"ถ้าคุณคิดว่าแค่หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมเข้ามาเหยียบชั้นนี้แล้วจะทำให้ฉันกลัวได้... คุณคงประเมินเด็กจบใหม่คนนี้ต่ำไปหน่อยนะคะคุณเมย์ร่า"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของโถงทางเดินหน้าห้องทำงานท่านประธาน รินรดาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืนตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะรู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าคือใคร—เมย์ร่า อดีคนรักเก่าของพิมพิศาที่เคยสร้างรอยแผลในอดีต และตอนนี้กำลังก้าวเข้ามาในอาณาจักรของพิมพิศาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่เคลือบยาพิษ
เมย์ร่าหัวเราะในลำคอเบาๆ ท่าทางของเธอระคนด้วยความเย่อหยิ่งและดูแคลน สายตาดั่งนางพญาหงส์กวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินราคาของตกแต่งชิ้นหนึ่งในห้องทำงาน
"ปากเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ เด็กเส้นของพิม... เธอคิดจริงๆ เหรอว่าความสดใสแบบเด็กๆ จะมัดใจคนอย่างพิมพิศาได้ตลอดรอดฝั่ง? คนระดับพิมพิศา เขาไม่ได้ต้องการแค่คนมาคอยเอาใจหรอกค่ะ รินรดา แต่เขาต้องการคนที่ยืนเคียงข้างในโลกธุรกิจที่พร้อมจะฆ่ากันได้ต่างหาก ซึ่ง... นั่นมันไม่ใช่เด็กกะโปโลอย่างเธอแน่ๆ"
เมย์ร่าก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนรินรดาต้องแอบขยับตัวเลี่ยงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหงุดหงิด ประโยคบาดลึกเหล่านั้นพยายามทิ่มแทงปมในใจเรื่องฐานะและประสบการณ์ของเธอ แต่รินรดาไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ง่ายๆ
"ถ้าคุณเมย์ร่ามั่นใจนักว่าตัวเองเหมาะสม ทำไมเก้าอี้ข้างกายคุณพิมถึงว่างมาจนถึงตอนนี้ล่ะคะ? หรือเพราะตอนนั้นคุณเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง... พอเห็นเขากำลังไปได้ดี ก็เลยนึกเสียดาย อยากจะกลับมาเก็บเศษแก้วที่ตัวเองเป็นคนทุบแตกงั้นเหรอคะ น่าสมเพชจังนะคะ"
"นี่เธอ!" เมย์ร่าหน้าเสีย รอยยิ้มหยันหลุดหายไปทันที มือเรียวที่แต่งเล็บเจลอย่างประณีตกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขาวซีด
บรรยากาศระหว่างผู้หญิงสองคนตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บ ทว่าก่อนที่สงครามประสาทจะได้ยกระดับไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างแรง!
พิมพิศายืนสง่านิ่งอยู่ตรงกรอบประตู สีหน้าของประธานสาวไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่ด้วยความเยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ความกดดันแผ่ซ่านจนรินรดายังต้องกลืนน้ำลายลงคอ แม้เธอจะไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตาม
"เสียงดังอะไรกันหน้าห้องทำงานฉัน เสียงมันรบกวนสมาธิคนอื่นค่ะ... หรือว่าว่างงานกันมากนัก?"
เสียงทุบต่ำของพิมพิศาเอ่ยขึ้น นิ่งเรียบทว่าเฉียบขาดจนเมย์ร่าต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนหวานทันที หญิงสาวรุ่นพี่ก้าวเข้าไปหาประธานสาวพร้อมส่งสายตาออดอ้อนที่รินรดาเห็นแล้วอยากจะเบะปาก
"พิมคะ... เมย์แค่แวะมาทักทายตามประสาคนเคยคุ้น ไม่คิดว่าเด็กฝึกงาน (ที่ตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นเลขา) ของพิมจะต้อนรับด้วยวาจายโสขนาดนี้ เมย์แค่หวังดีอยากเตือนสติเท่านั้นเองค่ะ" เมย์ร่าฟ้องเสียงออดอ้อน พลางเอื้อมมือจะไปแตะแขนพิมพิศา
ทว่าพิมพิศากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน สายตาคมกริบไม่ได้มองเมย์ร่าด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง ตรงกันข้าม... มันราบเรียบจนน่ากลัว
"คนที่ควรมีมารยาทในพื้นที่ส่วนตัวของบริษัท... คือคุณต่างหากค่ะคุณเมย์ร่า" พิมพิศาเอ่ยเสียงเรียบ แต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "แล้วก็กรุณาอย่ามาล้ำเส้นพนักงานของฉันด้วย เพราะคนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเข้ามาในนี้... คือคุณ"
เมย์ร่าหน้าชาดิก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อว่าพิมพิศาจะหักหน้าเธอกลางบริษัทแบบนี้ ขณะที่รินรดาแอบลอบยิ้มมุมปาก ความสะใจแลابเข้ามาในอก แต่ยังไม่ทันที่รินรดาจะทันได้โล่งใจ ประโยคถัดมาของพิมพิศาก็ทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง
"ส่วนเธอ... รินรดา ตามฉันเข้ามาในห้องเดี๋ยวนี้!"
พิมพิศาหันขวับมามองตัวแสบประจำห้องด้วยสายตาคาดโทษ ร่างระหงหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดากระพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง
รินรดาเม้มปากแน่น รีบก้าวตามเข้าไปในห้องทำงานทันทีพร้อมกับเสียงปิดประตูดัง *ปัง!* เพื่อกั้นโลกภายนอก
"คุณพิม เรียกฉันเข้ามามีอะไ... อุ๊บ!"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โวยวาย ร่างของเธอก็ถูกกระชากด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยแต่เด็ดขาด แผ่นหลังบางชนเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดลงอย่างจัง ลมหายใจสะดุดกくกุ๊กเมื่อเงาร่างสูงโปร่งของประธานสาวก้าวเข้ามาประชิด ล็อกตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกั้นประตูไว้
พิมพิศาก้มหน้าลงมาใกล้ ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ แววตาคมกริบไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่คิด แต่กลับลุกโชนด้วยไฟบางอย่างที่ร้อนรุ่มและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"เก่งนักนะ... ไปต่อปากต่อคำกับคนนอกแบบนั้นได้ยังไง หืม?" พิมพิศากระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนรินรดาขนลุกซู่
"ก็ผู้หญิงคนนั้นมาก1อนก่อนนี่คะ! อีกอย่าง ฉันก็แค่ปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง... ทำไมคะ กลัวแฟนเก่าช้ำใจรึไงถึงต้องมาดุฉันในห้องนี้!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลักออกมานอกอกเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
พิมพิศาแค่นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนของรินรดาให้เงยขึ้น บังคับให้ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมที่กำลังสั่นระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อน
"แฟนเก่าอะไรกัน... ฉันเขี่ยทิ้งไปนานจนจำหน้าไม่ได้แล้วค่ะ" พิมพิศากดเสียงต่ำ สายตาไล่สายตาลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย "แต่ที่ฉันหงุดหงิด... ไม่ใช่เพราะเมย์ร่าหรอกนะรินรดา"
"แล้ว... แล้วเพราะอะไรล่ะคะ" รินรดาเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปหมด
พิมพิศายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองใจสั่นระทึก ปลายนิ้วที่เชยคางเปลี่ยนเป็นไล้เบาๆ ที่ริมฝีปากนุ่มอย่างจงใจยั่วเย้า ก่อนจะโน้มใบลงกระซิบชิดริมฝีปากจนปลายจมูกชนกัน
"ก็เพราะเธอมัวแต่ไปสนใจคนอื่น... จนลืมไปแล้วรึเปล่า ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของหัวใจเธอตัวจริง... หืม?"
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนกับคำสารภาพกลายๆ และสัมผัสอุ่นร้อนที่จู่โจมอย่างไร้การตั้งตัว แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แตะกันตามแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้ง ตามด้วยเสียงของธันวาที่ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะนรกแบบพอดิบพอดี
"คุณพิมครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... อยู่ๆ ก็มีนักข่าวบุกขึ้นมาที่ชั้นนี้ เพราะมีคนปล่อยคลิปที่คุณเมย์ร่ากับรินรดาปะทะกันเมื่อกี้ลงโซเชียลแล้วครับ!"
พิมพิศาชะงักกึก ดวงตาคมกริบผละจากใบหน้าหวานของรินรดาด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ส่วนรินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อตระหนักถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างความฟินนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 16
คนเก่าที่กลับมาเขย่าความสัมพันธ์
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!