ไฟล์เสียงความยาวสามสิบวินาทีบนหน้าจอมือถือสั่นพับๆ อยู่บนพื้นผิวกระจกเงาวับของโต๊ะทำงาน ประโยคสนทนาอันแสนคุ้นเคยที่ดังลอดออกมาจากลำโพงเล็กๆ นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เย็นเฉียบลงในพริบตา แต่ยังกรีดแทงหัวใจของคนที่นั่งอยู่ตรงนี้จนแทบไม่เหลือชิ้นดี เสียงของพิมพิศาในคลิปกำลังเอ่ยประโยคที่ปฏิเสธความสัมพันธ์และเย้ยหยันสถานะของใครบางคนอย่างไร้เยื่อใย เป็นหลักฐานชั้นดีที่เมย์ร่าตั้งใจส่งมาเพื่อตบหน้าเธอกลางกลางวง
รินรดากะพริบตาช้าๆ เพื่อสกัดกั้นม่านน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วย หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมาจากอก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่สิ่งที่ฉายชัดอยู่ในแววตากลับไม่ใช่ความอ่อนแอ—มันคือความเด็ดเดี่ยวที่เย็นชาและพร้อมจะตัดขาดทุกสิ่ง
"ริน..."
เสียงเรียกแผ่วเบาจากพิมพิศาที่ดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาหมายจะคว้าข้อมือเธอไว้ ทำให้รินรดารemปัดออกอย่างไร้เยื่อใย สัมผัสเย็นชาจากปลายนิ้วของประธานสาวคนเก่งในยามนี้ไม่ได้สร้างความอบอุ่นให้หัวใจอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าและรอยร้าวที่ไม่มีวันประสาน
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศและดื้อรั้น บัดนี้กลับนิ่งสนิทจนน่ากลัว เธอมองหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งเจ้านายและเจ้าของหัวใจด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เตรียมไว้ออกมาจากแฟ้มเอกสารอย่างมั่น
"ไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วค่ะ ท่านประธานพิมพิศา" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกทุกคำพูด "เพราะสิ่งที่ฉันได้ยินและได้เห็นในตอนนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าคำแก้ตัวใดๆ ที่คุณพยายามจะพูดออกมาเสียอีก"
พิมพิศาหน้าซีดเผือด แววตานิ่งสนิทที่เคยเย่อหยิ่งและควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก ร่างระหงผุดลุกขึ้นยืนตาม พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวรุ่นน้องเพื่อหวังจะอธิบายความจริงทั้งหมด "ริน ฟังฉันก่อน คลิปเสียงนั่นมัน... มันถูกตัดต่อ เมย์ร่ากำลังเล่นตลกอะไรบางอย่างเพื่อจะปั่นหัวเรา เธอต้องเชื่อฉันสิ!"
"เชื่อคุณงั้นเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มีเพียงหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาแต่ไม่ยอมร่วงหล่นลงมาสักหยด "แล้วที่ผ่านมาล่ะคะ ความรู้สึกที่ฉันทุ่มเทให้คุณ ความเชื่อใจที่ฉันมอบให้คุณ มันมีความหมายอะไรบ้างในสายตาของคุณ หรือฉันก็เป็นได้แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่คุณเก็บไว้คั่นเวลา ระหว่างที่คุณยังสนุกกับเกมอำนาจพวกนี้กันแน่!"
คำถามที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตา ทำให้พิมพิศาชะงักงัน หัวใจของประธานสาวกระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนพูดไม่ออก เธอไม่เคยกลัวอะไรในชีวิตนี้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ หรือปัญหาบริษัทที่ใหญ่หลวงแค่ไหน เธอก็รับมือได้ทั้งหมด—ยกเว้นก็แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจจากผู้หญิงตรงหน้านี้
"ไม่ใช่แบบนั้นนะริน..." พิมพิศาพยายามเอื้อมมือไปคว้ามือบางอีกครั้ง น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นของเล่น... สำหรับฉัน เธอก็คือ..."
"พอเถอะค่ะ!" รินรดารemถอยหลังหนีการสัมผัสราวกับรังเกียจ พร้อมกับสะบัดหน้าหนีภาพความเวทนาที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนตรงหน้า มือเรียวบางเลื่อนแผ่นกระดาษในมือวางลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง จนเสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบสงัด
พิมพิศาก้มมองเอกสารแผ่นนั้น หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ตัวอักษรหัวข้อชัดเจนตอกย้ำความจริงที่ไม่อาจหลีกหนี—**"หนังสือขอลาออก"**
"นี่เธอ..." พิมพิศาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง ปรารถนาจะปฏิเสธและฉีกมันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้
"ฉันตัดสินใจดีแล้วค่ะ" รินรดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น ไหล่บางเชิดขึ้นอย่างถือดีเพื่อปกปิดความอ่อนแอที่กำลังกัดกินข้างใน "ขอบคุณสำหรับทุกตำแหน่งงาน ประสบการณ์ และบทเรียนราคาแพงที่คุณมอบให้ฉันตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับคุณ... เราหมดสิ้นภาระผูกพันใดๆ ต่อกันแล้วค่ะ"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังให้ทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกลับมาอีก เธอก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แม้ว่าในใจจะแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีก็ตาม
"รินรดา! หยุดนะ! ถ้าเธอเดินออกจากประตูห้องนี้ไป เธอจะไม่มีวันได้กลับมาอีก..." พิมพิศาตะโกนไล่หลังด้วยความร้อนรน สติที่เคยสุขุมหลุดลอยหายไปจนหมดสิ้น เมื่อตระหนักได้ว่าเธือกำลังจะสูญเสียคนที่รักที่สุดไปตลอดกาล
ทว่ารินรดาไม่มีวันหันกลับมาอีกแล้ว ประตูห้องประชุมปิดลงด้วยเสียงดังสนั่น พร้อมๆ กับที่เมย์ร่าซึ่งยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงมุมระเบียงด้านนอก ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แผนการของเธอสำเร็จลุลอยไปกว่าครึ่งแล้ว และความสัมพันธ์ที่พิมพิศาพยายามปกป้อง ก็พังทลายลงด้วยมือของเธอเอง
ภายในห้องประชุมที่เหลือเพียงความว่างเปล่า พิมพิศาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างไร้เรี่ยวแรง มือเรียวสั่นเทาขณะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ยังคงสว่างวาบด้วยข้อความจากเมย์ร่าขึ้นมาดู บรรทัดสุดท้ายของข้อความนั้นระบุเวลาและสถานที่นัดหมายบางอย่าง—สถานที่ที่กำลังจะทำให้พิมพิศารู้ว่า เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
และก่อนที่พิมพิศจะทันได้ตัดสินใจทำอะไร หน้าจอมือถือของเธอก็สว่างขึ้นอีกครั้งด้วยสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก... เธอกดรับด้วยความหงุดหงิดปนระคนสงสัย ทว่าเสียงที่ดังลอดมาจากปลายสาย กลับไม่ใช่เสียงของเมย์ร่าอย่างที่คิดไว้
*"สวัสดีค่ะ คุณพิมพิศา... สนใจจะรู้ไหมคะว่าความจริงเบื้องหลังคลิปเสียงเมื่อครู่ มันยังมีอะไรที่คุณคาดไม่ถึงอีก...?"*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 23
คำโกหกที่ทำลายทุกอย่าง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!