส่วนตัวที่ต้องไปจดบันทึกการประชุม ‘นอกรอบ’ ของเรา” รินรดาเบิกตากว้าง เมย์ร่าหน้าเสียทันที ส่วนพิมพิศากลับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวสัญญาว่าจะพาคุณไปพบกับความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%