"กองผักนี่... ถ้าขายไม่ออก ข้าจะเอาไปต้มให้หมูกินเสียให้หมด"
น้ำเสียงห้วนกระด้างของชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของตลาดมืดท้ายสถานีรถไฟ กลิ่นอายความชื้นของดินและคราบสนิมคละคลุ้งไปกับอากาศยามวิกาล หลินฟางไม่ได้สะทกสะท้านต่อวาจาท่าทีดูถูกนั้นแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีเข้มกวาดตามองผักกาดขาวในเข่งไม้ไผ่ที่ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หัวผักกาดแต่ละหัวอวบอัด สีเขียวสดใสราวกับเพิ่งเด็ดออกจากแปลงเมื่อนาทีที่แล้ว ทั้งที่ความจริงมันผ่านการเร่งการเติบโตจากมิติลับในโกดังมาหมาดๆ
ความสดของมันสะท้อนแสงไฟตะเกียงน้ำมันก๊าดจนเปล่งประกายประหลาด
"ผักของข้าสดใหม่ ไร้รอยแมลงกัดแท่น หากท่านตาไม่ซื้อ ก็เชิญให้หมูของท่านกินของเน่าเฟะต่อไปเถอะครับ... อ้อ เผด็จการเรื่องราคากับคนอื่นได้ แต่อย่ามาใช้ลูกไม้ตบตาเซียนค้าขายกับข้าเลย" หลินฟางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับชะงัก
จ้าวเหวินที่ยืนเงียบอยู่เคียงข้างในเงาน้ำย้อยของชายคา ก้าวเท้าออกมาครึ่งก้าว ไหล่กว้างและท่าทีนิ่งขรึมรากฐานทหารหาญส่งแรงกดดันมหาศาลโดยไม่ต้องเปล่งเสียง เจ้าถิ่นร่างท้วมผู้คิดจะกดราคาหดมือกลับทันทีเมื่อเห็นสายตาคมปลาวาฬที่จ้องเขม็งราวกับจะมองทะลุร่าง
ในยุคเจ็ดสิบปลายๆ ที่ข้าวยากหมากแพง การนำพืชผักเขียวขจีไร้ที่ติออกมาขายใต้ดินเช่นนี้ย่อมดึงดูดสายตาบรรดา "ขาใหญ่" ประจำตลาดมืดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สี่ห้าคนในเสื้อแจ็คเก็ตสีหม่นเดินเข้ามาล้อมวง ชายผู้มีแผลเป็นที่หางคิ้วสบถเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือจะคว้าหัวผักกาดขึ้นมาบีบ
เพี๊ยะ!
เสียงฟาดหลังมือกระทบผิวเนื้อดังสนั่น แม้ไม่รุนแรงแต่เด็ดขาด หลินฟางตวัดมือปัดออกทันควัน สีหน้าเย็นชาไร้ความหวาดกลัว "ของยังไม่จ่ายเงิน ห้ามจับต้องตามอำเภอใจ"
"นัง... เอ๊ย สหายตัวดี แกกล้าดียังไงมาตบมือข้า!" ลูกน้องคนสนิทของเจ้าพ่อตลาดมืดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ง้างหมัดขึ้นหมายสั่งสอนให้รู้สำนึก
ทว่า... หมัดนั้นไม่มีวันได้กระทบเป้าหมาย
ฝ่ามือหนาหยาบกร้านราวกับคีมเหล็กของจ้าวเหวินคว้าหมัดนั้นไว้กลางอากาศ บีบกระดูกข้อมือของอีกฝ่ายจนเกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะอ่อนโยนเวลาอยู่กับภรรยา บัดนี้กลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ภรรยาข้า... มือของนางสะอาดเกินกว่าจะให้สุนัขแถวนี้มาตะคอกใส่" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังลอดไรฟันออกมาทีละคำ
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตาเห็น พ่อค้าแม่ขายคนอื่นๆ ต่างถอยร่นไปแอบดูอยู่หลังเสา ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม หลินฟางแอบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางชื่นชอบความเด็ดขาดของสามีผู้นี้เสียจริง ไม่เสียแรงที่ยอมอบรมวิชา "คลั่งรักแบบมีชั้นเชิง" ให้เมื่อคืนก่อน
"ใจเย็นๆ สหายทั้งสอง อย่าเพิ่งใช้กำลังกันในเขตของข้าเลย" เสียงแหบแห้งแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืด ชายชราหลังค่อมสวมแว่นตากรอบดำเดินออกมาจากด้านหลังกองลังไม้ สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหิ้วมองประเมินหลินฟางและจ้าวเหวินตั้งแต่หัวจรดเท้า
นี่คือ "เฒ่าเฉิน" ผู้คุมกฎตัวจริงแห่งตลาดมืดแห่งนี้
"ข้าไม่ได้หาเรื่องก่อน แต่คนของท่านไร้มารยาทเอง" หลินฟางก้าวขึ้นมาบังหน้าสามีเล็กน้อย เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้มีเหนือกว่า "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อมีเรื่อง แต่มาเพื่อทำธุรกิจ ผักชุดนี้... ราคาห้าหยวน ห้ามต่อรอง หากไม่เอา ข้าจะไปเสนอให้สหกรณ์อำเภอแทน รับรองว่าพวกเขาต้องแย่งกันซื้อแน่"
เฒ่าเฉินหรี่ตามองผักกาดขาวในเข่ง ในยุคนี้ผักสดๆ ที่สมบูรณ์ขนาดนี้หายากยิ่งกว่าทองคำ สหกรณ์อำเภอหรือแม้แต่โรงงานใหญ่ต่างต้องการนำไปประจบประแจงผู้ตรวจการจากเมืองหลวงทั้งสิ้น การซื้อขายในตลาดมืดเป็นเพียงช่องทางระบายของร้อน แต่ถ้าหลินฟางเอาไปส่งที่อื่นจริง เขาย่อมเสียผลประโยชน์มหาศาล
มุมปากของเฒ่าเฉินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "แม่สาวน้อย... เจ้าช่างปากกล้า นักธุรกิจหน้าใหม่ไม่เคยมีใครกล้าต่อรองกับเฒ่าเฉินเช่นนี้มาก่อน... ตกลง ข้าเหมาหมด"
เงินกระดาษปึกหนาถูกโยนลงบนโต๊ะไม้ไผ่ หลินฟางกวาดตามองด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวเล็กดีดเหรียญและธนบัตรตรวจเช็คความถูกต้องในพริบตา ก่อนจะกวาดเงินทั้งหมดใส่กระเป๋าเสื้ออย่างแนบเนียน รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ภารกิจแรกสำเร็จลุล่วงด้วยดี รายได้ก้อนโตจากการขายผักล็อตแรกอยู่ในมือแล้ว
ทว่า ในวินาทีที่จ้าวเหวินกำลังจะยกเข่งเปล่าขึ้นแบกกลับ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะเทือนมาจากปากทางเข้าตลาดมืด พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องกราดไปทั่วบริเวณ
"ตำรวจตรวจค้นตลาดมืด! ทุกคนอยู่ในความสงบ ห้ามขยับ!"
เสียงตะโกนก้องกังวานทำลายความเงียบยามวิกาล เฒ่าเฉินหน้าถอดสีทันที ลูกน้องรอบกายต่างแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน แต่ทางออกถูกปิดตายไว้หมดแล้ว
หลินฟางหันขวับสบตากับจ้าวเหวินทันที ในแววตาของสามีไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความเย็นชาที่เตรียมพร้อมปกป้องภรรยาเต็มที่ แต่มือใหญ่ของจ้าวเหวินกลับถูกหลินฟางคว้าเอาไว้แน่น นางยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นในความมืด พร้อมกับกระซิบเสียงเบาข้างหูเขา
"อย่าเพิ่งตกใจไปท่านพี่... ดูเหมือนว่า ‘ญาติผู้หวังดี’ ของเรา จะส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาต้อนรับเราถึงที่นี่เสียแล้ว"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 7
ขายผักครั้งแรกที่ตลาดมืด
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!