คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 10

คำเตือนจากอนาคต

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
กลิ่นอายของช็อกโกแลตแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ถูกอบจนละลายแทรกซึมไปทั่วห้องครัวหลวง ไม่ได้ช่วยให้สมองที่กำลังรวนเรของเอเลน่าสงบลงเลยแม้แต่น้อย "คุณหนูคะ... ผงคาเคาน์นี่ไหม้หมดแล้วนะคะ" เสียงกระซิบอันสั่นเทาของลูลู่สาวใช้คนสนิทดึงสติเอเลน่าให้หลุดออกจากภวังค์ นิ้วเรียวสวยที่เปื้อนคราบแป้งสีขาวหยุดชะงักลงตรงหน้าเตาอบ ผลึกความทรงจำสีเทาหม่นจากชาติภพก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับทำนบกั้นน้ำที่พังทลาย ภาพกองเพลิงสีส้มแดงที่โหมกระหน่ำแผดเผาคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์ เสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง และหยาดน้ำตาแห่งความอยุติธรรม... ทุกอย่างมันชัดเจนเสียจนหัวใจดวงนี้เจ็บแปลบราวกับถูกกรีดด้วยมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในชาติก่อน เอเลน่าผู้นำตระกูลคนก่อนคือหญิงสาวผู้โง่เขลา หลงเชื่อคำลวงขององค์ชายรัชทายาทและน้องสาวต่างแม่ ยอมยกสูตรลับขนมหวานและสมบัติทั้งหมดให้ จนกระทั่งตระกูลต้องล่มสลายและถูกประหารชีวิตอย่างอัปยศโดยไม่มีใครเหลียวแล *แต่ตอนนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เหรอ?* เอเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง แววตาที่เคยอ่อนต่อโลกบัดนี้ฉายประกายความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวราวกับราชสีห์ที่ตื่นจากการจำศีล ความทรงจำที่ไหลย้อนกลับมาไม่ได้มีไว้เพื่อให้เธอนั่งร้องไห้คร่ำครวญ แต่มันคือ "คำเตือนจากอนาคต" ที่พระเจ้ามอบให้เพื่อล้างแค้นและทวงทุกอย่างที่เป็นของเธอคืน! "ฉันไม่เป็นไรจ้ะ ลูลู่" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอยกมือขึ้นปัดเศษแป้งบนหน้าผาก ลูลู่มองด้วยความแปลกใจเพราะนานแค่ไหนแล้วที่คุณหนูผู้เอาแต่ใจไม่เคยมีแววตาสุขุมลุ่มลึกเช่นนี้ "เตรียมรถม้าค่ะ เราจะไปที่ 'แกรนด์ดาร์คเนสเทรดดิ้ง' วันนี้" คำสั่งนั้นเด็ดขาดราวกับประกาศิต ลูลู่รีบโค้งรับคำทันทีโดยไม่กล้าถามซักคันธนู ณ ใจกลางย่านธุรกิจที่มั่งคั่งที่สุดของอาณาจักร อาคารหินอ่อนสีดำทะมึนสูงเสียดฟ้าสัญลักษณ์ของกลุ่มทุนข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดในทวีปตั้งตระหง่านอยู่ เอเลน่าก้าวลงจากรถม้าด้วยชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินลายเครือเถาองุ่น ท่าทางสง่างามรากับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ดึงดูดสายตาทุกคู่ในย่านนั้นให้หันมามองเป็นตาเดียว ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ล็อบบี้ เสียงต้อนรับอันเย็นชาของพนักงานต้อนรับก็ดังขึ้นทันที "ขอประทานอภัยด้วยค่ะคุณหนูวาเลนไทน์ พื้นที่ส่วนนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีนัดหมาย..." พนักงานหญิงคนนั้นเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เนื่องจากข่าวลือเรื่องความถดถอยของตระกูลวาเลนไทน์กำลังแพร่สะพัด แต่เอเลน่าไม่ได้สะเทือนใจแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า รอยยิ้มที่ทำให้พนักงานคนนั้นถึงกับผะผ่าด้วยความหวาดหวั่นอย่างประหลาด "บอกท่านประธานของพวกเธอว่า... เอเลน่า วาเลนไทน์ นำ 'ข้อเสนอ' ที่เขาปฏิเสธไม่ได้มาแลกเปลี่ยนกับการเซ็นสัญญาผูกขาดกิจการขนมหวานทั่วอาณาจักร" คำพูดนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้จัดการชั้นบนที่กำลังเดินลงบันไดมาต้องชะงักฝีเท้า "เชิญทางนี้ครับคุณหนูวาเลนไทน์ ท่านประธานรออยู่แล้ว" ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดกว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม คาร์ลอส ดาร์คเนส ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นไร้หัวใจ นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบสีเทานิลคู่นั้นราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตวิญญาณ "เธอมาช้าไปสามนาที เอเลน่า" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นโดยที่เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเอกสารในมือ เอเลน่าไม่รอให้เชิญ เธอเดินตรงเข้าไปดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างสง่างาม สบตากับเขาตรงๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆ ที่เคยเข้าหาเขาแม้แต่น้อย "เวลาสามนาทีที่เสียไป แลกกับสูตร 'มาชเมลโลว์คริสตัลโบราณ' ที่สาบสูญไปสามร้อยปี... คุณคิดว่าคุ้มไหมคะ ท่านประธานดาร์คเนส?" คาร์ลอสชะงัก เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินความกล้าหาญและรอยยิ้มที่ซ่อนเล่ห์เหลี่ยมของเธอ กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและช็อกโกแลตที่ติดตัวเธอลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นที่หลับใหลมานานให้ตื่นขึ้น "เธอกล้ามากนะที่เอาเรื่องโกหกมาล่อซื้อฉัน" คาร์ลอสแค่นหัวเราะเสียงต่ำ โน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างลดลง "โกหกหรือไม่อย่างไร ลองชิมนี่ดูก่อนสิคะ" เอเลน่าหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกจากกระเป๋า เปิดออกเผยให้เห็นขนมทรงกลมเนื้อเนียนสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับเวทมนตร์ยามต้องแสงไฟ คาร์ลอสขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเข้าปาก รสชาติที่หวานละมุน นุ่มลิ้น และระเบิดความสดชื่นของมินต์ผสมคาราเมลอุ่นๆ แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รสชาตินี้... มันเหนือกว่าเชฟหลวงทุกคนในอาณาจักรรวมกันเสียอีก! แววตาของคาร์ลอสไหววับเป็นประกายความทึ่งชั่วขณะ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากชม ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท! "คาร์ลอสคะ! คุณเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้นะ!" เสียงแหลมสูงของเลดี้เซราฟينا คู่หมั้นจอมปลอมที่องค์ชายส่งมาแทรกซึมดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ก้าวเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา เซราฟيناชี้หน้าเอเลน่าแล้วตะคอกเสียงดังลั่น "นังตัวร้ายตกอับคนนี้ไม่มีอะไรนอกจากหนี้สิน! คุณกำลังถูกมันหลอก!" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที คาร์ลอสขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกจากตัวเขาจนเซราฟيناผถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความกลัว แต่เอเลน่ากลับแย้มยิ้มอย่างใจเย็น เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เดินเข้าไปใกล้เซราฟيناกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าชัดเจนพอกลบเสียงหายใจของอีกฝ่าย "หนี้สินเหรอคะ เลดี้เซราฟينا? น่าเสียดายจัง... ที่ตอนนี้บัญชีธนาคารของฉัน มีตัวเลขเงินสดมากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเธอรวมกันเสียอีก" เอเลน่าหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้คาร์ลอส ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้สลักลายตระกูลดาร์คเนสที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ในมือ เรียวปากอิ่มเอิบขยับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ "ท่านประธานคะ... รูดซื้อสิทธิ์ขาดในการทำลายล้างตระกูลที่กล้าหยามฉัน วงเงินไม่จำกัด... เริ่มต้น ณ บัดนี้เลยดีไหมคะ?" ... (ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินในบทนี้นะคะ)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%