คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน•ตอนที่ 19

ศัตรูเก่ากลับมาทวงแค้น

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"ถ้าอยากให้ร้าน 'Sweet Kingdom' ของเธอย่อยยับไปจากย่านการค้าหลวงแห่งนี้ภายในสามวัน ก็ลองเปิดประตูต้อนรับลูกค้าคนต่อไปดูสิ แม่นางร้ายตกอับ" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังลอดผ่านรอยแยกของประตูไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตร ทว่าเอเลน่า วาเลนไทน์ หาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้พายยางซิลิโคนปาดครีมวานิลลามาดากัสการ์ลงบนชั้นเค้กสองปอนด์สุดท้ายอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอนิ่งสงบ ราวกับเสียงขู่คุกคามเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตากับผู้มาเยือนผ่านกระจกใสบานใหญ่ ด้านนอกนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษนับสิบชีวิตยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ปิดกั้นทางเข้าออกร้านขนมหวานอันดับหนึ่งของอาณาจักรอย่างจงใจ ผู้นำกลุ่มไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'เคาน์เตอร์วิลเลียม' ขุนนางเก่าแก่ผู้ผูกขาดการนำเข้าแป้งและน้ำตาล ซึ่งกำลังสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลหลังจากเอเลน่าหันมาใช้ระบบจัดหาวัตถุดิบตรงจากแดนใต้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง "คุณวิลเลียมคะ ดิฉันคิดว่ากฎหมายการค้าเสรีของอาณาจักรยังคงคุ้มครองผู้ประกอบการที่ชำระภาษีอย่างถูกต้องนะคะ การที่ท่านพาคนมาปิดล้อมร้านค้าในยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าจะเข้าข่ายพยายามกรรโชกทรัพย์และขัดขวางทางทำมาหากินเสียมากกว่า" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกอณูคำ เธอวางพายในมือลงอย่างประณีต ถอดถุงมือทำขนมออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินน่องน่องเข้ามาใกล้กระจกหน้าร้าน โดยมีเคาน์เตอร์วิลเลียมยืนจ้องเขม็งด้วยความแค้นเคือง "ปากดีให้มันได้ตลอดเถอะ เอเลน่า! แกคิดว่าการทำขนมอร่อยๆ แล้วพวกชนชั้นสูงจะปกป้องแกไปได้ตลอดรอดฝั่งงั้นเหรอ? วัตถุดิบในคลังของแกหมดลงเมื่อไหร่ ต่อให้แกมีฝีมือระดับเทพเจ้าแห่งการอบขนมแค่ไหน ก็ไม่มีทางกอบกู้ร้านนี้จากหนี้สินล้นพ้นตัวที่ฉันเตรียมไว้ให้ได้หรอก!" วิลเลียมหัวร่อในลำคอ ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน เอเลน่าเพิ่งฟื้นขึ้นมาในร่างของ 'นางร้าย' ผู้ถูกถอดถอนยศและถูกขับไล่ออกจากตระกูล เธอไม่มีอะไรติดตัวเลยนอกจากหนี้สินก้อนโตและร้านขนมโทรมๆ ใกล้เจ๊ง แต่ด้วยความทรงจำจากโลกเก่าและระบบซูเปอร์เชฟอันทรงพลัง เธอจึงพลิกฟื้นกิจการจนกลายเป็นอาณาจักรขนมหวานที่ทำรายได้วันละหลายแสนเหรียญทอง สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่พวกพ่อค้าหน้าเลือดที่เคยเอาเปรียบเธอมาตลอด และวันนี้ คือวันที่พวกมันรวมหัวกันบีบให้เธอจนมุม "หนี้สินเหรอคะ?" เอเลน่าเลิกคิ้วเรียวเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดที่ปรากฏบนริมฝีปากอิ่มระเรื่อกลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "ท่านเคาน์เตอร์เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วค่ะ ร้านของดิฉันไม่เคยมีคำว่า 'ติดหนี้' ในบัญชี มีแต่คำว่า 'เงินสดล้นจนไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน' ต่างหากล่ะคะ" "อวดดี! ปิดประกาศคำสั่งยึดทรัพย์และระงับใบอนุญาตประกอบการของมันซะ!" วิลเลียมตวัดมือสั่งลูกน้องทันที ชายฉกรรจ์สองคนก้าวออกมาร่วมกันแปะกระดาษตราประทับสีแดงฉานทับป้ายชื่อร้าน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ลูกค้าขาประจำต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ระดับไฮend ก็ดังกระหึ่มก้องไปทั่วท้องถนน รถยนต์โรลส์-รอยซ์สีดำสนิทรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นคันยาวเหยียดเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าหน้าร้านอย่างสง่างาม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งลงในฉับพลัน ประตูรถฝั่งด้านหลังเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท เรือนผมสีดำรัตติกาลรับกับดวงตาสีฟ้าเข้มเย็นชาที่กวาดมองกลุ่มคนขัดขวางด้วยรัศมีกดดันที่แทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก 'คาร์ลอส ดาร์คเนส' ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจกลุ่มทุนข้ามชาติและเบื้องหลังอาณาจักรการเงินครึ่งหนึ่งของทวีป ก้าวลงมาพร้อมกับความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ วิลเลียมหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นเจ้าของรถคันนั้น เขารีบก้มหัวโค้งคำนับด้วยความหวาดกลัว "ทะ... ท่านดาร์คเนส ลมอะไรหอบท่านมาถึงย่านการค้าเล็กๆ แห่งนี้หรือครับ? พวกเรากำลังจัดการกับผู้ฝ่าฝืนกฎกระทรวงการคลัง..." คาร์ลอสไม่ได้ชายตามองขุนเฒ่าผู้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ขายาวก้าวผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้าน ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาของเอเลน่าที่ยืนรออยู่ด้านใน เอเลน่าส่งยิ้มหวานละมุนให้เขา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและทรงพลังพอที่จะละลายน้ำแข็งในใจของประธานหนุ่มผู้เย็นชาได้เสมอ คาร์ลอสหยิบการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามซึ่งไม่มีวันหมดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเคาน์เตอร์วิลเลียมที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น "กฎกระทรวงการคลังที่คุณว่า... หมายถึงกฎข้อไหนของกลุ่มทุนดาร์คเนสล่ะครับ?" คาร์ลอสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนวิลเลียมเข่าแทบทรุด "เพราะถ้าจะพูดถึงการครอบครองย่านการค้าแห่งนี้... เกรงว่าโฉนดที่ดินทั้งหมดแปดร้อยไร่ รวมถึงสิทธิ์ขาดในการอนุมัติใบอนุญาต จะอยู่ในนามของคู่หมั้นผม... เอเลน่า วาเลนไทน์ เรียบร้อยแล้วครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาของวิลเลียมจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด คาร์ลอสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหูโดยไม่ละสายตาจากขุนนางเฒ่า "จัดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากข้อหาหมิ่นประมาทและก่อกวนธุรกิจในเครือของผมให้หมดทุกราย... เริ่มดำเนินการได้เลยครับ" เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารกลางดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งย่านการค้า บัญชีเงินฝากของตระกูลวิลเลียมถูกอายัดแบบเรียลไทม์ตามคำสั่งของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เอเลน่ามองภาพความพินาศของศัตรูผ่านกระจกใสด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกดกริ่งเรียกพนักงานในร้านก่อนจะหยิบกล่องขนมเค้กวานิลลาชิ้นเอกยื่นผ่านช่องส่งของให้แก่คาร์ลอสที่เดินเข้ามาประชิดตัวพอดี ปลายนิ้วอุ่นของชายหนุ่มสัมผัสกับมือของเธอแผ่วเบา ขณะที่เขากระซิบเบาๆ ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระส่ำ "ขนมของเธอชนะใจฉันแล้ว... แต่คราวนี้ ฉันขอสิทธิ์กินเธอทั้งตัวแทนค่าปกป้องร้านได้ไหมล่ะครับ เอเลน่า?" ม่านหมอกโรแมนซ์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำความฟินและความสะใจในตอนนี้มากๆ นะคะ
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับแผนการยึดครองอาณาจักรขนมหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%