คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 17

ปมในใจของคาร์ลอส

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
เสียงจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่ร่วงลงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียด ไม่ได้ทำให้ร่างสูงสง่าของคาร์ลอส ดาร์คเนส สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ที่ซึ่งแสงไฟจากตึกระฟ้าส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านบนท้องฟ้าที่ถูกกักขังไว้เบื้องล่าง แต่สำหรับเขาแล้ว โลกใบนี้ช่างว่างเปล่าและหนาบึ้งจนน่าเบื่อหน่าย เอเลน่า วาเลนไทน์ ยืนนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู มือเรียวบางที่เพิ่งวางถาดใส่ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลอุ่นๆ ลงบนโต๊ะข้างโซฟาชะงักค้างไปชั่วขณะ เธอกวาดสายตาสำรวจความเสียหายเล็กๆ นั้น ก่อนจะเบนความสนใจไปยังแผ่นหลังกว้างที่แผ่รังสีความโดดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจนจนแทบจะจับต้องได้ ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของตลาดทุนครึ่งโลก ผู้คนที่ยินดีคุกเข่าต่อหน้าอำนาจและเม็ดเงินมหาศาลของเขา แต่ในวินาทีนี้... เขากลับดูเหมือนเด็กชายผู้หลงทางในความมืดมิดไร้ทางออก "ถ้าคุณเรียกหาความบันเทิงด้วยการทำลายของแพงๆ ฉันเกรงว่าคลังแสงเครื่องครัวของฉันคงจะต้องล้มละลายก่อนที่คุณจะรู้สึกสนุกนะคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเจือความเย้าแหย่เล็กน้อยเพื่อลดทอนบรรยากาศอันตึงเครียดที่กดทับห้องชุดนี้ คาร์ลอสไม่หันกลับมาทันที เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับช้าๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่มักใช้ปิดบังความอ่อนแอ "เธอคิดว่าของพวกนั้นมีค่ากับฉันงั้นหรือ, เอเลน่า?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แววตาที่ทอดมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าล้ำลึกที่เขาไม่เคยยอมให้ใครได้เห็น "สำหรับคนที่ได้ทุกอย่างมาครอบครองตั้งแต่ยังไม่ทันเอ่ยปากขอ ความหมายของสิ่งของหรือแม้แต่ชีวิตคน มันก็เป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอที่ขยับขึ้นลงได้ตามใจชอบเท่านั้น" เอเลน่าเม้มริมฝีปากเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ คำพูดเย่อหยิ่งเหล่านั้นหากเป็นคนอื่นพูดคงน่าหมั่นไส้จนอยากจะเอาพายไม้ฟาดหน้าสักที แต่เมื่อมันหลุดออกมาจากริมฝีปากของคาร์ลอส ผู้ซึ่งต้องแบกรับความคาดหวัง การทรยศหักหลัง และสายตานับล้านคู่ที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ของเขาตลอดเวลา มันกลับเต็มไปด้วยความเปราะบางที่น่าเวทนา เธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้นทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและเนยสดแท้ที่ติดตัวเธอมาดูเหมือนจะช่วยเจือจางความเย็นชาในห้องนี้ลงได้บ้าง เอเลน่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่ช่วงแขน ดวงตากลมโตคู่นั้นสบประสานกับนัยน์ตาสีนิลที่ไร้ก้นบึ้งอย่างไม่หลบเลี่ยง "คุณโดดเดี่ยว... คาร์ลอส" เอเลน่าเอ่ยออกมาตรงๆ น้ำเสียงไม่มีความเยาะเย้ยถากถาง มีเพียงความเข้าใจลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ภายใน "เพราะคุณอยู่บนจุดสูงสุดจนมองไม่เห็นใครยืนอยู่เคียงข้าง และเพราะคุณเลือกที่จะถือมีดไว้ป้องกันตัวตลอดเวลา จนลืมไปว่ามือคู่นั้นมันเจ็บปวดแค่ไหนที่มีแต่รอยแผลเป็น" คาร์ลอสชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมานานแสนนานถูกมือเรียวบางนี้สะกิดขึ้นมาอย่างง่ายดาย ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าทะลวงผ่านกำแพงเหล็กกล้าที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเอง นอกเหนือจาก... หญิงสาวตรงหน้า "เธอกำลังพูดจาอวดดีเกินไปแล้วนะ, คุณหนูวาเลนไทน์" เขาพยายามใช้เสียงเข้มกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่เรียวปากที่เม้มเข้าหากันแน่นกลับทรยศความคิดของเขา "ฉันไม่ได้อวดดีค่ะ ฉันแค่พูดความจริง" เอเลน่าแย้มยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งหรือต้องการผลประโยชน์ใดๆ เธอยื่นจานช็อกโกแลตทรัฟเฟิลอุ่นๆ ไปตรงหน้าเขา "ลองชิมดูสิคะ ช็อกโกแลตรสเข้มข้นที่สอดไส้ด้วยคาราเมลเคี่ยวเค็ม ตัดกับความหวานละมุนของครีมสด สูตรลับเฉพาะที่ฉันเพิ่งคิดค้นขึ้นเมื่อบ่ายนี้เอง" คาร์ลอสจ้องมองจานในมือเธอสลับกับใบเนียนนุ่มที่ประดับด้วยรอยยิ้มจริงใจ ความมืดมนในอกค่อยๆ ถูกความหอมหวานเย้ายวนดึงดูด เขาหยิบช็อกโกแลตก้อนเล็กนั้นเข้าปากอย่างช้าๆ สัมผัสแรกคือความขมเข้มของโกโก้ชั้นดี ก่อนที่ไส้คาราเมลอุ่นๆ จะไหลทะลักออกมาผสมผสานกับความหวานละมุน รสชาติที่ซับซ้อนแต่กลมกล่อมลงตัว ทำให้สมองที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งวันของเขาสงบลงราวกับมีเวทมนตร์ มันไม่ใช่แค่ขนมหวาน แต่มันคือความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ไหลเวียนไปตามเส้นเลือด และละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขามาเนิ่นนาน ดวงตาของคาร์ลอสอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขากลืนช็อกโกแลตคำนั้นลงคอ ก่อนจะมองหน้าเอเลน่าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "อร่อยมาก..." เขาพึมพำเบาๆ แทบจะเป็นเสียงกระซิบค่ำคืนนี้ "เห็นไหมคะ? ถึงโลกใบนี้จะใจร้ายกับคุณแค่ไหน แต่รสชาติความสุขชิ้นเล็กๆ บนโลกใบนี้ก็ยังมีอยู่เสมอ และตราบใดที่คุณยังมีฉัน... เอ่อ หมายถึง มีร้านขนมของฉันคอยบริการ คุณจะไม่ต้องทนกินกาแฟดำขมๆ กับความว่างเปล่าตอนตีสองอีกเด็ดขาดค่ะ" เอเลน่าพูดแก้เขินเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดคำพูดที่ฟังดูเหมือนคำสัญญาผูกมัดกลายๆ ออกไป คาร์ลอสหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่อบอุ่นและมีเสน่ห์จนทำให้ห้องทั้งห้องสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดลົງมาปร็อกแก้มของเธอ ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังจะสัมผัสกับเส้นผมนุ่มนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของระบบรักษาความปลอดภัยเพนต์เฮาส์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว! ไฟสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้อง หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่กลางห้องนั่งเล่นดีดตัวขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างสุดของตึก—กลุ่มชายชุดดำนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือ กำลังพังประตูเหล็กกล้าเข้ามาอย่างบ้าระห่ำ และผู้นำกลุ่มที่ก้าวเท้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมคือ "วิคเตอร์" ศัตรูตัวฉกาจที่ควรจะถูกกักตัวไว้ในคุกความมั่นคงสูงสุด! คาร์ลอสชักมือกลับทันที รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกจากร่างของเขายิ่งกว่าพายุร้าย นัยน์ตาสีนิลกาฬแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที เอเลน่าหันไปมองหน้าจอ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องพาย เธอกำหมัดแน่นโดยไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ดูท่าทาง... ค่ำคืนนี้แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ" เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าเข้ามาขัดขวางความสุขของพวกเขาในคืนนี้ ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%