"ถ้าคิดว่าการผูกขาดตลาดขนมหวานในเขตตะวันออกจะทำให้พวกคุณกลายเป็นเจ้าเหนือหัวได้... ก็ลองหันไปมองกระจกบานใหญ่ฝั่งตรงข้ามดูสิคะ ว่าตอนนี้ใครกำลังยืนหัวเราะอยู่บนจุดสูงสุดกันแน่"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งก้อนโตที่ถูกทุบแตกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่สมาคมพ่อค้าอัญมณีและขนมหวานแห่งเมืองหลวง เอเลน่า วาเลนไทน์ ในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีเขียวมรกตเข้ม ประดับกระดุมทองคำแท้สลักลายกุหลาบหนาม ขยับรอยยิ้มมุมปากเพียงนิด ดวงตาคู่สวยกวาดมองเหล่าผู้อาวุโสและทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เคยเหยียดหยามเธอสารพัดด้วยแววตาสมเพช
บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาว เอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงทองคำขาวใจกลางย่านการค้าหลักของเมืองหลวงถูกผลักออกไปเบื้องหน้าด้วยปลายนิ้วเรียว
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบจากชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ยืนกอดอกพิงผนังกระจกอยู่ด้านหลัง ช่วยขับเน้นบรรยากาศความกดดันให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด คาร์ลอส ดาร์คเนส ปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตายด้วยนัยน์ตาสีรัตติกาลที่เย็นเยียบไร้ก้นบึ้ง
"พวกคุณใช้เวลาสามปีในการผูกขาดวัตถุดิบแป้งและเนยนำเข้า... แต่ลืมไปหรือเปล่าคะว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่การผูกขาด แต่ยังมีสิ่งที่เรียกว่า 'ทุนสำรองระหว่างประเทศ' ที่ต่อให้พวกคุณขายตระกูลทิ้งทั้งตระกูล ก็ยังซื้อเก้าอี้ที่ดิฉันนั่งอยู่ตอนนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ" เอเลน่าเอ่ยต่อ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ
เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดังขึ้นทั่วห้องประชุม บรรดาพ่อค้าหน้าเลือดที่เคยรวมหัวกันปิดกั้นไม่ให้ "เดอ วาเลนไทน์ พาติสเซอรี" ขยับขยายเข้ามาในเมืองหลวง ตอนนี้ต่างพากันนั่งตัวสั่นเทา เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นทีละแผ่นอย่างไร้การควบคุม ไม่มีใครกล้าสบตาหญิงสาวผู้กุมชะตากรรมทางการเงินของพวกเขาทั้งหมดไว้ในกำมือแม้แต่คนเดียว
นี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้น... แต่มันคือการประกาศศักดาอย่างMogulตัวจริง!
สามชั่วโมงต่อมา ณ ใจกลางย่านแฟชั่นและเศรษฐกิจที่พลุกพล่านที่สุดของเมืองหลวง ม่านผ้ากำมะหยี่สีแดงสดผืนมหึมาที่ปกคลุมอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกสูงห้าชั้นถูกกระตุกเปิดออกท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาของฝูงชนนับพันที่เบียดเสียดกันเข้ามามุงดู ป้ายชื่อร้านตัวอักษรทองคำแท้ **"VALENTINE'S GRAND FLAGSHIP STORE"** ส่องประกายระยิบระยับแข่งกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย
กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์ผสมผสานกับความเข้มข้นของดาร์กช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร เรียกน้ำย่อยของผู้คนที่เดินผ่านไปมาจนต้องหยุดชะงัก เอเลน่าก้าวเดินออกมาที่ระเบียงชั้นสองพร้อมกับรอยยิ้มพิมใจที่ทรงพลัง รัศมีของความมั่นใจและอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนแทบจะจับต้องได้
"ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของขนมหวานค่ะ..." เสียงประกาศผ่านเวทมนตร์ขยายเสียงก้องกังวานไปทั่วจัตุรัส
ทันใดนั้นเอง ประตูบานคู่แกะสลักลายวิจิตรของร้านแฟลกชิปสโตร์ก็เปิดออกเผยให้เห็นการตกแต่งภายในที่ราวกับหลุดออกมาจากความฝัน ชั้นวางขนมทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับ และตู้แช่ควบคุมอุณหภูมิพิเศษที่จัดแสดงมาสเตอร์พีซชิ้นเอก—เค้กมูสชาเขียวเกียวโตเคลือบกระจกเงาและทาร์ตสตรอว์เบอร์รี่สดที่ประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์ ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยสูตรลับเฉพาะที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
ลูกค้ากลุ่มแรกที่ก้าวเท้าเข้ามา ไม่ใช่ใครอื่น but เหล่าราชนิกุลชั้นสูงและภริยาของท่านดยุกผู้ทรงอิทธิพลที่เคยปฏิเสธคำเชิญของเอเลน่าเมื่อครั้งอดีต บัดนี้พวกเธอกลับต้องมายืนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของขนมล็อตแรก
"ขอรับสิทธิ์สมาชิกวีไอพีระดับท็อปส์เท็นค่ะ! ดิฉันต้องการเหมาเค้กซิกเนเจอร์ทุกชิ้นในวันนี้!" เสียงคุณหญิงจากตระกูลขุนนางเก่าแก่เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน พลางควAกระเป๋าหนังจระเข้ราคาแพงออกมาเตรียมจ่ายเงิน
"ขออภัยด้วยนะคะคุณหญิง..." พนักงานต้อนรับสาวสวยที่เอเลน่าคัดเลือกมาอย่างดีส่งยิ้มหวานหยดแต่ไร้เยื่อใย "สำหรับลูกค้าที่จะซื้อสินค้าในหมวดลิมิเต็ดอิดิชันของวันนี้ จำเป็นต้องแสดงบัตรเครดิตสิทธิพิเศษวงเงินไม่จำกัดที่ออกโดยกลุ่มทุนดาร์กเนสเท่านั้นค่ะ ถึงจะได้รับสิทธิ์ลัดคิว"
สิ้นคำพูดนั้น ใบหน้าของบรรดาคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ก็ถอดสีทันที เพราะพวกเธอน่ะหรือจะมีสิทธิ์ถือครองบัตรระดับนั้น—บัตรที่ทั่วทั้งอาณาจักรมีอยู่แค่สามใบในมือของบุคคลระดับตำนานเท่านั้น!
ทว่า ท่าความโกลาหลและความตื่นตะลึงของฝูงชน เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สีดำสนิทประทับตราสัญลักษณ์รูปกุหลาบหนามสีทองก็พัดกระโชกแรงจนลมตีสเกิร์ตชุดของเอเลน่าให้พลิ้วไหว มันร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวลบนลานจอดดาดฟ้าของอาคารแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้อย่างอุกอาจและทรงพลัง
ร่างสูงสง่าของคาร์ลอส ก้าวลงมาจากเครื่องบินด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ เขาสวมแว่นกันแดดสีเข้ม ถอดถุงมือหนังออกช้าๆ ก่อนจะเดินตรงดิ่งผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้ด้วยความหวาดกลัวและเกรงขาม สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองใครเลยนอกจากหญิงสาวที่ยืนรอรับอยู่บนระเบียงชั้นลอย
คาร์ลอสก้าวขึ้นมาถึงเบื้องหน้าเอเลน่าด้วยฝีเท้าที่มั่นคง เขาดึงบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทขอบทองคำฝังเพชรแท้สลักชื่อของเขาออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท วางมันลงบนฝ่ามือเรียอบางของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านเข้ามาทำเอาหัวใจของเอเลน่ากระตุกวูบ
"วงเงินไม่จำกัด... สำหรับซื้อหัวใจของเธอทั้งร้าน พอจะใช้เป็นหลักค้ำประกันการลงทุนร่วมกันตลอดชีวิตได้ไหมล่ะครับ... ราชินีขนมหวานของผม?" คาร์ลอสกระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดและสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบคลั่ง
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 18
ขยายสาขาไปสู่เมืองหลวง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!