เสียงทุบโต๊ะไม้สนลั่นเอี๊ยดของหัวหน้าหมู่บ้านจ้าว ดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงคับแคบ ใบหน้าของชายวัยกลางคนย่นยู่ราวกับผลไม้ตากแห้ง ดวงตาขุ่นคลั่กไปด้วยความเครียดและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผม
"ฝนไม่ตกมาสามเดือนแล้ว! คลองส่งน้ำแห้งขอดจนเห็นก้นโคลน ข้าวในนาของพวกเรากำลังจะกลายเป็นฟางแห้งตายคาต้น ส่วนผักในแปลงก็เหี่ยวเฉาคาดิน... หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ปีนี้พวกเราคงต้องต้มหินกินกันแล้วกระมัง!"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังประสานกันเป็นเสียงเดียวจากชาวบ้านนับสิบชีวิตที่นั่งยองๆ อยู่หน้าลานบ้าน หลายคนก้มหน้ามองมือหยาบกร้านของตนเองด้วยความสิ้นหวัง ภัยแล้งในยุคปี 70 นี้ไม่ใช่แค่เรื่องยากลำบาก แต่มันหมายถึงความเป็นความตาย
ทันใดนั้น ป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลจ้าว ผู้มีนิสัยชอบฉวยโอกาสและมักจะอิจฉาริษยาบ้านรองอยู่เป็นนิจ ก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นแทรกความเงียบ นางหันขวับมาทางหลินฟางที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาที่พยายามปิดไม่มิด
"จะกลัวอะไรกันเล่า! บ้านของนังเด็กหลินฟางกับเจ้าเหวินน่ะสิ แปลงผักหลังบ้านยังเขียวชอุ่มราวกับไม่ใช่หน้าแล้ง! ข้าเดินผ่านรั้วบ้านพวกมันทีไร กลิ่นผักกาดขาวหวานๆ ลอยเตะจมูกจนน้ำลายสอ... แหม ร่ำรวยกันใหญ่โต เก็บผักขายได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่พวกเรากลับไม่มีแม้แต่ข้าวกรอกหม้อ แบบนี้มันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วกระมัง!"
คำพูดปลุกปั่นของป้าสะใภ้ใหญ่จุดประกายความโลภและความอิจฉาในแววตาของชาวบ้านหลายคนทันที สายตานับสิบ
คู่พุ่งเป้ามาที่หญิงสาวเป็นตาเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านในอากาศ
หลินฟางไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางถ้วยชาเคลือบดินเผาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่น แต่เป็นความเยือกเย็นที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกซู่ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับป้าสะใภ้ใหญ่โดยไม่หลบสายตา
"ป้าใหญ่พูดจาระวังปากด้วยนะครับ... อ้อ ขออภัย ข้าหมายถึง... พูดจาให้มีหลักฐานหน่อย" หลินฟางป้องปากหัวسะเบา "แปลงผักของบ้านเราเขียวชอุ่มได้ ก็เพราะพวกเราสองคนผัวเมียหลังขดหลังแข็งตักน้ำหยอดทีละหยด ขนน้ำจากลำธารไกลกิโลฯ มาทาbcษรแปลงผักตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ในขณะที่ลูกชายของป้าใหญ่นอนกรนสนั่นบ้านตอนเที่ยงวัน แบบนี้เรียกว่าเห็นแก่ตัว หรือเรียกว่าขี้เกียจกันแน่ล่ะครับ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด "แกกล้าดียังไงมาว่าลูกชายฉัน! ถ้าพวกแกไม่ได้แอบกักตุนน้ำวิเศษ หรือมีเคล็ดลับลับลมคมในอะไรบางอย่าง แปลงผักบ้านแกจะไม่มีทางรอดจากภัยแล้งนี้เด็ดขาด! แกต้องเปิดเผยความลับออกมา เดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดด้วยมีดได้ จ้าวเหวินที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ด้านหลังภรรยาสาว ขยับตัวก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าๆ แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมากดดันจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือจับคอเสื้อตัวเองโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์กวาดมองไปรอบห้อง
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาของข้า ลองก้าวเข้ามาดูสิ" น้ำเสียงทุบต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเพียงสประโยคเดียว ทว่ากลับทรงอานุภาพพอที่จะทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ ป้าสะใภ้ใหญ่หดคอกลับทันทีด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่านายทหารหนุ่มคนนี้พูดจริงทำจริง และรักเมียยิ่งกว่าอะไร
หลินฟางเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขาใจเย็นลง ก่อนจะก้าวออกมารับหน้าด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี
"เอาล่ะๆ ทุกท่าน ใจเย็นๆ กันก่อนครับ" หลินฟางกวาดสายตามองชาวบ้านที่กำลังรอฟังคำตอบ "ข้าเข้าใจดีว่าทุกคนกำลังเดือดร้อน ความลับเรื่องแปลงผักของบ้านข้าไม่มีอะไรพิสดารหรอกครับ มันเป็นเรื่องของการจัดการดิน การทำปุ๋ยหมักสูตรพิเศษที่ช่วยอุ้มความชื้น และความเหน็ดเหนื่อยที่พวกเราทุ่มเทลงไป..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ให้เวลาผู้คนได้คิดตาม ก่อนจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทองในสไตล์แม่ค้ามือฉมัง
"แต่ในเมื่อพวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ข้าเองก็ทนเห็นทุกท่านอดอยากไม่ได้... เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ ในเมื่อแปลงผักของบ้านข้าพอจะมีผลผลิตเหลือเฟือ ข้าจะเปิด "ตลาดนัดย่อมๆ" ที่หน้าบ้านของตนเองในยามเย็นนี้ ผักกาดขาวอวบออ มะเขือเทศลูกแดงฉ่ำ และแตงกวากรอบๆ ข้าจะแบ่งขายให้ในราคาต้นทุนที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปครึ่งหนึ่ง! ถือเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามวิกฤตภัยแล้งนี้... ทุกท่านว่าอย่างไรครับ?"
คำเสนอของหลินฟางทำให้ชาวบ้านฮือฮากันขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเสียดายเงินอยู่บ้าง แต่ในยามที่ผักหายากยิ่งกว่าทองคำ การได้ซื้อผักสดๆ ในราคาย่อมเยาก็คือทางรอดที่ดีที่สุด ความโกรธแค้นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความคาดหวังที่จะได้ไปแย่งซื้อผักที่หน้าบ้านหลินฟาง
เมื่อการประชุมเลิกรา หลินฟางและจ้าวเหวินก็เดินกลับมาถึงบ้านพักไร่ปลายนา หลินฟางรีบเปิดประตูโกดังลับในห้องเก็บของทันที มิติลับสว่างวาบขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของดินชื้นและพืชพรรณนานาชนิดที่เติบโตอย่างรวดเร็วเกินธรรมชาติ ผักสลัดเขียวขจีและมะเขือเทศสีแดงสดกองพูนทับกันอยู่ในลังไม้
"เหวินเกอ ช่วยข้าขนลังพวกนี้ไปวางเรียงที่หน้าบ้านทีนะครับ คนพวกนั้นคงแห่กันมาเร็วกว่าที่คิดแน่" หลินฟางหันไปสั่งสามีพร้อมกับรอยยิ้มซุกซน
จ้าวเหวินพยักหน้ารับอย่างไร้ข้อกังขา เขายกกล่องไม้หนักอึ้งสองลังขึ้นบ่าได้อย่างสบายๆ สายตาที่มองภรรยาสาวเต็มไปด้วยความหลงใหลและเอ็นดู "ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ข้าก็สนับสนุนเสมอ... แต่เจ้าต้องระวังพวกตระกูลจ้าวไว้หน่อย พวกเขาไม่ยอมรามือแค่นี้แน่"
"วางใจเถอะครับ ข้าเตรียม 'ของขวัญ' ต้อนรับพวกเขาไว้เรียบร้อยแล้ว" หลินฟางหัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
กระทั่งยามเย็นมาเยือน แสงอาทิตย์สีส้มแดงสาดส่องกระทบผืนนาที่แห้งแล้ง หน้าบ้านของหลินฟางเนืองแน่นไปด้วยชาวบ้านที่ถือตะกร้าและถุงผ้ามาออกันอย่างเนืองแน่น เสียงเอะอะโวยวายดังแข่งกันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแถวหน้า สินค้าล็อตแรกถูกวางแผง และเพียงไม่ถึงสิบนาที ผักสดๆ กองใหญ่ก็ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงเกลา เงินเหรียญและธนบัตรเก่าๆ ถูกยัดใส่มือของหลินฟางจนแน่นขนัด
ริมฝีปากของหญิงสาวแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ กำไรในวันนี้มหาศาลเสียจนสามารถซื้อเมล็ด
พันธุ์ชุดใหม่ได้สบายๆ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หลินฟางกำลังจะเก็บแผงไม้และนับเงินอยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับจงใจจะพังมันให้พังคามือ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"หลินฟาง! นังตัวดี ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวของชายแปลกหน้าผู้หนึ่งดังขึ้น ทรงพลังและเต็มไปด้วยกลิ่นอายคุกคามที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในหมู่บ้านแห่งนี้
จ้าวเหวินที่ยืนอยู่ข้างกายชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองลอดช่องรั้วออกไป ร่างสูงใหญ่ของชายชุดดำผู้มีรอยแผลเป็นน่ากลัวที่หางตา กำลังยืนจ้องเขม็งมาที่พวกเขา พร้อมกับลูกน้องอีกสี่ห้าคนที่ถือท่อนไม้ในมือ
หลินฟางขมวดคิ้วมุ่น นางจำชายคนนี้ไม่ได้... และเขาก็ไม่ใช่ชาวบ้านในละแวกนี้อย่างแน่นอน
"ดูท่าทาง... ลูกค้ากลุ่มสุดท้ายของเรา จะไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้วล่ะครับเหวินเกอ"
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" นะครับ
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 19
วิกฤตภัยแล้ง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!