"ดูท่าทาง... ปัญหาครอบครัวที่เราคิดว่าจบไปแล้ว จะยังสะสางไม่หมดสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของจ้าวเหวินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงบ้านไม้ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของอดีตนายทหารหนุ่ม ทำให้บรรยากาศรอบกายลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองจดหมายราชการในมือด้วยแววตาเย็นเยียบ ทว่าริมฝีปากหนากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย
หลินฟางที่กำลังยืนงละמอยตะหลิวผัดผักบุ้งไฟแดงอยู่ในครัว ถึงกับต้องชะงักมือ กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและเต้าเจี้ยวลอยฟุ้งกลบความตึงเครียดในอากาศชั่วขณะ หญิงสาววางตะหลิวลงบนเตา เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินออกมาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ ใบหน้างามฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
"จดหมายจากอำเภอส่งมาอีกแล้วหรือคะ... เอ๊ย... ครับ?" หลินฟางเกือบเผลอหลุดปากพูดภาษาถนัดออกไป โชคดีที่ไหวพริบดึงกลับมาทันเวลา พร้อมกับส่งสายตาคาดคั้นไปยังสามี
จ้าวเหวินวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบเนื้อไม้ดัง "ปึก" เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องในความรู้สึก
"ไม่ใช่แค่เรื่องจดหมายครับฟาง... ทางการส่งคนมาแจ้งข่าวเมื่อครู่ก่อนที่คุณจะเข้าครัว ทางคอมมูนต้องการตัวผมไปพบด่วน" จ้าวเหวินเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันJตาเมื่อมองเห็นความกังวลฉายชัดในดวงตาคู่สวยของหลินฟาง "ไม่ต้องห่วงครับ พวกมันไม่ได้มาหาเรื่อง แต่เป็นเรื่อง... ความดีความชอบจากคราวก่อนที่เราช่วยจัดการกับกลุ่มลักลอบค้าสินค้าเถื่อน และช่วยชี้เบาะแสโกดังเก็บเสบียงสำรองของพวกนายทุนหน้าเลือดเมื่อเดือนก่อน"
หลินฟางถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจคลายลงครึ่งหนึ่ง นางรู้ดีว่าสามีของนางมีความสามารถรอบด้าน เพียงแต่เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผัก เลี้ยงไก่ และดูแลนางในบ้านหลังเล็กๆ นอกหมู่บ้านแห่งนี้ ทว่าเสือต่อให้ซ่อนเล็บอย่างไร วันหนึ่งก็ยังคงเป็นเสือวันยังค่ำ
"แล้วคุณคิดจะทำอย่างไรล่ะครับ?" หลินฟางทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เรียวิวกรรมอันงดงามประสานกันบนตัก เอียงคอมองสามีด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "คนพวกนั้นคงไม่ได้เรียกตัวไปชมเชยเฉยๆ กระมัง มีผลประโยชน์ หรือมีอำนาจอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องอีก"
จ้าวเหวินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปาก "สมเป็นภรรยาของผมจริงๆ ครับ... ทางการต้องการแต่งตั้งให้ผมรับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำเขตเศรษฐกิจใหม่ทางเหนือ ซึ่งมีอำนาจในการตรวจสอบและควบคุมการค้าขายทั้งหมดในรัศมีสามอำเภอ"
นี่คือย่างก้าวสำคัญ... ตำแหน่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเกียรติยศ แต่หมายถึงอำนาจในการคุ้มครองครอบครัว และที่สำคัญที่สุด มันคือกุญแจดอกใหญ่ที่จะเปิดทางให้หลินฟางสามารถขยายกิจการค้าขายสินค้าจากมิติลับของนางได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ จากพวกเจ้าหน้าที่หน้าเงินอีกต่อไป
"ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ควรไปรับฟังข้อเสนอของพวกเขานะครับ" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความทะเยอทะยาน "แต่อย่าลืมเงื่อนไขของเราเด็ดขาด... เราไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครฟรีๆ หากพวกเขาต้องการแรงงานและมันสมองของสามีฉัน ผลประโยชน์ที่ตระกูลจ้าวควรได้รับ จะต้องไม่น้อยหน้าใครเป็นอันขาด"
จ้าวเหวินมองภรรยาด้วยความรักและทึ่งระคนกัน ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ทำอาหารอร่อยจนผู้คนหลงใหล นางยังมีหัวทางธุรกิจที่เฉียบคมยิ่งกว่าพ่อค้าหน้าเลือดเสียอีก มือหนืบเอื้อมไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาขึ้นมาบีบเบาๆ เป็นการให้คำมั่นสัญญา
"วางใจเถอะครับ... ผมจะไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาเอาเปรียบหยาดเหงื่อของเราเด็ดขาด"
สองสามีภรรยาตกลงแผนการกันอย่างเงียบเชียบ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างอบอุ่น เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท "ปังๆๆ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ข้างใน!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแผดทะลุเข้ามาในความเงียบ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ดูท่าทาง... สุนัขจิ้งจอกหางด้วนตระกูลหลิน จะยังไม่เข็ดจากบทเรียนครั้งก่อนสินะครับ" หลินฟางลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นบนชายเสื้อเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับสามี "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองครับ คุณนั่งรอชมฝีมือการต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญของผมได้เลย"
จ้าวเหวินพยักหน้ารับอย่างตามใจ นั่งไขว่ห้างจิบชาร้อนกรุ่นในมืออย่างใจเย็น ปล่อยให้ภรรยาคนเก่งเดินออกไปเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความมั่นใจ
เมื่อหลินฟางเปิดประตูรั้วออกไป ภาพที่เห็นคือร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลิน ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ด้านข้างมีลุงใหญ่ยืนทำหน้าถมึงทึง และที่น่าแปลกใจคือ มีชายแปลกหน้าแต่งกายภูมิฐานสวมแววตากลมโตยืนอยู่ด้วยคนหนึ่ง สายตาของชายคนนั้นมองสำรวจบ้านเรือนและแปลงผักหลังบ้านด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด
"นังตัวดี! ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ!" ป้าสะใภ้พ่นคำด่าทอทันทีที่เห็นหน้าหลินฟาง "แกคิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังบ้านนอกคอกนาแบบนี้แล้วจะหนีพ้นหรือไง! ที่ดินแปลงนี้และพืชผักประหลาดพวกนี้... ทางการสั่งให้ยึดเป็นของส่วนรวมแล้ว! เพราะแกมันพวกค้ากำไรเกินควร!"
หลินฟางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก นางไม่แม้แต่จะชายตามองป้าสะใภ้ผู้โง่เขลา แต่กลับเบนสายตาไปหยุดอยู่ที่ชายแปลกหน้าสวมแววตา ท่าทางมีภูมิฐานผู้นั้นแทน
"ผู้ตรวจการซ่ง... ลมอะไรหอบท่านมาถึงบ้านนอกคอกนาแห่งนี้กันล่ะครับ?" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของจ้าวเหวินดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างภรรยา รังสีความกดดันระดับนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกไปจนชายแปลกหน้าถึงกับผงะถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
ผู้ตรวจการซ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อตระหนักได้ว่าข้อมูลที่ตระกูลหลินนำมาบอกนั้น... ไม่ได้ตรงกับความจริงครึ่งหนึ่งเลย!
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังกลั้นหายใจรอฟังคำแก้ตัวของผู้ตรวจการ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าของม้าศึกหลายสิบตัวก็ควบทะยานเข้ามาหยุดสนิทหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานจากทหารยามประจำเขต
"ราชโองการด่วนจากส่วนกลาง! แต่งตั้งท่านจ้าวเหวินเป็น...!"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของจ้าวเหวินและหลินฟางมา ณ ที่นี้นะครับ
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 24
การเติบโตของจ้าวเหวิน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!