พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 22

รอยร้าวที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"คิดว่าฉันแพ้แล้วเหรอกคะเด็กน้อย? เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก" เสียงหัวเราะเบาๆ แต่บาดลึกของเมย์ร่ายังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ขณะที่รินรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องเรียบปรากฏภาพถ่ายชุดใหม่ล่าสุด—ภาพที่ต่อให้คนมองโลกในแง่ดีแค่ไหน ก็ยากจะตีความไปเป็นอื่นได้ นอกเสียจากภาพบาดตาบาดใจที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์เบื้องหลังที่ถูกซ่อนเร้น พิมพิศา... ประธานบริหารสาวผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ยืนอยู่เคียงข้างเมย์ร่าในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟดีไซน์หรูสาดกระทบเงาร่างทั้งสองให้แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ริมฝีปากของเมย์ร่าแย้มยิ้มในมุมกล้อง ขณะที่มือเรียวของพิมพิศายื่นเข้าไปใกล้ใบหน้านั้นราวกับกำลังประคองไว้อย่างทะนุถนอม แม้จะเป็นภาพมุมสูงที่ไร้เสียง แต่มันกลับส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานอยู่ในอกของรินรดาราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในทรวงอก รินรดาบอกตัวเองว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้กับภาพถ่ายชิ้นเดียว แต่ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขอบตากลับปฏิเสธความเข้มแข็งปลอมๆ นั้นอย่างสิ้นเชิง "ไง ยัยริน หน้าตาเธอดูเหมือนคนเพิ่งโดนผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ เลยว่ะ" ธันวาเพื่อนสนิทเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่พอเห็นสีหน้าซีดเผือดและการกำมือแน่นจนสั่นของเพื่อนรัก ประโยคเย้าแหย่ก็พลันกลืนหายลงคอไปทันที "เฮ้ย เป็นอะไร สีหน้าไม่ดีเลย ใครทำอะไรแก?" "เปล่าค่ะ..." รินรดาเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก เธอยัดโทรศัพท์มือถือเก็บลงในกระเป๋าเสื้อสูท พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจข้างในจะกำลังแหลกสลายเป็นผุยผง "แค่รู้สึกว่าอากาศในห้องนี้มันชักจะหายใจไม่ค่อยออกก็เท่านั้นเอง" "อากาศไม่ดีหรือว่าคนในใจมันทำให้หายใจไม่ออกกันแน่?" ธันวาหรี่ตามองอย่างรู้ทัน เขารู้จักนิสัยดื้อรั้นแต่เปราะบางของเพื่อนคนนี้ดี ยิ่งเวลาที่รินรดาทำเป็นเก่ง ทำเป็นไม่ใส่ใจ นั่นแปลว่าเจ้าตัวกำลังแบกรับความเสียใจไว้จนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว "ถ้าหมายถึงคุณพิมพิศา ฉันเตือนแกแล้วนะเว้ย ผู้หญิงระดับนั้นน่ะ... โปรไฟล์ก็หรู เรซูเม่ความเจ้าชู้ก็ไม่แพ้กัน ยิ่งยัยเมย์ร่าตัวแสบกลับมาวนเวียนด้วย แกคิดเหรอว่าเขาจะเลือกเด็กฝึกงานใหม่อย่างเราไปตลอดรอดฝั่ง" คำพูดของธันวาคมกริบยิ่งกว่าใบมีด มันไม่ได้สร้างความกระจ่าง แต่มันกลับตอกย้ำความจริงที่รินรดากลัวที่สุด—ความแตกต่างระหว่างเธอกับพิมพิศามันกว้างเกินกว่าจะก้าวข้าม และในเกมนี้ เธอก็เป็นแค่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกหลอกให้ตายใจ "ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละค่ะธันวา" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววรั้นระคนร้าวราญ เธอยอมรับว่าตัวเองปากเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่กับเรื่องนี้... เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลาเสียเหลือเกิน "เขาจะเป็นใคร จะทำอะไรกับใคร มันก็สิทธิ์ของเขา เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง... ไม่สิ เป็นแค่คนที่เขาใช้แก้เบื่อช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นแหละ" "ปากแข็งชะมัด" ธันวาถอนหายใจยาว "แล้วนี่จะเอายังไงต่อ? หลบหน้าเขาเหรอ? แกก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อวันนี้มีประชุมโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ และคุณพิมพิศาก็เป็นคนคุมโปรเจกต์นี้เอง" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธและความน้อยใจตีรวนขึ้นมาจนกล2บทบาทและความรู้สึกปั่นป่วนไปหมด ถ้าพิมพิศาคิดจะเล่นเกมตบตาเธอ ให้ความหวังในยามค่ำคืนแล้วกลับไปหาคนเก่าในยามลับตา เธอก็จะไม่ขอเป็นฝ่ายยืนรอให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นอีกต่อไป "ใครบอกว่าจะหลบหน้าล่ะคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยฉายแววอ่อนล้าเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาทันที "ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมนี้มากนัก รินรดาก็พร้อมจะเป็นคู่ต่อสู้ที่สนุกที่สุดให้เขาดูเหมือนกัน!" บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของบริษัทอบอวลไปด้วยความตึงเครียด แม้ว่าผู้บริหารและตัวแทนพาร์ทเนอร์จะกำลังพูดคุยหารือกันอย่างออกรส แต่สำหรับพิมพิศาแล้ว โฟกัสของเธอไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนสไลด์นำเสนอเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคอยเหลือบมองประตูห้องประชุมอยู่เป็นระยะ—รินรดามาสาย และนั่นไม่ใช่พฤติกรรมปกติของเด็กคนนั้น พิมพิศานิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิด ปลายเรียวเล็บเคาะลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีเบาๆ เป็นจังหวะ หัวใจของประธานสาวนึกกรุ่นโกรธขึ้นมาเล็กน้อย หล่อนอุตส่าห์เคลียร์งานและจัดการปัญหาจุกจิกเรื่องเมย์ร่าจนดึกดื่น เพื่อจะได้เคลียร์ใจกับเด็กดื้อในเช้าวันนี้ แต่เจ้าตัวกลับทำตัวเหลวไหลแถมยังขาดการติดต่อตั้งแต่เช้า "คุณพิมพิศาคะ มีอะไรกังวลหรือเปล่าคะ?" เสียงหวานหยาดเยิ้มของเมย์ร่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ที่ส่งมาให้อย่างเปิดเผย เมย์ร่าจงใจเอื้อมมือมาแตะแขนของพิมพิศาเบาๆ ใต้โต๊ะประชุม พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "หรือว่ากำลังรอใครบางคนอยู่คะ... เด็กฝึกงานคนนั้นหรือเปล่า?" พิมพิศาชักแขนออกทันทีอย่างนึกรังเกียจ ดวงตาคู่คมตวัดมองเมย์ร่าด้วยแววตาเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "เรื่องส่วนตัวของฉัน คงไม่ต้องรบกวนให้คุณเมย์ร่ามาใส่ใจนะคะ โฟกัสกับงานตรงหน้าดีกว่าค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้อาจจะไม่ได้ลงนามร่วมกันอย่างที่ตั้งใจ" เมย์ร่าไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน หล่อนยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า สายตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความมั่นใจในแผนการที่ได้วางหมากเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามสคริปต์ที่หล่อนต้องการ ภาพถ่ายที่ถูกส่งไปเมื่อเช้าคงจะทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยม รินรดากับพิมพิศาไม่มีทางเคลียร์กันได้ลงตัวอย่างแน่นอน รอยร้าวเล็กๆ นี้จะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นเหوลึกที่ไม่มีวันประสาน แกร็ก! เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว และคนที่ก้าวเข้ามาก็ทำให้พิมพิศาถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามเกินกว่าเด็กฝึกงานทั่วไป เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ตัดกับใบหน้าเรียบเฉยที่ไร้รอยยิ้ม ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้มองตรงมาที่ประธานสาวอย่างเคย แต่กลับกวาดมองไปรอบห้องด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และที่สำคัญที่สุด... ข้างกายของเธอกลับมีธันวาเดินประกบคราบคล้ายคนรู้ใจ พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่ส่งตรงมายังพิมพิศา พิมพิศารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความหึงหวงพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะระเบิดออกทางสายตา มือที่กำปากกาอยู่เผลอออกแรงบีบจนข้อพับนิ้วขาวซีด หล่อนจ้องมองรินรดาที่เดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่ยอมสบตากับเธอเลยแม้แต่น้อย แถมเด็กสาวยยังหันไปยิ้มรับและกระซิบกระซาบกับธันวาอย่างสนิทสนมเกินงาม ภาพนั้นมันบาดล้ำลึกยิ่งกว่าที่เมย์ร่าส่งมาให้เสียอีก "ขอโทษที่มาสายค่ะ พอดีฉันมีธุระสำคัญ... ที่ต้องเคลียร์กับคนสำคัญกว่า" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอจงใจเน้นคำว่า 'คนสำคัญ' พร้อมกับช้อนสายตาขึ้นสบตากับพิมพิศาตรงๆ แววตาคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่พิมพิศาไม่เคยเห็นมาก่อน พิมพิศากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก ประธานสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุม ทุกอย่างรอบตัวเริ่มหมุนเคว้ง รอยร้าวที่ก่อตัวขึ้นไม่ใช่แค่ภาพถ่ายจอมปลอม แต่มันคือช่องว่างระหว่างความรู้สึกที่พวกเธอกำลังสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง "ริน..." พิมพิศาเผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา เสียงของเธอสั่นพร่าจนแทบไม่ได้ยิน แต่รินรดาเพียงแค่ปรายตามองมาด้วยรอยยิ้มเยέเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจคนมองให้แหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่เด็กสาวจะหันไปสนใจสไลด์งานบนหน้าจอโดยไม่สนใจไยดีประธานสาวผู้เย่อหยิ่งอีกเลยแม้แต่น้อย ขณะที่เกมกำลังดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เมย์ร่าที่นั่งมองภาพความร้าวฉานตรงหน้าก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของพิมพิศาก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรจากเบอร์แปลกปริศนา พร้อมกับแนบไฟล์เสียงความยาวสามสิบวินาที—ไฟล์เสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะถูกส่งมาในเวลานี้ และเนื้อหาข้างในนั้น... กำลังจะพลิกกระดานทุกอย่างให้พังทลายลงในพริบตาเดียว! ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%