แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 6

กลิ่นหอมจากครัวเล็กๆ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามสาย พร้อมกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวชายป่าท้ายหมู่บ้านถึงกับต้องก้าวเท้าสะดุด "ฟางฟาง... กลิ่นนี่มัน... เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่กันแน่?" จ้าวเหวินวางฟืนในมือลงบนกองไม้ด้วยความงุนงง ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยและจริงจังอยู่เสมอยามอยู่ในชุดทหาร บัดนี้กลับเจือไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ ดวงตาคมกริบมองไปยังร่างเพรียวบางของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาถ่านดินเหนียว หลินฟางไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที นางใช้ตะหลิวไม้ผัดหมูสามชั้นที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำในกระทะเหล็กหล่อ เสียง "ฉ่า" ดังขึ้นเบาๆ เมื่อซอสเต้าเจี้ยวสูตรลับสีเข้มข้นสัมผัสกับความร้อน กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลอ้อยที่เคี่ยวจนละลายเคลือบเนื้อหมูสีแดงฉ่ำส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นต่อมรับรสจนน้ำลายสอ "ข้าก็แค่ทำอาหารกลางวันให้สามีสุดที่รักกินอย่างไรเล่าเจ้าคะ... เอ๊ย... ครับ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำติดปากออกมา แต่นางก็ปรับสรรพนามกลับมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้สามีหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกกับความขี้เล่นของนาง ตั้งแต่ที่นางใช้ประโยชน์จาก "มิติลับ" โกดังเก็บของวิเศษที่เร่งการเติบโตของพืชผลและเก็บรักษาความสดใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชีวิตความเป็นอยู่ของสองสามีภรรยาตระกูลจ้าวก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผักกาดขาวอวบอ้วน คะน้ากรอบหวาน และพริกสีแดงสดที่นางเก็บมาจากแปลงหลังบ้าน ล้วนแต่เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านยุค 70 นี้ได้ลิ้มลองมาก่อน แต่วันนี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องผักสดธรรมดา กระทะใบเดิมถูกยกออก หลินฟางเติมน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดขาวข้นลงไปในหม้อดินเผา ตามด้วยรากผักชี กระเทียมทุบ และเห็ดหอมอวบอ้ำที่นางแอบหยิบออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ กลิ่นหอมละมุนของเห็ดหอมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำเมื่อครู่ ลอยฟุ้งกระจายไปตามสายลมพัดผ่านรั้วไม้ไผ่ ออกไปสู่ถนนดินลูกรังเบื้องหน้า ผ่านไปไม่ถึงเค่อ (15 นาที) เสียงฝีเท้าหนักเบาหลายคู่ก็เริ่มหยุดลงที่หน้าบ้าน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเกรงใจ ตามมาด้วยเสียงกระแอมกระไอของป้าจาง เพื่อนบ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากมากและชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นที่สุด นางเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตรั้วบ้านโดยไม่รอให้เจ้าบ้านอนุญาต ใบหน้ายับย่นตามวัยทำจมูกฟุดฟิดราวกับสุนัขดมกลิ่น "ตายจริง! บ้านรองจ้าว... พวกเจ้าทำอะไรกินกัน กลิ่นหอมเย้ายวนใจถึงขนาดลอยไปไกลถึงบ้านข้าโน่นแน่ะ!" ป้าจางกวาดสายตามองไปทั่วลานบ้าน ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นหม้อดินบนเตาและจานเนื้อตุ๋นสีเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่ หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางวางทัพพีลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความเย้าแหย่ "อ๋อ... เป็นแค่เนื้อหมูตุ๋นผักกาดดองกับซุปเห็ดหอมธรรมดาๆ น่ะท่านป้า พอดีสามีของข้าเขาทำงานเหนื่อยยาก ข้าเลยต้องหาอะไรบำรุงเขาสdหน่อย" "ธรรมดาที่ไหนกันเล่า!" หญิงวัยกลางคนอีกคนโผล่หน้าเข้ามาสมทบ นางคือแม่ใหญ่หวัง ผู้มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ ของหัวหน้าหมู่บ้าน นางเดินเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารจนแทบจะเอาคอชิดขอบจาน ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภและอยากรู้อยากเห็น "กลิ่นซีอิ๊วกับน้ำตาลเคี่ยวแบบนี้ แม้แต่ในตัวอำเภอยังหาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะหลินฟาง... เจ้าเอาเงินที่ไหนไปซื้อเนื้อหมูชิ้นโตขนาดนี้มาทำกินกันแน่? หรือว่าแอบซ่อนเงินทองที่บ้านเดิมส่งมาให้?" คำพูดของแม่ใหญ่หวังจี้ถูกจุดที่ชาวบ้านหลายคนเริ่มสงสัย ช่วงนี้ครอบครัวจ้าวเงียบเหงาและยากจนข้นแค้นมาตลอด แต่ไม่กี่วันมานี้ กลับมีผักสดอวบอ้ำขายส่งตลาดมืด แถมยังมีเนื้อหนังมังสามาทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งชวนหิวจนคนข้างบ้านกลืนน้ำลายไม่ลง สายตาหลายคู่ที่เริ่มมารวมตัวกันที่หน้าบ้านเริ่มเต็มไปด้วยความริษยาและความเคลือบแคลง จ้าวเหวินขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างของภรรยาไว้เล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่เริ่มเข้ามามุงดูด้วยบรรยากาศกดดัน "เรื่องอาหารการกินในบ้านของพวกเรา เป็นเรื่องภายในครอบครัว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับท่านแม่ใหญ่กระมังครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังและแววตาดุดันสไตล์นายทหารผ่านศึกทำเอาแม่ใหญ่หวังสะดุ้งถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่าความกลัว นางเชิดหน้าขึ้นแล้วแค่น้ำเสียงเยาะหยัน "เหอะ! ทำเป็นดุไปได้ จ้าวเหวินเอ๋ย... เจ้าเป็นทหารปลดประจำการ เงินบำนาญก็ไม่ได้มากโข แถมภรรยาของเจ้าก็ขึ้นชื่อเรื่องความขี้เกียจสันหลังยาวมาแต่ไหนแต่ไร อยู่ๆ กลับมีกินมีใช้แถมทำอาหารฟุ่มเฟือยขนาดนี้ ระวังเถอะ... ถ้ามีคนไปแจ้งทางการว่าพวกเจ้าแอบลักลอบค้าขายผิดกฎหมายในตลาดมืด จะหาว่าข้าไม่เตือน!" บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงทันที ชาวบ้านต่างพากันซุบซิบ ผู้คนเริ่มมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง การค้าขายเองหรือมีสิ่งของฟุ่มเฟือยเกินฐานะในยุคนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ หากถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก "นายทุนน้อย" หรือ "พ่อค้าคนกลางหน้าเลือด" ชีวิตคงพบกับความยากลำบากอย่างแน่นอน ทว่า... หลินฟางกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย หญิงสาวแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางค่อยๆ เดินอ้อมร่างของสามีออกมาเผชิญหน้ากับแม่ใหญ่หวังตรงๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า รอยยิ้มนั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย "ท่านแม่ใหญ่หวังเป็นห่วงพวกเราถึงเพียงนี้ ข้าต้องขอขอบพระคุณจริงๆ นะครับ... เอ๊ย... นะคะ... เอ้ย... นะครับ!" หลินฟางเกือบหลุดปากสำนวนยุคปัจจุบันอีกรอบ แต่นางก็แก้คำลงท้ายได้อย่างทันท่วงที ท่าทีที่ดูประหม่าเล็กน้อยแต่แฝงความแสบสันทำให้จ้าวเหวินที่ยืนมองอยู่เกือบหลุดยิ้มออกมา "เจ้า... เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?" แม่ใหญ่หวังหน้าเจื่อนลงด้วยความงุนงง "ข้าบอกว่า ขอบพระคุณในความ 'เสือก' เอ๊ย... 'ใส่ใจ' ของท่านต่างหากเล่าเจ้าคะ" หลินฟางเปลี่ยนสรรพนามกลับมาเป็นหญิงสาวยุคโบราณได้อย่างลื่นไหล นางก้าวเข้าไปใกล้แม่ใหญ่หวังอีกก้าวหนึ่ง จนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังหนี "ส่วนเรื่องเงินทองที่ท่านสงสัย... ข้าต้องเรียนตามตรงว่า แปลงผักหลังบ้านของข้ามันเติบโตงอกงามดี ผักกาดขาวรุ่นนี้กรอบหวานจนคนในตลาดมืดแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เงินที่ได้มา... ข้าก็นำมาซื้อหมูสามชั้นชิ้นนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง มิได้ไปลักขโมยใคร หรือทำผิดกฎหมายข้อใดแน่นอน" "โม้! ผักจะโตเร็วขนาดนั้นได้อย่างไรกัน! เจ้าคิดว่าพวกเราโง่หรือไง!" แม่ใหญ่หวังขึ้นเสียงโต้เถียงหน้าดำหน้าแดง "ถ้าท่านไม่เชื่อ..." หลินฟางหันไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบที่ตักหมูตุ๋นร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนควันฉุย ยื่นไปตรงหน้าแม่ใหญ่หวัง "เชิญท่านชิมดูก่อนสิเจ้าคะ... หมูตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษของข้า ถ้ากินแล้วยังคิดว่าข้าไปขโมยใครมา ค่อยไปแจ้งทางการก็ยังไม่สาย" กลิ่นหอมหวานเค็มเข้มข้นของเนื้อหมูที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก พุ่งเข้าปะทะจมูกของแม่ใหญ่หวังเต็มๆ จนป้าแก่ๆ ถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก มือที่ชี้หน้าหลินฟางเมื่อครู่สั่นระริกด้วยความอยากลิ้มลอง ในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับชามหมูตุ๋นตรงหน้า และรอคอยว่าแม่ใหญ่หวังจะกล้ากินหรือไม่... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศกร้าวของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูรั้ว "หลินฟาง! สามีภรรยาตระกูลจ้าว! พวกเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้! หัวหน้ากองสารวัตรทหารและผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบเรื่องการค้าขายผิดกฎหมายตามที่มีคนร้องเรียนแล้ว!" สิ้นเสียงนั้น ร่างของชายในเครื่องแบบสีเขียวเข้มและชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมก็ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งกลางลานบ้าน พร้อมกับสายตาของชาวบ้านนับสิบชีวิตที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากยังคงประดับอยู่ แต่วับตาที่มองไปยังผู้มาเยือนกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%