พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 24

ความว่างเปล่าที่เพิ่งรู้ตัว

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"สวัสดีค่ะ คุณพิมพิศา... สนใจจะรู้ไหมคะว่าความจริงเบื้องหลังคลิปเสียงเมื่อครู่ มันยังมีอะไรที่คุณคาดไม่ถึงอีก...?" เสียงปลายสายจากเมย์ร่ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยกำลังทิ่มแทงลงมาที่กลางใจ พิมพิศากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองมาตลอด บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เธอเกลียดชังที่สุด... ความหวาดกลัว ความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียใครบางคนไปอย่างถาวร ห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมืองที่เคยเงียบสงบและให้ความรู้สึกทรงอำนาจ บัดนี้กลับกว้างใหญ่เกินไป หนาวเหน็บเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือ... มันว่างเปล่าอย่างไร้เหตุผล ไม่มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบของเด็กจบใหม่ที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟาก ไม่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วบดที่อีกฝ่ายมักจะชงมาวางไว้บนโต๊ะด้วยใบหน้ามุ่ยๆ และที่ร้ายกาจที่สุดคือ... ไม่มีรอยยิ้มหยันที่มักจะส่งมาพร้อมกับคำพูดเชือดเฉือนเพื่อกวนประสาทเธออีกต่อไปแล้ว รินรดาเดินออกจากชีวิตเธอไปได้เกือบสัปดาห์เต็มๆ ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา พิมพิศาพยายามบอกตัวเองว่ามันคือเรื่องดี เธอควรจะยินดีเสียด้วยซ้ำที่เด็กดื้อคนนั้นหลุดพ้นจากพันธนาการบ้าๆ ที่เธอสร้างขึ้น แต่ความจริงอันโหดร้ายที่ประจักษ์แก่ใจในวินาทีนี้ก็คือ... เธอยังหายใจอยู่ก็จริง แต่หัวใจข้างซ้ายมันหยุดทำงานไปตั้งแต่ตอนที่แผ่นหลังบางนั้นก้าวพ้นประตูห้องนี้ไปแล้วต่างหาก ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ธันวา เพื่อนสนิทและที่ปรึกษาคนเดียวของรินรดาจะถือวิสาสะผลักเข้ามา โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มไม่ได้ฉายแววขี้เล่นเหมือนทุกครั้ง ทว่ากลับเรียบตึงและจริงจังจนน่ากลัว "ฉันคิดว่าคุณน่าจะอยากดูนี่..." ธันวาโยนแท็บเล็ตเครื่องบางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส หน้าจอแสดงผลภาพและข้อความจากเพจซุบซิบชื่อดัง ที่กำลังตีแผ่ข่าวฉาวชิ้นใหญ่เกี่ยวกับบริษัทของเธอ และชื่อของรินรดาถูกลากเข้ามาเอี่ยวในฐานะแพะรับบาปอย่างไม่เป็นธรรม พิมพิศากวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนดשร้อนผ่าวไปทั่วริฝีปาก เธอลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ทรงสูงล้มคว่ำลงไปกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "พวกมันกล้าดียังไง..." น้ำเสียงของประธานสาวลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น ดวงตาสุดเนี๊ยบวาวโรจน์ด้วยโทสะ "เอาชื่อรินรดามาประจานแบบนี้ มันอยากล้มละลายกันหมดใช่ไหม!" "ใจเย็นก่อนครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันติดปากพูดตามยัยรินน่ะ" ธันวาชูมือขึ้นยอมแพ้เล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาดุราวกับเสือดาวจะขย้ำเหยื่อของพิมพิศา "แต่ประเด็นไม่ใช่ความโกรธของคุณตอนนี้ ประเด็นคือคุณรู้ไหมว่าทำไมรินถึงยอมลาออกแล้วเงียบหายไป... เพราะยัยนั่นไม่อยากให้เรื่องบ้าๆ ระหว่างคุณกับเมย์ร่ามาทำลายอนาคตการทำงานของแกไงล่ะ รินมันยอมเจ็บตัวคนเดียว เพื่อปกป้องชื่อเสียงที่คุณสร้างมากับมือ... คุณรู้ตัวบ้างไหมพิมพิศา" คำพูดของธันวาราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ ประธานสาวชาวนิ่งงัน ร่างกายชาดิกไปชั่วขณะ ปกป้องเธออย่างนั้นเหรอ...? ทั้งๆที่เธอเป็นคนใจร้ายใส่ก่อน ทั้งๆ ที่เธอผลักไสไล่ส่งอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำถากถางสารพัด แต่เด็กคนนั้นกลับเลือกที่จะแบกรับความอัปยศทั้งหมดไว้เพื่อเธอเนี่ยนะ? "แล้วตอนนี้... รินอยู่ที่ไหน" พิมพิศาถามเสียงสั่น ร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงตนก่อนหน้านี้มลายหาย ไปจนสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวผู้พ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ "ฉันไม่รู้..." ธันวาถอนหายใจยาว "รู้แค่ว่าหลังจากที่ยัยนั่นได้รับสายจากเมย์ร่าเมื่อชั่วโมงก่อน รินก็บอกว่าจะไปเคลียร์ทุกอย่างให้จบด้วยตัวเอง... และที่สำคัญที่สุด พิมพิศา... เมย์ร่าไม่ได้แค่โทรหาคุณคนเดียว แต่ยัยนั่นนัดรินรดาไปเจอที่ดาดฟ้าตึกเก่าของบริษัทเราสาขา 2" สิ้นคำพูดนั้น พิมพิศาก็พุ่งตัวออกจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกไล่หลังของธันวาแม้แต่น้อย ส้นสูงราคาแพงกระแทกพื้นทางเดินเสียงดังระรัว หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดกลัวที่ทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า *อย่าเป็นอะไรไปนะ... รินรดา* รถยนต์หรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วเกินกำหนด ฝนเม็ดเล็กเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับฟ้าฝนกำลังเป็นใจให้กับความอึมครึมในจิตใจของเธอ เมื่อมาถึงตึกร้างเป้าหมาย พิมพิศาวิ่งฝ่าสายฝนขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าโดยไม่ห่วงสภาพตัวเอง ชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและสายฝน เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบไปกับกรอบหน้าขาวซีด แต่เธอกลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด... ความร้อนรนข้างในมันแผดเผาจนแทบคลั่ง ประตูเหล็กดาดฟ้าถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ลมหนาวกรรโชกแรงปะทะเข้ากับร่างของเธอทันที ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของพิมพิศาแทบสะดุด รินรดายืนอยู่ตรงข้ามกับเมย์ร่า ห่างจากขอบตึกที่ไร้สิ่งกีดขวางเพียงไม่กี่ก้าว ร่างบางเปียกโชกไปด้วยฝนไม่ต่างจากเธอ ใบหน้าหวานซีดเผือดแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ ในขณะที่เมย์ร่ากำลังหัวเราะด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวในมือถือโทรศัพท์ที่เปิดเสียงบันทึกบางอย่างอยู่ "แกมันก็แค่เด็กกะโปโล กล้าดียังไงมาแย่งทุกอย่างไปจากฉัน!" เมย์ร่ากรีดร้องด้วยความสติหลุด พร้อมกับพุ่งเข้ามาผลักหัวไหล่ของรินรดาอย่างแรง "อย่านะ!" พิมพิศากรีดร้องสุดเสียง ร่างเพรียวพุ่งเข้าไปกระชากตัวเมย์ร่าให้ออกห่างจากขอบตึกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เมย์ร่าเคยเห็นมา "ถ้าแกแตะต้องรินรดาแม้แต่ปลายนิ้ว... ฉันจะทำให้บริษัทของครอบครัวแกพินาศภายในสามวินาที จำคำฉันไว้เมย์ร่า ไสหัวไปให้พ้น!" ประธานสาวคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธและเหนื่อยอ่อน เมย์ร่าหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ยอมถอยร่นหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว บนดาดฟ้าที่เหลือเพียงลมฝนและเสียงหอบหายใจ พิมพิศาหันกลับมามองร่างบางที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงหน้า รินรดากำลังมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความตัดพ้อ ความเหนื่อยล้า และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย "คุณ... ตามมาทำไมคะ" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาว พิมพิศาไม่ตอบคำถามนั้น เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กเข้าหาตัวแล้วดึงเข้ามากอดแนบแน่นจนจมหายไปกับอ้อมอก อ้อมกอดที่กักเก็บความหวาดกลัวและความโหยหามาตลอดเจ็ดวันเต็ม "อย่าทำแบบนี้อีก..." เสียงของประธานสาวสั่นเครືออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าที่เคยเย็นชาซบลงกับลาดไหล่บาง หยาดน้ำตาที่ผสมปนเปไปกับสายฝนไหลรินลงมาเงียบๆ "อย่าหายไปจากฉันอีกเลย... รินรดา" รินรดาชะงักงัน หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างมาตลอดกลับอ่อนยวบลงทันทีภายใต้อ้อมกอดที่อบอุ่นและสั่นเทานั้น มือเรียวยกขึ้นเตรียมจะผลักไส แต่วินาทีที่เธอกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องขึ้นมาบนดาดฟ้า "คุณพิมครับ! ทางนี้... เฮ้ย!" ธันวาร้องอุทานเสียงหลงเมื่อวิ่งมาถึง แต่ไม่ใช่เพราะเห็นพวกเธอ หากแต่เป็นภาพของบุคคลที่สามที่ก้าวตามหลังเขาขึ้นมาบนดาดฟ้า พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก พิมพิศาผละออกจากอ้อมกอดของรินรดาช้าๆ หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึง ร่างสูงของใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงาหลังคา พร้อมกับเอกสารสำคัญในมือที่ถูกชูขึ้นท่ามกลางสายฝน "ไม่ต้องตกใจหรอครับคุณพิมพิศา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "เพราะเกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหาก... และคนที่จะชนะ ไม่ใช่คุณแน่นอน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาด้วยกันถึงตอนนี้จากใจ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%