กาน้ำชาเนื้อหยกขาวส่งไออุ่นคุกกรุ่นลอยกรุ่นกรอบทั่วห้องรับรอง จอกชาลวกด้วยน้ำร้อนจัดจนส่งกลิ่นหอมหมื่นลี้ฟุ้งขจรขจาย ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ด้วยปลายนิ้ว
"ท่านแม่ทัพใหญ่... ชายาเอกองค์หญิงผู้สูงศักดิ์เช่นนั้นหรือครับสามี?"
หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียจนจ้าวเหวินแทบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนถึงกับสะท้านเฮือก ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองผู้ใดก็ล้วนทำให้ข้าศึกหวาดผวา บัดนี้กลับฉายแววลนลานและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขารีบลุกพรวดจากเก้าอี้ไม้แกะสลัก ก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในทันทีราวกับกลัวว่าภรรยาตัวน้อยจะหายวับไปกับตา
"ฟางเอ๋อร์... เจ้าฟังพี่ก่อน มันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด..." จ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปหมายจะกุมมือเรียวบางของนาง ทว่าหลินฟางกลับชักมือหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยานั้นทำเอาหัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก
"ไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรือครับ?" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยที่เคยระยิบระยับด้วยความขี้เล่นและประกายแห่งความมุ่งมั่น บัดนี้กลับเรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น "ตราประทับหยกสลักลายหงส์คู่มังกรบนโต๊ะทำงานของท่าน เอกสารลับจากเมืองหลวงที่ประทับตราจวนอ๋อง และจดหมายฉบับนั้น... ที่บอกว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียง 'ภารกิจชั่วคราว' เพื่อตบตาเบื้องสูง... ท่านจะบอกว่าข้าอ่านหนังสือไม่ออก หรือข้าตาบอดกันแน่ครับ จ้าวเหวิน?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงฝีเท้าของลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่างกระดาษสาด้านนอกยิ่งขับเน้นความอึดอัดภายในห้องให้ทวีความรุนแรง จ้าวเหวินขบกรามแน่น สันกรามคมสันนูนเด่นขึ้นด้วยความเครียดขึง เขาไม่เคยกลัวความตายยามเผชิญหน้ากับศัตรูแสนนายในสนามรบ แต่เวลานี้... ความกลัวที่จะสูญเสียหญิงตรงหน้ากลับกัดกินหัวใจเขายิ่งกว่าสิ่งใด
"ข้าไม่เคยยอมรับการแต่งงานนั้น" จ้าวเหวินกล่าวเสียงทุ้มต่ำแต่วาจามั่นคง หนักแน่น ดุจคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าฟ้าดิน "วันนั้นที่ข้าถูกบังคับให้รับราชโองการสมรส ข้าประกาศกร้าวต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้แล้วว่า หัวใจของจ้าวเหวินผู้นี้มอบให้ภรรยาเพียงคนเดียว และนางมีชื่อว่า 'หลินฟาง' ตำแหน่งชายาเอกอันใด ข้าไม่เคยใส่ใจ กระดาษแผ่นนั้นสำหรับข้าก็เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า..."
"แล้วองค์หญิงผู้นั้นเล่าครับ?" หลินฟางสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะยังคงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่ซ่อนไว้ไม่มิด "นางเดินทางมาถึงเมืองชายแดนนี้แล้ว... พร้อมกับฐานะที่สูงส่ง และสิทธิ์อันชอบธรรมตามกฎหมาย ท่านจะให้ข้า หลินฟาง ผู้นี้ เป็นอะไร? อนุภรรยาผู้ต่ำต้อย? หรือหญิงบำเรอที่ท่านซ่อนไว้ในบ้านไร่ปลายนา เพื่อรอวันที่ท่านเสร็จสิ้นภารกิจแล้วเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี?"
"ฟางเอ๋อร์!" จ้าวเหวินหมดความอดทน เขารวบร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นโดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายดิ้นหลุด แรงกอดที่แนบแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันนั้นสะท้อนความรู้สึกอัดอั้นตันใจทั้งหมด "เจ้ามองข้ามาตลอดระยะเวลาที่เราสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ? ข้าแต่งงานกับเจ้าด้วยหัวใจ ข้าใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าในไร่นี้ในฐานะสามีภรรยาที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เรื่ององค์หญิงผู้นั้น... ข้าได้ยื่นเรื่องขอหย่าขาดและปฏิเสธการอภิเษกครั้งนี้อย่างเด็ดขาดไปแล้วตั้งแต่วันที่ข้าก้าวเท้าออกจากเมืองหลวง หากนางจะดื้อดึงมาที่นี่ ก็เป็นเรื่องของนาง แต่นางไม่มีวันได้เข้ามาในเรือนหลังนี้เด็ดขาด!"
หลินฟางนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เคยเย็นเฉียบเริ่มได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดอันคุ้นเคย นางสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและจริงจังของเขา ไม่มีคำโกหกใดซ่อนอยู่หลังแววตาคู่นั้น จ้าวเหวินเป็นคนพูดน้อยแต่การกระทำชัดเจนเสมอมา หากเขาบอกว่าไม่... ก็คือไม่
หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางปาก ก่อนจะยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ
"ถ้าเช่นนั้น... ท่านก็ต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็น" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แบบฉบับของแม่เชฟสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคใด "ในเมื่อคนจากเมืองหลวงคิดว่าเราเป็นเพียงชาวบ้านไร่ไร้ค่า ที่วันๆ เอาแต่ขุดดินปลูกผักและทำอาหารประทังชีวิต งั้นเราก็มาดูกันครับว่า 'เกษตรกร' ที่พวกเขาดูแคลน จะตบหน้าคนพวกนั้นด้วยกำไรมหาศาลและความสำเร็จที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแคว้นได้อย่างไร!"
จ้าวเหวินกะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มโล่งอกผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทันทีที่เห็นภรรยากลับมามีพลังฮึกเหิมอีกครั้ง "แล้วเจ้าจะให้สามีผู้Aลือกตัวนี้ทำสิ่งใดเพื่อสนับสนุนเมียรักของข้าล่ะครับ หรืองานนี้... ท่านเชฟหลินผู้เก่งกาจมีแผนการใหญ่อะไรในใจอีกแล้ว?"
"พรุ่งนี้..." หลินฟางหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความมั่นใจ "เราจะนำพืชผลล็อตแรกจากมิติลับ... โดยเฉพาะ 'เห็ดหอมหิมะ' และ 'โสมภูเขาคัดพิเศษ' ที่เราเพาะปลูกอย่างลับๆ ไปเปิดบูธประมูลแข่งขันในงานมหกรรมสินค้าการเกษตรประจำปีที่จัดขึ้นโดยสมาคมพ่อค้าเมืองหลวง ซึ่งพวกตระกูลขุนนางและองค์หญิงผู้นั้นเสด็จไปร่วมงานด้วยพอดี!"
คำกล่าวของนางทำให้จ้าวเหวินถึงกับเลิกคิ้วสูง ความคิดความอ่านของภรรยานางนี้ล้ำเลิศเกินผู้ใดเสมอ การนำเอาสินค้าเกษตรชั้นยอดไปตบหน้าพวกชนชั้นสูงที่หยิ่งทะนงตนในงานใหญ่ต่อหน้าธารกำนัล... นี่ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่มันคือการประกาศศักดาอย่างงดงามและเจ็บแสบถึงขั้วหัวใจ
และแล้ว วันงานมหกรรมสินค้าการเกษตรแห่งปีก็มาถึง
ลานจัดงานกว้างขวางหน้าจวนเจ้าเมืองเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากหลากหลายชนชั้น ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้าคหบดีผู้มั่งคั่งต่างสวมใส่ชุดแพรพรรณราคาแพงเดินอวดโฉมกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ กลิ่นหอมของสุราและอาหารเลิศรสลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
ที่มุมหนึ่งของงาน มีซースแสดงสินค้าขนาดเล็กเรียบง่ายตั้งอยู่ ทว่ากลับไม่มีผู้คนสนใจแม้แต่น้อย เนื่องจากป้ายชื่อร้านที่เขียนด้วยลายมือเรียบง่ายว่า *“ครัวสวนหลังบ้าน โดยหลระจ้าว”* ดูธรรมดาเกินกว่าจะดึงดูดสายตาของเหล่าผู้ดีมีเงิน
"ดูสินั่น... ชาวบ้านบ้านนอกคอกนาที่ไหนไม่รู้ กล้าอาจหาญมาเปิดร้านขายของในงานมหกรรมระดับนี้ด้วย ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากกลุ่มคุณชายตระกูลใหญ่ที่ยืนถือพัดจีบมองมาทางหลินฟางด้วยสายตาดูแคลน หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายปักลายเรียบร้อยแต่ตัดเย็บอย่างประณีตกำลังยืนจัดเรียงกล่องไม้ขัดเงาอย่างใจเย็น ข้างกายมีจ้าวเหวินยืนกอดอกนิ่งสงبيดุจเทพารักษ์ผู้ปกป้อง
ไม่ไกลนัก องค์หญิงซูYวหนิง ในชุดอาภรณ์หรูหราปักดิ้นทองชั้นสูง เสด็จมาพร้อมกับเหล่าข้าราชบริพาร นางปรายตามองมาทางร้านของหลินฟางแวบหนึ่งด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่ตั้งใจให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน
"ช่างน่าขันสิ้นดี สถานที่แห่งนี้คือเวทีแลกเปลี่ยนสินค้าของเหล่าผู้มีเกียรติและพ่อค้าผู้ทรงอิทธิพล ไฉนจึงปล่อยให้พวกยาจกไร้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาตั้งแผงขายผักเน่าๆ สร้างความระคายเคืองสายตาเช่นนี้ได้?"
เสียงซุบซิบนินทาและเสียงหัวเราะคิกคักดังระงมไปทั่วบริเวณ หลินฟางมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงแต่มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบฝากล่องไม้ใบแรกขึ้นมา แล้วเปิดออกช้าๆ
ฟุ้งงงง!
กลิ่นหอมหวานล้ำลึกราวกับมวลดอกไม้ป่าหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นไอดินและเครื่องเทศชั้นดี พวยพุ่งกระจายตัวออกไปทั่วรัศมีร้อยเมตรในพริบตาเดียว กลิ่นหอมนั้นรุนแรงและเย้ายวนเสียจนเหล่าขุนนางที่กำลังจิบสุราหรูถึงกับชะงักค้าง ผู้คนนับร้อยต่างสูดจมูกฟุดฟิด หันซ้ายหันขวาเพื่อตามหาต้นตอของกลิ่นหอมประหลาดนี้
หลินฟางหยิบตะหลิวไม้ไผ่ขึ้นมาตักน้ำซุปตุ๋นเห็ดหอมหิมะใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับชิ้นเห็ดที่ชุ่มฉ่ำและน้ำซุปสีอำพันใสราวกระจก
"เรียนเชิญทุกท่านลิ้มลอง 'ซุปเห็ดหอมหิมะสวรรค์' ของเราครับ..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ชัดถ้อยชัดคำ "รับรองว่า หากท่านได้ชิมเพียงคำเดียว... สินค้าชิ้นนี้จะเปลี่ยนมุมมองที่ท่านมีต่อเกษตรกรไปตลอดกาล!"
ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาอย่างเคลือบแคลงสงสัย ข้าราชระดับสูงผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาหยิบถ้วยกระเบื้องนั้นขึ้นมาสูดกลิ่นหอมลึกๆ ก่อนจะซดน้ำซุปร้อนๆ เข้าไปคำหนึ่ง...
และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาของข้าราชการผู้นั้นก็เบิกกว้างขึ้นสุดขีด ร่างกายสะท้านเฮือกราวกับต้องมนต์สะกด!
------------------------
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนบทประพันธ์เรื่องนี้ด้วยความอบอุ่นเสมอมานะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้*
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 26
คำดูถูกที่ไม่เป็นผล
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!