หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ยังคงสطว่างวาบด้วยข้อความเตือนภัยจากหญิงสาวชุดดำในลานจอดรถแทบไม่มีความหมายอะไรเลยในเสี้ยววินาทีนี้ เมื่อเสียงเคาะประตูรัวเร็วราวกับคนสติแตกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากหน้าห้องพักขนาดกะทัดรัดย่านชานเมืองของรินรดา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
รินรดาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังสวมเสื้อยืดตัวโคร่งขมวดคิ้วมุ่น เธอหันไปมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรงพอดิบพอดี ใครกันที่บุกมาเคาะห้องคนอื่นยามวิกาลแบบนี้ หรือจะเป็นธันวาที่ลืมกุญแจอีกแล้ว?
ร่างบางก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตู มือเรียวกระชากเปิดออกด้วยความหงุดหงิดพร้อมจะเอ่ยปากด่ากราด แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่แค่ลำคอ เมื่อภาพตรงหน้าไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างที่คิด
พิมพิศา ประธานบริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลและมักจะปรากฏกายด้วยชุดสูทเนี๊ยบกริบเสมอ บัดนี้กลับอยู่ในสภาพที่แทบดูไม่ได้ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวแพงยับยู่ยี่เนື່ອງจากการเดินทาง ปลายผมยาวสลวยยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะสายลมยามค่ำคืน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่คมที่เคยเย่อหยิ่งเย็นชาคู่นั้น กำลังไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดชีวิต
"คุณพิม...?" รินรดากล่าวชื่อนั้นออกมาด้วยความตกตะลึง ปากเรียวอ้าค้างเล็กน้อย "คุณมาทำอะไรที่นี่คะ? แล้วรู้ที่อยู่ฉันได้ยังไง?"
พิมพิศาไม่ตอบคำถาม เธอใช้ดวงตาสีเข้มกวาดมองสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับต้องการแน่ใจว่าเด็กสาวตรงหน้ายังอยู่ตรงนี้ ปลอดภัย และเป็นของเธอจริงๆ ก่อนที่ร่างสูงระหงจะตัดสินใจก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงด้วยหลังเท้า
"เฮ้! นี่มันห้องฉันนะคะ คุณมีสิทธิ์อะไรมา—"
"ฉันไม่มีสิทธิ์อะไรเลยใช่ไหมล่ะ?" พิมพิศาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อนจากผู้หญิงคนนี้ ประธานสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยามนี้กลับยืนหอบหายใจน้อยๆ แผ่นอกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ที่ควบคุมแทบไม่อยู่
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายยามค่ำคืนของผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำให้ห้องแคบๆ นี้แคบลงไปถนัดตา หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะ ทั้งโกรธ ทั้งฉุน และ... ทั้งหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน
"ถ้าคุณมาเพื่อจะเล่นเกมจิตวิทยาอะไรบ้าๆ เหมือนที่บริษัท บอกเลยว่าฉันไม่ว่างค่ะ ดึกแล้ว เชิญกลับไปซะ" รินรดาเบือนหน้าหนี พยายามสร้างกำแพงความแข็งกระด้างขึ้นมาปกป้องตัวเองอีกครั้ง หลังจากเพิ่งผ่านศึกหนักเรื่องเมย์ร่าและภาพถ่ายปริศนามาหมาดๆ
แต่พิมพิศากลับไม่ยอมถอย เธอก้าวเข้าประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือริมผนัง มือเรียวสวยทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นทางหนีของเด็กสาวไว้ เป็นการกักขังโดยสوروภาพที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน
"ภาพผู้หญิงชุดดำคนนั้น... เธอยังไม่ได้สนใจมันใช่ไหม?" พิมพิศาเอמהเสียงต่ำ ชิดริมฝีปากจนเกือบจะแนบแก้มเนียนของอีกฝ่าย "รินรดา ฟังฉันนะ อย่าไปสนใจข้อความบ้าๆ นั่น เมย์ร่าพยายามจะปั่นหัวเรา สองคนนั้น... มันไม่มีอะไรทั้งนั้น"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ "คุณจะเป็นของใคร มีอดีตกับใคร มีใครมายืนรอที่ล็อบบี้ มันก็เรื่องของคุณ ประธานพิมพิศาคนเก่ง ไม่เห็นต้องมาเดือดร้อนอธิบายให้คนแบบฉันฟังเลยนี่คะ"
"ปากเก่งนักนะ!" พิมพิศากัดริมฝีปากตัวเองเบื้องล่างด้วยความคับ 30% ของความอัดอั้นทั้งหมดถูกระบายออกมาผ่านสายตาที่วาวโรจน์ "เธอคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อยืนฟังเธอด่าถากถางเล่นๆ หรือไงรินรดา? เธอคิดว่าผู้หญิงอย่างฉัน จะยอมทิ้งมาดประธาน นั่งรถข้ามจังหวัดกลางดึก มายืนหน้าตาไม่สบอารมณ์อยู่ตรงนี้ เพื่ออะไรล่ะถ้าไม่ใช่เพราะ..."
พิมพิศาชะงัก ประโยคคำพูดที่เตรียมมาทั้งหมดติดอยู่ที่ริมฝีปาก ดวงตาคู่คมฉายแววลังเลเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตของเธอ ผู้หญิงที่สั่งคนได้ทั้งบริษัท กลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวจบใหม่ที่ยืนกอดอกทำหน้ายโสอยู่ตรงหน้า
"เพราะอะไรล่ะคะ? พูดมาสิคะ!" รินรดาเร่งเร้า หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความคาดหวังบางอย่างพุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุด เธอกลั้นหายใจรอฟังคำนั้น คำที่เธอเฝ้ารอมาตลอดแม้จะรู้ว่ามันอาจเป็นพิษภัย
พิมพิศาหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เธอยอมละทิ้งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และมาดอันเย่อหยิ่งที่สะสมมาหลายปี ก็เพื่อผู้หญิงคนนี้คนเดียว
"เพราะฉัน... ทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอมองฉันด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้น" พิมพิศาลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของรินรดา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงอย่างเหลือเชื่อ แต่กลับทรงพลังจนทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน "เพราะฉันทนอยู่ไม่ได้... ถ้าในโลกนี้ไม่มีรินรดาคอยต่อปากต่อคำกับฉันอีกแล้ว"
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานสาวจอมเผด็จการ มันตรงไปตรงมาและทรงพลังเกินกว่าที่เธอจะตั้งรับไหว
"คุณ... พูดว่าอะไรนะคะ?" รินรดาถามเสียงสั่น พยายามหาเสียงของตัวเองให้เจอ
"ฉันบอกว่า..." พิมพิศาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มใส "ฉันชอบเธอ... รินรดา ฉันชอบเด็กปากจัดอย่างเธอจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว ยัยตัวแสบ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ความร้อนผ่าวจะตีรวนขึ้นมาที่ขอบตาของรินรดา เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อ่มเอ่ยคำตอบใดๆ ออกมาเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงขัดจังหวะเวลาอันแสนสำคัญ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของธันวาที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก
"ยัยริน! เปิดประตูเร็วด่วน! ฉันเห็นรถคันหรูของยัยปิศาจนั่นจอดอยู่ข้างล่าง แกปลอดภัยดีไหมวะ ยัยประธานโรคจิตนั่นมันทำอะไรแกหรือเปล่า!"
พิมพิศาถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดสุดขีด เธอสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อมารผจญดันโผล่มาในจังหวะนรกแบบนี้ ร่างสูงผละออกจากรินรดาเพียงนิดเดียวเพื่อหันไปมองประตูห้องด้วยสายตาอาฆาต
ทว่า ในจังหวะที่พิมพิศากำลังจะหันกลับมาเคลียร์กับรินรดาต่อ มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างรุนแรง ประธานสาวหยิบมันขึ้นมาด้วยความรำคาญ แต่พอเหลือบมองหน้าจอ... สีหน้ามั่นใจเมื่อครู่ก็ถอดสีลงทันที
บนหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก พร้อมกับภาพวิดีโอคอลสตรีมสดจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของรินรดาเอง!
และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น... ไม่ใช่ธันวาที่กำลังยืนทุบประตูห้องอยู่คนเดียว แต่กลับมีร่างสูงโปรดของใครอีกคนในชุดโค้ทสีดำสนิท กำลังยืนกอดอกพิงผนังทางเดินอยู่อย่างใจเย็น พร้อมกับยกมือขึ้นโบกทักทายกล้องด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะเงียบลง และแทนที่ด้วยเสียงกระซิบผ่านอินเตอร์คอมหน้าห้องที่ดังขึ้นชัดเจนทุกพยางค์...
*"เปิดประตูให้หน่อยสิคะคุณพิมพิศา... ตัวจริงเสียงจริง มายืนรอรับคุณกลับบ้านแล้วนะคะ..."*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักของพวกเธอนะคะ
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 26
ทิ้งมาดประธานเพื่อตามหาหัวใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!