“อ้าว รินรดา... ฉันไม่ได้บอกพิมเหรอจ๊ะว่าฉันชวนเธอไปด้วย?”
ประโยคคำถามที่เคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มแสนหวานจากเมย์ร่า ทำเอาบรรยากาศในห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมืองดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที รินรดายืนตัวแข็งทื่อ เอกสารในมือที่เพิ่งจัดเตรียมมาอย่างดิบดีแทบจะหล่นร่วงลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างใบหน้าสวยเฉี่ยวของอดีตคนรักท่านประธาน กับร่างสูงสง่าของพิมพิศาที่ยืนอยู่เคียงข้างกันอย่างสนิทสนม
นี่น่ะหรือเหตุผลที่ท่านประธานสาวเรียกเธอมาด่วนในวันหยุด? นี่น่ะหรือโปรเจกต์ลับที่บอกว่าสำคัญนักหนา... จนเธอกลายเป็นคนโง่เง่าที่วิ่งวุ่นหัวหมุนอยู่คนเดียวเพื่อประโยชน์ของพวกเขาสองคนอย่างนั้นหรือคะ
รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นขึ้นมาถึงลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ความรู้สึกชาหนาแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า รอยยิ้มเยาะหยันตัวเองผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ช่างน่าสมเพชเสียจริง... เธอมันก็เป็นได้แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งในสายตาของพิมพิศา เป็นแค่เลขานุการที่ใช้งานสะดวก ยามต้องการใช้งานก็เรียกหา ยามมีคนสำคัญตัวจริงอยู่เคียงข้าง เธอก็เป็นแค่อากาศธาตุที่ถูกมองข้ามอย่างไร้ค่า
“ถ้าฉันรู้ว่าคุณพิมมีนัดกับคุณเมย์ร่าอยู่แล้ว ฉันคงไม่เสนอหน้ามาให้รกหูรกตาหรอกค่ะ”
เสียงหวานใสที่เคยสดใสกลับสั่นเครือเล็กน้อย แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนและเต็มไปด้วยความถือดี รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกักเก็บไว้ไม่ให้ร่วงหล่นลงมาต่อหน้าคนใจร้าย
พิมพิศาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงและคำพูดประชดประชันนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดสลับกับท่าทีแข็งกร้าว ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหาเลขาตัวแสบโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่
“รินรดา เดี๋ยวก่อน... มันไม่ใช่แบบนั้น” พิมพิศาเอ่ยเสียงเข้ม พยายามเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กที่กำเอกสารไว้แน่น
“แล้วมันแบบไหนล่ะคะคุณพิม?” รินรดาชักมือหนีราวกับถูกของร้อน ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้าไปในดวงตาคู่คมของเจ้านายสาวอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป ความน้อยเนื้อต่ำใจระเบิดออกมาเป็นน้ำคำที่พรั่งพรู “สนุกมากไหมคะที่ได้ปั่นหัวฉันเล่น? ให้ฉันวิ่งวุ่นเตรียมเอกสาร จัดตารางงานให้คุณกับแฟนเก่าอย่างมีความสุข... ฉันมันน่าสมเพชมากใช่ไหมคะที่เชื่อสนิทใจว่างานมันสำคัญกว่าทุกอย่าง!”
“ฉันบอกว่าฟังกันก่อนไง!” พิมพิศาขึ้นเสียงบ้าง ความหงุดหงิดผสมปนเปไปกับความร้อนรนในอกเมื่อเห็นน้ำตาหยดใสที่เอ่อคลอหน่วยตาพยายามกลั้นไว้ มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนปากแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ มือเรียวพยายามจะคว้าตัวเลขาคนเก่งมาอธิบาย แต่รินรดากลับถอยหลังหนีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
เมย์ร่าที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ฟังดูขัดหูชอบกล “อุ๊ย ตายจริง... น้องรินเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วค่ะ พอดีพิมเขาแค่...”
“ไม่ต้องมาอธิบายแทนหรอกค่ะ!” รินรดาหันไปตอกกลับด้วยความเหลืออด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ finalmente ไหลรินอาบแก้มนวลอย่างน่าสงสาร “ในเมื่อธุระของฉันมันหมดแค่นี้แล้ว เอกสารนี่ก็ยกให้คุณเมย์ร่าเอาไปบริหารจัดการต่อตามสบายนะคะ ดิฉัน... ขอตัวลาพักร้อนกะทันหันค่ะ!”
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัววิ่งหนีออกไปจากห้องรับรองทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก ภาพที่พิมพิศายืนเคียงคู่กับเมย์ร่ามันตอกย้ำสถานะของเธอได้เป็นอย่างดีว่า... เธอก็เป็นแค่คนนอก
“รินรดา!”
พิมพิศากัดฟันกรอดด้วยความหัวเสีย ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนร้อนรน นางพญาผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกำลังจะก้าวขาตามเลขาตัวแสบไป แต่เสียงหวานๆ ของเมย์ร่าก็รั้งไว้เสียก่อน
“พิมคะ ปล่อยน้องเขาไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวค่อยอธิบายทีหลังก็ได้ นี่ยังมีแขกผู้ใหญ่รอเราอยู่ในงาน...”
“หุบปากไปเลยนะเมย์ร่า!” พิมพิศาหันไปตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาดุดันจนอีกฝ่ายผถอยก้น “ถ้าวันนี้รินรดาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บเดียว... ฉันนี่แหละที่จะทำให้บริษัทของเธอพังคามือ!”
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ประธานสาวก็ก้าวฉับๆ เดินตามรอยเท้าของเลขาคนเก่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เมย์ร่ายืนกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจอยู่ที่เดิม
ทางด้านรินรดาที่วิ่งหนีออกมาจนถึงลิฟต์โดยสาร มือเรียวสั่นเทาขณะกดปุ่มเรียกซ้ำๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าพรั่งพรูลงมาอย่างไม่ขาดสาย ความรู้สึกพ่ายแพ้และโดดเดี่ยวตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอเกลียดตัวเองที่อ่อนแอ เกลียดตัวเองที่เผลอใจไปรักคนใจร้ายอย่างพิมพิศา... คนที่มองเธอเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ
*ติ๊ง!*
ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี รินรดารีบก้าวเข้าไปด้านในพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดน้ำลวกๆ แต่ทว่า... ก่อนที่ประตูกลจะทันได้ปิดลง กลับมีมือปริศนาข้างหนึ่งยื่นเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว
“ร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้... ประธานคนเก่งทำอะไรเธออีกแล้วล่ะสิ ยัยตัวแสบ”
เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่ยื่นมาเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับรอยยิ้มกวนๆ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยของธันวา เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่โผล่มาถูกจังหวะราวกับนัดไว้
ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังจะดึงเธอเข้าไปสวมกอดปลอบโยน ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ก็เกิดขึ้นเมื่อประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิด ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของพิมพิศาที่ยืนหายใจหอบกระชั้น แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องเขม็งมาที่มือของธันวาที่กำลังสัมผัสแก้มของเลขาเธออยู่เต็มรัก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของประธานพิมกับน้องรินนะคะ ❤️
*(กลิ่นลิลลี่สีขาว)*
พันธนาการรักฉบับประธานร้าย•ตอนที่ 18
น้ำตาของเลขาสาว
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักฉบับประธานร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!