"ถ้าคิดว่าการส่งพวกอันธพาลกระจอกงอกง่อยมาทุบกระจกร้าน 'แซงكتัวร์ เดอ ซูเคร' ของฉัน แล้วฉันจะก้มหัวยอมจำนน... พวกคุณคงประเมินความหวานของพิษแมงป่องต่ำไปหน่อยนะคะ"
เสียงหวานใสดังก้องกังวานทลายความเงียบงันของค่ำคืนอันมืดมิด เอเลน่า วาเลนไทน์ ยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากกระจกหน้าร้านที่แตกกระจาย แสงไฟนีออนสีชมพูพาสเทลสะท้อนกับรอยยิ้มเยือกเย็นบนริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบ ในมือเรียวบางที่เคยจับแต่ไม้พายทำขนม บัดนี้กลับถือ 'ดาบคาตานะ' โบราณที่สลักลวดลายเครือเถาองุ่นและผลสตรอว์เบอร์รีเคลือบน้ำตาล ดาบเล่มนี้ไม่ใช่แค่ของประดับฝาผนัง แต่เป็นมรดกตกทอดจากตระกูลสายลับเวทมนตร์ที่เธอซ่อนไว้ใต้เคาน์เตอร์อบขนมมาตลอด
เบื้องหน้าของเธอคือกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบชีวิต ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความเหี้ยมเกรียม หนึ่งในนั้นคือลูกน้องคนสนิทของเคาน์เตสวิคตอเรีย หญิงสาวผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอในอดีต
"นังตัวดี! ปากดีนักนะ แกคิดว่ามีขนมอร่อยๆ แล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าหรือไง? วันนี้คำสั่งเด็ดขาดคือทำลายที่นี่ให้ราบคาบแล้วจับตัวแกไปคุกเข่าต่อหน้าท่านเคาน์เตส!" หัวหน้าโจรตะคอกเสียงกร้าว พร้อมชักสนับมือเหล็กขึ้นมาขู่
เอเลน่าไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างสง่างาม รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นผิวถนนที่เปียกชื้นเกิดเสียงก้องกังวานราวกับจังหวะแทงโก้แห่งความตาย "น่าเสียดายจริงๆ นะคะ... ที่พวกคุณเลือกวันผิดเสียแล้ว เพราะวันนี้ฉันเพิ่งอบ 'มาการูนพิษสลายกระดูก' เสร็จพอดี และดูเหมือนว่า... พวกคุณจะเป็นหนูทดลองกลุ่มแรกที่ได้ชิมมันฟรีๆ"
ฉับพลัน! อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและดาร์กช็อกโกแลตถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์อันทรงพลังที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างบาง เอเลน่าหมุนตัวด้วยความเร็วแสง ดาบในมือตวัดวาดเป็นวงโค้งประกายแสงสีเงินยวง กลิ่นอายความหวานอันตรายพุ่งเข้าใส่กลุ่มชายฉกรรจ์ราวกับพายุทอร์นาโด
*เคร้ง! ฉับ! อ๊ากกก!*
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์กระเด็นกระดอนราวกับใบไม้ปลิดปลิว บางคนล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายเพราะฤทธิ์ของเวทมนตร์น้ำตาลที่กัดกินเกราะป้องกันเวทของพวกเขาจนหมดสิ้น เอเลน่าเคลื่อนไหวราวกับผีเสื้อที่ร่ายรำท่ามกลางฝนห่ากระสุน ไม่มีความลังเล ไม่มีความปรานี มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงที่สร้างอาณาจักรด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายธุรกิจที่เธอกู้คืนมาได้ด้วยมือคู่นี้เด็ดขาด!
ท่ามกลางความชุลมุน รถยนต์หรูสีดำสนิทรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันพุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของ คาร์ลอส ดาร์คเนส ประธานกลุ่มทุนข้ามชาติผู้ทรงอิทธิพล นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาคมกริบ กวาดมองสถานการณ์ด้วยความเย็นชา ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่เอเลน่าที่ยืนถือดาบเปื้อนละอองเวท
คาร์ลอสถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกอย่างไร้ความเสียดาย เดินฝ่าเศษซากกระจกเข้ามาหาเธอด้วยก้าวย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าทำให้หญิงสาวตรงหน้าต้องระคายผิว
"จัดการเร็วจนผมแทบไม่ต้องออกแรงเลยนะครับ... ราชินีของผม" คาร์ลอสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แฝงความเอ็นดูเจือความดุเล็กน้อย พรางใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับคราบละอองฝุ่นบนแก้มเนียนใสของเธออย่างเบามือ
เอเลน่าถอนหายใจยาว ลดดาบลงข้างกายเล็กน้อย แม้ลมหายใจจะหอบถี่แต่นัยน์ตากลับเปล่งประกายความดุดันอย่างไม่ลดละ "คุณมาช้าไปสามนาทีนะคะ คาร์ลอส ถ้ามาช้ากว่านี้ ร้านมาการูนสุดโปรดของคุณอาจจะเหลือแค่ซากถ่าน"
"ผมขอโทษครับ พอดีมัวแต่สั่งให้ทีมกฎหมายซื้อหุ้นใหญ่ทั้งหมดของตระกูลวิคตอเรียอยู่... กว่าจะเซ็นเอกสารเสร็จก็เลยกินเวลาไปนิดหน่อย" คาร์ลอสยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
ก่อนที่เอเลน่าจะได้เอ่ยปากแซงค์อะไรกลับไป เสียงปรบมือดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้ามถนน ร่างระหงของ เคาน์เตสวิคตอเรีย ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน นัยน์ตาจ้องมองซากลูกน้องนับสิบที่นอนกองกับพื้นด้วยความช็อก
"แก... นังสารเลว เอเลน่า! แกกล้าดียังไงมาทำลายคนของฉัน!" เคาน์เตสกรีดร้องเสียงแหลม
เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับเก่า รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏบนใบหน้า แต่นัยน์ตากลับเย็นยะเยือกจนน่ากลัว เธอยกดาบคาตานะขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายตรงๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังก้องกังหันไปทั่วตรอก
"ฉันเตือนคุณแล้วนะคะวิคตอเรีย... ว่าอย่าล้ำเส้นธุรกิจของฉัน" เอเลน่าก้าวเข้าไปหาทีละก้าว "ในเมื่อคุณเลือกที่จะเปิดสงครามการค้าด้วยวิธีสกปรก งั้นก็เตรียมตัวรับผลลัพธ์ที่สาสมได้เลยค่ะ"
เคาน์เตสหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "คิดว่ามีเงินไม่กี่แดงแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าเหรอ! แกไม่มีทางชนะอำนาจเก่าแก่ของฉันได้หรอก—!"
วิคตอเรียยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำก็แหวกเมฆบนท้องฟ้าบินตรงมาจอดลอยตัวเหนือร้านขนมหวานของเอเลน่า กระแสลมแรงพัดกระโชกจนเส้นผมของทุกคนปลิวไสว สปอตไลท์ลำแสงยักษ์ส่องตรงลงมาที่ร่างของเคาน์เตสราวกับจะประจานความพ่ายแพ้
พร้อมกันนั้น หน้าจอโฮโลแกรมยักษ์ลอยฟ้าที่ควบคุมโดยระบบ AI ของกลุ่มทุนดาร์คเนส ก็ปรากฏภาพเอกสารประกาศล้มละลายและยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลวิคตอเรียขึ้นหรากลางเมืองใหญ่
เคาน์เตสวิคตอเรียทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาเบิกโพ้างด้วยความสิ้นหวังขั้นสุด
เอเลน่าหันไปมองหน้าคาร์ลอสที่ยืนยิ้มมุมปากให้เธออย่างรู้ใจ ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในมือของเธอจะสั่นขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลก
*ติ๊ง!* — ยอดเงินฝาก 10,000,000,000 เหรียญทอง ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวเรียบร้อยแล้วโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 25
เมื่อความหวานไม่พอ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!