แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 18

ปรับปรุงบ้านเรือนให้ทันสมัย

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงเลื่อยเหล็กกระทบกับเนื้อไม้ดัง "แกรก ๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางฝุ่นผงไม้ไผ่ที่ลอยละล่องต้องแสงไฟจากตะเกียงพายุ ลมหนาวปลายฤดูพัดกรรโชกผ่านรอยแตกของฝาผนังบ้านดินจนเกิดเสียงหวีดหวิว แต่ภายในห้องโถงเล็ก ๆ กลับอบอุ่นด้วยไอร้อนจากเตาผิงและหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ จ้าวเหวินวางเลื่อยในมือลง เขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ดวงตาคมกริบมองผลงานตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ โต๊ะไม้โอ๊กขัดมันเนื้อเนียนเรียบไร้เสี้ยนหนาม ขาโต๊ะแกะสลักลวดลายเรียบง่ายแต่แข็งแรงทนทาน ชิ้นงานนี้ไม่ใช่ผลงานของช่างไม้ในหมู่บ้าน แต่มันคือสมบัติชิ้นใหม่ที่ภรรยาตัวน้อยของเขา "เสก" ออกมาจากความว่างเปล่า... หรือก็คือมิติลับที่นางมักจะซ่อนความลับมหัศจรรย์ไว้เสมอ "พี่เหวิน พักดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา" หลินฟางก้าวเข้ามาพร้อมถาดไม้เคลือบเงา บนนั้นมีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าอ่อนบรรจุน้ำขิงต้มกับพุทราจีนส่งกลิ่นหอมหวานละมุน นางสวมเสื้อกันหนาวไหมพรมถักสีครีมหนานุ่ม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานคุณภาพสูงจากมิติของนางเอง ใบหน้ารูปไข่ผุดผ่องขึ้นด้วยเลือดฝาด ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามมองสามี จ้าวเหวินรับถ้วยน้ำขิงมาดื่มรวดเดียวหมด ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับอาวุธและงานไร่เผลอสัมผัสโดนปลายนิ้วนุ่มนิ่มของภรรยาโดย ตั้งใจ เขาดึงตัวนางเข้ามากอดเบา ๆ ให้มานั่งลงบนตักกว้างของตนเองโดยไม่ปล่อยให้ตั้งตัว "ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว เหตุใดยังไม่นอนอีกเล่า, ฟางฟาง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "ข้ายังไม่นอนเพราะรอตรวจความเรียบร้อยของบ้านเราต่างหากเล่าครับ" หลินฟางยิ้มตาหยี มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จ "ดูสิครับ ต่อไปนี้บ้านเราจะไม่ใช่บ้านดินโทรม ๆ ที่ลมหนาวลอดเข้ามาได้อีกแล้วนะ" ตั้งแต่ที่พวกเขาสามารถจัดการกับพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อในตระกูลจ้าวและตระกูลหลินได้อย่างราบคาบ พร้อมกับกอบโกยทรัพย์สินและตบหน้าคนพวกนั้นจนกระอักเลือด ชีวิตของสองสามีภรรยาในยุค 70 นี้ก็ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด แปลงผักหลังบ้านกลายเป็นขุมทรัพย์สีเขียวที่สร้างรายได้มหาศาล และตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่หลินฟางจะใช้ "ไอเทม" จากมิติลับมาเนรมิตบ้านหลังน้อยให้กลายเป็นคฤหาสน์อบอุ่นยุคใหม่ที่ใครเห็นก็ต้องตาค้าง นางผุดลุกขึ้นยืนแล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง ด้วยความช่วยเหลือจากมิติลับ หลินฟางไม่ได้แค่นำวัตถุดิบอาหารออกAมาทำกินเท่านั้น แต่นាងยังขนย้ายวัสดุตกแต่งบ้านยุคโมเดิร์นผสมวินเทจจากโกดังเก็บของอเนกประสงค์ออกมาทีละน้อยอย่างแนบเนียน ผนังดินเหนียวเก่า ๆ ถูกปิดทับด้วยวอลเปเปอร์ลายไม้สีอ่อนกันความชื้น พื้นดินที่เคยเดินแล้วฝุ่นฟุ้ง บัดนี้ถูกปูทับด้วยแผ่นไม้ลามิเนตลายอบอุ่นที่ทำความสะอาดง่าย หน้าต่างกระดาษสาขาด ๆ ถูกแทนที่ด้วยกระจกใสกรอบไม้สักทองติดม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตา "พี่เหวิน ช่วยข้าแขวนโคมไฟอันนี้หน่อยสิครับ" หลินฟางหยิบโคมไฟระย้าคริสตัลดีไซน์คลาสสิกที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่สำรองจากมิติออกมาจากลังไม้ จ้าวเหวินพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้เขาจะแปลกใจในสิ่งของแปลกประหลาดที่ภรรยานำออกมาอยู่เสมอ แต่สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าหลินฟางจะเสกอะไรออกมา สิ่งนั้นล้วนเป็นความมหัศจรรย์ที่ภรรืยาตั้งใจมอบให้เพื่อความสุขของครอบครัว เขารับโคมไฟนั้นขึ้นไปติดตั้งบนคานไม้เพดานอย่างคล่องแคล่ว เมื่อกดสวิตช์ แสงไฟสีเหลืองนวลตาก็ส่องสว่างนุ่มนวลไปทั่วห้อง ขับเน้นให้บรรยากาศภายในบ้านดูอบอุ่นราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารบ้านและสวนชั้นนำ "งดงามยิ่งนัก..." จ้าวเหวินพึมพำ เขามองภรรยาที่กำลังจัดวางแจกันดอกไม้เซรามิกเนื้อดีปักดอกไม้ป่าสีสดใสลงบนโต๊ะกลางห้อง ภาพของหญิงสาวในบ้านที่ถูกปรับปรุงจนหรูหราทันสมัย ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มผู้เคยชินกับความแห้งแล้งของค่ายทหารรู้สึกอิ่มเอมจนบรรยายไม่ถูก "นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นนะครับ" หลินฟางหัวเราะคิกคัก ดวงตาเป็นประกายซุกซน "พรุ่งนี้ข้าจะเอาโซฟาเบาะนุ่ม ๆ กับตู้เย็นตู้ใหญ่ออกมาตั้งในครัวด้วย คราวนี้เราจะเก็บรักษาเนื้อและผักสด ๆ ได้เป็นเดือนโดยไม่ต้องกลัวเน่าเสียเลยล่ะครับ" ขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันจัดวางชั้นวางหนังสือไม้สักและพรมปูพื้นขนสัตว์เทียมลายวินเทจอย่างเพลิดเพลิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น... "ก๊อก ๆ ๆ!" จังหวะการเคาะนั้นรัวเร็วและหนักหน่วงผิดปกติ ราวกับคนด้านนอกกำลังร้อนรนจนแทบรอไม่ไหว ในยามวิกาลเช่นนี้ รอบหมู่บ้านเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าออกมาเดินเร่ร่อนท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านของพวกเขายังตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านค่อนข้างโดดเดี่ยว การมาเยือนยามวิกาลจึงไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน หลินฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปทันที นางหันไปสบตากับจ้าวเหวิน สามีหนุ่มส่งสัญญาณมือให้ภรรยาถอยไปหลบด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบราวกำลังย่องเข้าหาเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกทหารที่ซ่อนไว้ใσόใต้โต๊ะขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งอบอุ่นโรแมนติกเมื่อครู่ กลับพลิกผันเป็นตึงเครียดและเยียบเย็นในชั่วพริบตา "เปิดประตู! ฉันรู้ว่าพวกแกยังไม่นอน! เปิดเดี๋ยวนี้!" เสียงทุบประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งจำแนกเสียงได้ทันทีว่าเป็นเสียงของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" จอมโลภมากที่เคยถูกหลินฟางเล่นงานจนหมดรูปในตลาดสด จ้าวเหวินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่าง เขาหันมามองภรรยาพลางกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ดูเหมือนว่า... บทเรียนที่ข้ากับเจ้ามอบให้พวกมันเมื่อวันก่อน จะยังไม่สาสมพอสินะครับ ฟางฟาง" หลินฟางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ นางหยิบขวดสเปรย์พริกไทยเข้มข้นที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมาถือไว้แน่น แววตาส่อประกายความแสบสันที่พร้อมจะฟาดฟันคนหน้าด้านให้จมดินอีกรอบ "ถ้าพวกมันอยากหาเรื่องถึงที่นัก... คืนนี้ เรามาต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วย 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่กันดีกว่าครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์ แปลงผักมหัศจรรย์ และเรื่องราวหัวใจอันอบอุ่นกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%