แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 4

ข้าวต้มมัดกับทหารหนุ่ม

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงไม้คานโครงหลังคาที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกระดูกคนแก่ใกล้หมดอายุขัย ไม่ได้ทำให้หลินฟางหยุดมือจากการงละเลียดน้ำตาลทรายแดงลงในหม้อดินเผาแม้แต่น้อย กลิ่นหอมหวานของกะทิสดที่เคี่ยวกับใบเตยกำลังลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของบ้านไม้ทรุดโทรมหลังนี้ได้อย่างลงตัว "ระวังหน่อยครับ ตรงนั้นปลวกกินเนื้อไม้ไปเกือบหมดแล้ว ถ้าเหยียบพลาดลงมา คานไม้คงได้หล่นลงมาทักทายศีรษะคุณแน่" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบนิ่งจนเกือบจะเย็นชาดังขึ้นจากเบื้องบน หลินฟางเงยหน้าขึ้นจากเตาไฟ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองผ่านกลุ่มควันจางๆ ไปยังร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีเขียวเข้มแบบทหารที่กำลังเกาะอยู่บนคานไม้ นั่นคือ "จ้าวเหวิน" สามีตามใบทะเบียนสมรสที่ถูกจัดสรรโดยทางการ และเป็นผู้ชายที่เธอเพิ่งจะได้พบหน้าอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากเขาเพิ่งปลดประจำการกลับมาจากค่ายทหารทางเหนือ ชายหนุ่มมีสันจاوโด่งเป็นคม ใบหน้าหล่อเหลาแบบดิบเถื่อนตามประสาคนลุยงานหนัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่ยามที่เขามองตรงมายังหลินฟาง มันกลับมีความไหววูบประหลาดที่ยากจะคาดเดาซ่อนอยู่ "ถ้าฉันมัวแต่กลัวคานไม้ถล่ม ท้องของพวกเราคงได้ร้องประท้วงเสียก่อนครับคุณสามี" หลินฟางตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาฉายแววรู้ทัน ความแสบสันของเธอมักจะทำให้ญาติผู้พี่และป้าสะใภ้จอมโลภในหมู่บ้านอกสั่นขวัญแขวนมาแล้ว แต่กับผู้ชายคนนี้... เธอยังอ่านใจเขาไม่ออกเลยแม้แต่น้อย จ้าวเหวินไม่ต่อความยาว เขาเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะใช้ค้อนในมือตอกตะปูตัวใหญ่มุดลงไปในเนื้อไม้เสียงดัง *ปึ้ง!* ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าขยับไหวตามแรงตอก สะท้อนผ่านหยาดเหงื่อที่พราวอยู่บนกรอบหน้าคมคาย ชายหนุ่มลงมาจากบันไดไม้เก่าๆ อย่างคล่องแคล่ว กลิ่นอายความเป็นบุรุษเพศและกลิ่นดินกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูกหลินฟางเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ "คุณไม่ได้มีหน้าที่มาซ่อมบ้านให้ฉันฟรีๆ เสียหน่อย ทำไมถึงขยันขันแข็งนักล่ะคะ... อ๊ะ พูดผิด ทำไมถึงขยันนักล่ะครับ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดสำนวนยุคปัจจุบันออกไปเสียแล้ว โชคดีที่เธอเบรกปากตัวเองได้ทันเวลา แต่นั่นก็ไม่รอดพ้นจากสายตาคมกริบของจ้าวเหวินที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "นี่บ้านภรรยาผม และผมเป็นสามี หน้าที่ซ่อมแซมปกป้องบ้าน ไม่ควรเป็นของผมหรอกหรือครับ" จ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทำเอาหัวใจของหญิงสาวผู้ผ่านโลกมาโชกโชนถึงกับกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว สายตาที่เขามองเธอนั้น... ไม่มีแววรังเกียจเดียดฉันท์เหมือนที่ชาวบ้านคนอื่นๆ นินทากันว่าเธอเป็นแค่หญิงสาวเมืองกรุงที่ทำอะไรไม่เป็น แถมยังถูกตระกูลเดิมเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ตรงกันข้าม แววตาคู่นั้นกลับฉายความรู้สึกบางอย่างที่หนักแน่นและจริงจังเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด หลินฟางเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม เธอหันไปสนใจหม้อข้าวต้มมัดที่กำลังเดือดปุดๆ ในมิติลับของเธอมีข้าวเหนียวเขี้ยวงูชั้นดี ถั่วดำคัดพิเศษ และกะทิเข้มข้นที่ได้จากการแปรรูปด้วยความช่วยเหลือจากโกดังวิเศษ วันนี้เธอลองดัดแปลงทำ "ข้าวต้มมัดไส้กล้วยหอมและเผือกกวน" สูตรลับเฉพาะตัวที่รับรองว่าในยุค 70 นี้ยังไม่มีใครเคยลิ้มลองแน่นอน "เหนื่อยไหมครับ" จ้าวเหวินเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ มือหนายื่นผ้าขนับผืนเล็กที่สะอาดสะอ้านมาตรงหน้าเธอ หลินฟางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรับมาซับเหงื่อตามกรอบหน้าของตนเองอย่างเงียบๆ "ไม่เชิงว่าเหนื่อยหรอกครับ แค่... กำลังคิดว่า หลังจากเราซ่อมหลังคาเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะเอาเจ้าสิ่งนี้ไปลองเชิงที่ตลาดมืดเสียหน่อย" หลินฟางว่าพลางชี้ไปยังกองใบตองที่ถูกเช็ดทำความสะอาดจนขึ้นเงาสวยงาม จ้าวเหวินขมวดคิ้วมุ่นทันที "ตลาดมืดอันตรายเกินไป คุณเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว..." "ใครว่าตัวคนเดียวล่ะครับ" หลินฟางหันขวับมาสบตาเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "คุณต่างหากที่เป็นสามีของฉัน มีทหารผ่านศึกฝีมือดีเดินตามประกบ ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาหาเรื่อง ฉันคงต้องให้คุณช่วยจัดการให้หน่อยแล้วล่ะ" คำพูดหยอกเย้าแกมบังคับกลายๆ ทำให้จ้าวเหวินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำเอาใบหน้าหล่อเหลานั้นดูโดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็น "รับบัญชาครับภรรยา" เขาตอบรับสั้นๆ แต่นั่นคือคำสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบอันชวนจั๊กจี้หัวใจ กลิ่นหอมหวานมันของกะทิและกล้วยที่ถูกห่อด้วยใบตองสดก็เริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านไม้เก่า หลินฟางบรรจงมัดเชือกกล้วยรอบห่อใบตองอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางทะมัดทะแมงและรอยยิ้มมั่นใจของเธอบ่งบอกชัดเจนว่า หญิงสาวคนนี้ไม่มีวันยอมจำนนต่อโชคชะตาอย่างแน่นอน ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันจัดเตรียมข้าวต้มมัดล็อตแรกสำหรับนึ่ง เสียงทุบประตูด้านนอกอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของ "ป้าสะใภ้จอมแสบ" ก็ดังแหวกอากาศเข้ามาทำลายความสงบสุข "หลินฟาง! นังตัวดี! แกหลบหัวอยู่ข้างในใช่ไหม คายเงินค่าเช่าที่ดินมาเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!" จ้าวเหวินหันขวับไปมองทางประตูบ้านทันที รังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด หลินฟางวางใบตองในมือลง ช้าๆ เธอยกยิ้มมุมปากด้วยแววตาสبرارประกายความสนุกสนาน ศึกแรกในการสร้างเนื้อสร้างตัวยังไม่ทันเริ่ม ญาติผู้ปล้นชิงก็ยกโขยงมาให้เธอได้ลับฝีปากเสียแล้ว และในวินาทีที่จ้าวเหวินเอื้อมมือไปแตะด้ามมีดเหน็บที่เอวของเขาเพื่อเตรียมออกไปเผชิญหน้า เสียงเคาะประตูกลับหยุดชะงักลงกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาทางหลังบ้าน—จุดที่ควรจะเป็นเขตหวงห้ามซึ่งมีเพียงหลินฟางเท่านั้นที่รู้ความลับ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%