แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 8

เมื่อทหารหนุ่มเริ่มเข้าหา

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
“ถ้าพวกท่านกล้าก้าวเข้ามาเหยียบแปลงผักตระกูลจ้าวอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!” เสียงประกาศกร้าวของหลินฟางดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณหลังบ้าน พร้อมกับด้ามจอบเหล็กกล้าที่ถูกกระแทกลงบนพื้นดินจนฝุ่นตลบอบอวล ป้าสะใภ้ใหญ่และลูกพี่ลูกน้องจอมขี้เกียจที่กำลังทำท่าจะยื่นมือเข้ามาเดيلةผักกาดขาวอวบออสตระกูลจ้าวถึงกับชะงักกึก ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าสตรีที่เคยอ่อนแอและยอมก้มหัวให้ตลอดอย่างหลินฟาง จะแปรเปลี่ยนเป็นนางพญาเสือดาวที่พร้อมขย้ำคนได้ทุกเมื่อเช่นนี้ สายตาของหลินฟางคมกริบดั่งใบมีด กวาดมองร่างของสองแม่ลูกที่ถอยร่นกรูดออกไปนอกรั้วไผ่ด้วยความหวาดกลัว ในมิติลับโกดังเก็บของของนางเวลานี้ เมล็ดพันธุ์และปุ๋ยวิเศษกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ ทำให้ผักทุกต้นเติบโตอย่างรวดเร็วจนงอกงามสะพรั่ง ชนิดที่ต่อให้คนทั้งหมู่บ้านมาขโมยก็ไม่มีทางหมด แต่คนพวกนี้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องใบไม้ใบเดียวของนางเด็ดขาด! “นัง... นังเด็กเหลือขอ! แกกล้าไล่ญาติผู้ใหญ่เรอะ!” ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องแหลมสูงด้วยความคับแค้นใจ แต่พอปะทะเข้ากับสายตาดุราวดั่งพญาอินทรีของหลินฟางเข้า ก็พลอยกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปอย่างยากลำบาก “ญาติผู้ใหญ่หรือครับ? ที่มาขโมยผลผลิตของคนอื่นหน้าด้านๆ แบบนี้ เขาไม่เรียกว่าญาติ เขาเรียกว่า ‘โจร’ ต่างหากครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเก่าๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวหลินฟางอย่างเงียบเชเชียบ จ้าวเหวินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าภรรួสาว ไหล่กว้างบังร่างบอบบางของนางไว้มิดชิด แววตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับฉายแววดุดันน่ากลัวจนป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับขาอ่อนยวบ “ทะ... ท่านจ้าว...” ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าถอดสี รีบดึงลูกชายถอยกรูดออกไปทันทีเมื่อเห็นนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดก้าวออกโรง “พวกเรา... พวกเราแค่แวะมาดูเฉยๆ ไม่ได้จะมาเอาอะไรเสียหน่อย ไปกันเถอะลูก!” ร่างทั้งสองวิ่งเตลิดเปิดเปิงหายลับไปจากแนวรั้วอย่างรวดเร็ว ราวกับมีผีไล่หลัง หลินฟางถอนหายใจยาว พรูลมหายใจร้อนผ่าวออกมาจากอก นางลดจอบในมือลงเล็กน้อย หันไปมองสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้จนได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ และกลิ่นอายแดดอ่อนๆ จากตัวเขา “คุณมาได้จังหวะพอดีเลยนะ... เกือบจะได้ใช้กำลังซ้อมคนเสียแล้วสิฉัน” จ้าวเหวินหันกลับมามองนาง แววตาดุดันเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงทันทีจนแทบกลายเป็นหยาดน้ำค้างยามเช้า เขาไล่สายตามองสำรวจภรรួสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม นุ่มนวล และจริงจัง “เรื่องใช้กำลังปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ คุณมีหน้าที่ดูแลแปลงผักและทำอาหารอร่อยๆ ให้ผมกินก็พอแล้ว” คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของเขา ทำให้หัวใจของหลินฟางที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนในโลกเก่าถึงกับกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่สูงกว่าตนเกือบหนึ่งช่วงตัว ใบหน้าคมคายนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด จ้าวเหวินไม่ใช่คนพูดเก่ง เขาไม่เคยเอ่ยคำหวานเลี่ยนหู แต่การกระทำทุกอย่างของเขา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยซ่อมแซมรั้วบ้าน การหาฟืนมาสุมกองโต หรือการยืนหยัดปกป้องนางจากเครือญาติหน้าเลือด ล้วนเป็นคำบอกรักที่ชัดเจนที่สุด บรรยากาศรอบตัวราวกับเงียบสงบลง เสียงลมพัดผ่านยอดใบไผ่ดังซ่า ราวกับบทเพลงบรรเลงขับกล่อมความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ งอกงามขึ้นทีละน้อยท่ามกลางกลิ่นไอของดินและแปลงผักเขียวขจี “พูดจาแปลกๆ นะคุณ...” หลินฟางหลบสายตาวาววับของเขาโดยการหันไปเก็บอุปกรณ์ทำสวน “ใครเขาจะยอมให้คุณปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวเล่า ฉันเองก็มือหนักไม่แพ้ใครหรอกนะ” จ้าวเหวินอมยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำให้ใบหน้าคมเข้มนั้นดูอบอุ่นจนน่าใจหาย เขาก้าวเข้าไปใกล้ภรรยาอีกนิด จนระยะห่างแทบไม่เหลือ “ครับ ผมรู้ว่าคุณเก่ง... แต่การมีสามีไว้คอยใช้งาน มันก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ” คำว่า ‘มีสามีไว้คอยใช้งาน’ จากปากนายทหารผู้เคร่งขรึม ทำเอาหลินฟางเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง นางค้อนให้อีกฝ่ายวงใหญ่ แต่มุมปากกลับอดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ “ถ้าอย่างนั้น... วันนี้คุณช่วยเฝ้าไร่ให้ฉันทีก็แล้วกันนะ” หลินฟางหันมาเอ่ยด้วยประกตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ฉันจะเข้าไปในครัว ทำอาหารมื้อพิเศษตอบแทน ‘ยามเฝ้าไร่’ จำเป็นเสียหน่อย รับรองว่าฝีมือระดับเชฟอย่างฉัน จะทำให้คุณลืมไม่ลงเลยทีเดียว” “ไม่ว่าจะเมนูอะไร... ผมก็ตั้งตารอทั้งนั้นครับ” จ้าวเหวินตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางที่หมุนตัวเดินกลับไปยังตัวบ้านด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับไม่อยากละสายตาไปไหน ช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีทองสาดส่องกระทบหลังคาบ้านดิน หลินฟางจัดการงัดเอาวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติลับ โกดังของนางส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรโบราณออกมาทันทีที่เปิดออก วันนี้ นางตั้งใจจะทำเมนู ‘ไก่ผัดพริกแห้งสูตรลับลุ่มแม่น้ำฮวย’ ที่ใช้เนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นผัดคลุกเคล้ากับพริกแห้งคั่วหอมๆ และผักกาดสดกรอบจากแปลงหลังบ้านที่จ้าวเหวินเพิ่งช่วยปกป้องมาหมาดๆ กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศที่ผสมผสานกับความหวานฉ่ำของผักสดเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านจนหอมตลบอบอวลไปทั้งหมู่บ้าน ไม่นานนัก อาหารจานเด็ดสีสันจัดจ้านก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ ภายในบ้าน ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ จ้าวเหวินที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วถึงกับนัยน์ตาสว่างวาบ กลิ่นหอมนี้ช่างกระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างรุนแรง หลินฟางตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถ้วยยื่นให้สามี นางกำลังจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม แต่จ้าวเหวินกลับคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้นางเซเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดียวกันกับเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “เดี๋ยวก่อนครับ...” จ้าวเหวินกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบไม่ได้มองที่จานอาหารตรงหน้า แต่มันกลับจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของนางราวกับถูกสะกด “ก่อนจะกินข้าว... ผมมีอีกหนึ่ง ‘เรื่องสำคัญ’ ที่อยากจะบอกคุณ” หลินฟางเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นประกายความจริงจังและดุดดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนุ่มนวลในแววตาสสามีหนุ่ม ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของนางกำลังจะหลุดออกจากอก ประตูบ้านไม้เก่าก็ถูกผลักเปิดผางเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “คุณจ้าว! คุณหลินฟาง! แย่แล้วครับ! ที่... ที่ตลาดมืดหน้าหมู่บ้าน... มีคนกำลังประกาศขาย ‘สูตรลับผักวิเศษ’ ของพวกคุณตัดหน้า แถมยังพาคนมาพังแผงค้าของพวกเราพังยับเยินแล้วครับ!” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%