เสียงกระแทกกระทั้นที่ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านตระกูลจ้าว ดังประสานกับเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่หลี่ที่แผดเสียงแ너มผ่านเข้ามาในเขตบ้านอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ทำให้บรรยากาศยามบ่ายที่ควรจะสงบเงียบพลันขุ่นมัวลงทันตา
"หลินฟาง! นังตัวดี! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ! คิดว่าแต่งเข้าบ้านนี้แล้วจะฮุบที่ดินแปลงนี้เป็นของตัวเองคนเดียวได้งั้นเรอะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
หลินฟางที่กำลังงגתอยู่กับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวมิติพิเศษในครัวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววความรำคาญระคนขบขัน เธอวางกระถางดินเผาลงบนโต๊ะไม้ไผ่ช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน มือเรียวปัดเศษดินออกจากผ้ากันเปื้อนลินินสีหม่นอย่างใจ2เย็น ตรงกันข้ามกับจ้าวเหวินที่เพิ่งก้าวเข้ามาจากแปลงผักหลังบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงขายาวทหารบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามา ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นทันที รังสีความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องครัวลดฮวบ
"ผมออกไปจัดการเองครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะไหล่บางเบา
"ไม่ต้องหรอค่ะ... เอ่อ ไม่ต้องหรอครับพี่เหวิน" หลินฟางเผลอใช้คำติดปากเกือบพลาด แต่ก็แก้กลับมาได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้สามีหนุ่ม "ปล่อยให้หมาเห่าใบตองแห้งไปก่อนเถอะครับ นานๆ ทีจะมีตัวตลกมาแสดงละครฉากใหญ่ให้เราดูถึงหน้าบ้าน จะไม่ต้อนรับขับสู้หน่อยก็กระไรอยู่"
จ้าวเหวินมองรอยยิ้มของภรรยาแล้วมุมปากหนาก็ยกขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตาสลายหายไปในพริบตาเหลือเพียงความตามใจและพร้อมจะสนับสนุนทุกอย่างที่เธอต้องการ "ตามใจคุณครับ ระวังตัวด้วย อย่าให้พวกมันมาแตะต้องคุณเด็ดขาด ถ้ามันล้ำเส้น ผมจะลากพวกมันโยนออกไปเอง"
เมื่อประตูรั้วเปิดออก ป้าสะใภ้ใหญ่หลี่พร้อมด้วยลุงรองหลินและลูกพี่ลูกน้องจอมเกียจคร้านอย่างหลินเฉียงก็พากันกรูเข้ามาในลานบ้านทันที ราวกับฝูงตั๊กแตนที่หมายจะรุมกินโต๊ะพืชผลในนาข้าว ป้าสะใภ้หลี่เท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโลภ กราดสายตามองบ้านดินที่ได้รับการซ่อมแซมจนดูสะอาดสะอ้านและแปลงผักเขียวขจีหลังบ้านด้วยความริษยา
"กล้าดีนี่! หลบหน้าหลบตาอยู่ในรูมาหลายวัน ที่แท้ก็แอบซ่อนสมบัติไว้สินะ!" ป้าสะใภ้หลี่แผดเสียงใส่ทันทีที่เห็นหน้าหลินฟาง "ฟังให้ดีนะนังฟาง ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านตรงนั้นน่ะ บรรพบุรุษตระกูลหลินเรายกให้เป็นมรดกกลางของตระกูล แกเป็นแค่สะใภ้ที่แต่งออกไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์มาครอบครองคนเดียว! วันนี้ถ้าแกไม่เซ็นยกโฉนดที่ดินคืนให้ตระกูลเรา อย่าหาว่าพวกฉันไม่เตือน!"
หลินฟางไม่ตอบโต้นางทันที เธอยกเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเล็กออกมานั่งอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วข้างถนน มือเรียวยกถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบรสชาติหอมกรุ่นช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามกระวนกระวายใจไปเอง
"ดื่มชาก่อนไหมครับ ป้าสะใภ้ ลมหายใจจะได้ไม่ร้อนจนเกินไป" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงความเหน็บแนมไว้อย่างแนบเนียน
"ไม่ต้องมาทำเป็นไขสดชื่น! นังเด็กนี่! แกคิดว่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้วรอดงั้นเรอะ!" ลุงรองหลินที่ยืนเงียบอยู่รอนานทนไม่ไหว ก้าวออกมาร่วมผสมโรงด้วยสีหน้าถมึงทึง "เอกสารสิทธิ์ที่ดินเมื่อสิบปีก่อน ปู่ของแกเซ็นยกให้พ่อแม่แกก็จริง แต่ตอนนี้พ่อแม่แกตายไปหมดแล้ว แกเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนเดียว ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินทำกินผืนใหญ่ขนาดนั้น ส่งสัญญามาซะดีๆ!"
หลินฟางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระทบกันเบาๆ เสียงนั้นดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบที่จ้าวเหวินจงใจปล่อยให้กดดันบรรยากาศ เธอมองหน้าญาติผู้พี่และลุงป้าด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในสำลี
"สิทธิ์งั้นเหรอครับ..." หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ "น่าแปลกใจเสียจริง ตอนที่พ่อแม่ฉันล้มป่วยจนล้มละลาย พวกท่านบอกว่าตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัวเราไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ตอนที่ฉันไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ พวกท่านอยู่ที่ไหน? ตอนที่ฉันถูกพวกท่านกดขี่ให้ทำงานในนาตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่มีค่าจ้าง พวกท่านเคยจำได้ไหมว่าเราเป็น 'ญาติ' กัน?"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง ทำให้ป้าสะใภ้หลี่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ แต่ความโลภบังตาทำให้หล่อนกลับแผดเสียงดังขึ้นกลบเกลื่อนความผิด "นั่นมันเรื่องอดีต! ยังไงแกก็แซ่หลิน สายเลือดมันตัดไม่ขาด!"
"สายเลือดเหรอครับ? ดีเลย..." หลินฟางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ตัวจะเล็กกว่าหลินเฉียงแต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้ชายร่างใหญ่อย่างหลินเฉียงต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
มือเรียวควАดหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากอกเสื้อ ชูขึ้นให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน เอกสารแผ่นเก่าเหลืองกรอบ แต่ข้อความด้านบนประทับตราประทับราชการอย่างถูกต้องชัดเจน
"นี่คือ 'สัญญาตัดขาดความสัมพันธ์และสละสิทธิ์มรดก' ที่ปู่ของฉันและพ่อของพวกท่านเป็นคนลงนามด้วยตัวเองเมื่อสิบห้าปีก่อน" หลินฟางกวาดสายตามองหน้าทีละคนด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "ในเอกสารระบุไว้ชัดเจนว่า ครอบครัวสายรองของลุงรอง ได้รับเงินสดก้อนโตและบ้านหลักไปแลกกับการสละสิทธิ์ในที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านทั้งหมดอย่างถาวร แปลว่า... ที่ดินแปลงนั้นเป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดของครอบครัวฉันมานานแล้ว และพวกท่าน... ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย!"
หน้าของลุงรองหลินเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะคิดว่าสัญญานี้ถูกเผาทำลายไปตั้งแต่เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านเก่าเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ส่วนป้าสะใภ้หลี่ถึงกับเข่าอ่อน เซถอยหลังไปชนหลินเฉียงจนเกือบล้ม
"ไม่จริง! เอกสารนั่นมันปลอม! นังเด็กนี่มันกุเรื่องขึ้นมาเอง!" หลินเฉียงแผดเสียงโวยวาย หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห พุ่งตัวเข้ามาหมายจะชิงกระดาษในมือหลินฟาง "เอามานี่นะ!"
*ปัง!*
เสียงรองเท้าคอมแบทกระแทกกับพื้นดินอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจ้าวเหวินที่ก้าวเข้ามาขวางหน้าหลินเฉียงไว้ราวกับกำแพงเหล็ก มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของหลินเฉียงแล้วยกขึ้นลอยเหนือพื้นด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงมหาศาลจากนายทหารสนามรบทำให้หลินเฉียงหน้าเขียวคล้ำ หายใจไม่ออก ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาได้แค่ "อั๊ก... ปล่อย... ปล่อยฉัน..."
"ใครอนุญาตให้แกแตะต้องภรรยาผม?" เสียงทุ้มต่ำของจ้าวเหวินเอ่ยออกมา ราวกับเสียงคำรามจากพญายมในขุมนรก อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนทุกคนในที่นั้นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"เหวิน... จ้าวเหวิน ใจเย็นๆ ก่อนลูก!" ป้าสะใภ้หลี่รีบละล่ำละลักร้องขอชีวิตด้วยความกลัวลาน "พวกเราแค่... แค่ล้อเล่นกันเท่านั้นเอง! อย่าทำอะไรรุนแรงเลยนะ!"
หลินฟางเดินเข้าไปแตะแขนสามีเบาๆ ส่งสัญญาณเตือน จ้าวเหวินจึงสะบัดมือทิ้งอย่างไม่ใยดี หลินเฉียงล้มลงไปกองกับพื้น สำลักอากาศไอโขลกๆ หน้าตาตื่นตระหนกจนไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย
หลินฟางก้มลงมองกระดาษในมือ พับมันเก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อย ก่อนจะแย้มยิ้มหวานหยดที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบให้กับญาติผู้หิวเงินทั้งสาม
"ถ้าพวกท่านยังไม่อยากให้ฉันไปฟ้องศาลข้อหาบุกรุกและพยายามชิงทรัพย์สินส่วนบุคคลล่ะก็... แนะนำให้ไสหัวออกไปจากเขตบ้านฉัน เดี๋ยวนี้เลยครับ"
ลุงรองหลินและป้าสะใภ้หลี่หน้าซีดเผือด รีบพยุงหลินเฉียงที่ขาอ่อนแรงลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต เสียงร้องโวยวายและเสียงบ่นด่าดังแว่วมาตามทางเดินจนกระทั่งลับสายตา
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ลานบ้านอีกครั้ง หลินฟางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะหันมามองสามีที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากขอบคุณ จ้าวเหวินก็ยื่นมือมาโอบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น กลิ่นอายบุรุษอบอุ่นและสะอาดสะอ้านคลอเคลียอยู่ปลายจมูก
"คุณทำได้ดีมากครับ แต่คราวหลัง... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการแต่แรกเถอะครับ" จ้าวเหวินกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู หลินฟางหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความเขินอาย เธอตีแขนเขาเบาๆ แก้เก้อ
"ใครว่าฉันจัดการไม่ได้ล่ะครับ..." หลินฟางพึมพำเสียงเบา ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อเดินเข้าครัว "เอาล่ะ ในเมื่อเคลียร์พวกน่ารำคาญไปได้แล้ว วันนี้เรามาฉลองชัยชนะด้วยเมนูกันเถอะครับ... ฉันว่าจะทำ **'ไก่ผัดพริกแห้งหม่าล่าสูตรพิเศษ'** ใช้เนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นผัดกับพริกแห้งหอมกรุ่นและเครื่องเทศมิติที่ปลูกเอง กลิ่นหอมคงลอยไปไกลจนถึงบ้านพวกญาติจอมโลภแน่ๆ"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของจ้าวเหวินดังขึ้นอย่างพึงพอใจ ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเท้าเข้าครัวเพื่อเตรียมมื้อค่ำอันแสนอร่อย ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูก็รั้วดังขึ้นอีกครั้งอย่างสุภาพ แต่จังหวะการเคาะกลับหนักแน่นและเป็นระเบียบเรียบร้อยผิดคาด
หลินฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปสบตากับจ้าวเหวินที่หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง
เมื่อประตูปิดเปิดออก ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทจีนโบราณสีเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึมแต่แววตาเปี่ยมด้วยปัญญา พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนยืนตระหง่านอยู่หน้าบ้าน ชายคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ แปลงผัก ก่อนจะประสานมือคารวะหลินฟางด้วยรอยยิ้มลึกลับ
"ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาล... แม่นางหลิน ทางเราเดินทางมาไกลนับร้อยลี้ เพื่อมาขอซื้อ 'สมุนไพรวิเศษ' ในตำนาน... ที่เล่าลือกันว่ามีเพียงท่านเท่านั้นที่ปลูกได้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 3
เผชิญหน้าญาติจอมหิวเงิน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!