แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 9

กับดักของญาติผู้ชั่วร้าย

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ข้าว่าหญ้าคาแปลงนี้... ต่อให้รดน้ำด้วยน้ำตา มันก็ไม่มีวันงอกเงยเป็นโสมคนขึ้นมาได้หรอกนะพี่สะใภ้รอง" น้ำเสียงของป้าสะใภ้ใหญ่—หลี่ว์ซื่อ แหลมสูงบาดหู ดังแทรกเข้ามาในความเงียบยามพลบค่ำของแปลงผักหลังบ้าน ร่างท้วมในชุดผ้าฝ้ายสีมอเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างไร้มารยาท มือข้างหนึ่งถือขวดกระเบื้องเคลือบสีทึบซุกไว้ใต้ชายเสื้อ สองตาหรี่มองแปลงผักคะน้าและกวางตุ้งที่เขียวขจีผิดหูผิดตาด้วยความริษยาจนร้อนรุ่มไปทั้งอก หลินฟาง ที่กำลังนั่งยองๆ ถอนหญ้าอยู่ไม่ไกล เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาของหญิงสาวไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพินิจพิเคราะห์และมีความเยือกเย็นราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ตัวเองเป็นคนสร้าง "ป้าสะใภ้ใหญ่มาเยือนถึงแปลงผักหลังบ้านยามวิกาลเช่นนี้ ลมหอบฟางเส้นไหนพัดมาหรือครับ" หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยืนขึ้นปัดเศษดินตามชายเสื้ออย่างใจเย็น สายตาคมกริบกวาดมองไปที่มือข้างที่ซ่อนไว้ของอีกฝ่ายทันที มิติลับในห้วงสำนึกของหลินฟางสั่นเตือนเบาๆ ข้อมูลสารเคมีและปฏิกิริยาของพืชผักไหลผ่านเข้ามาในสมองราวกับมีหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งใสแจ้งเตือน ขวดกระเบื้องในมือหลี่ว์ซื่อบรรจุผงเร่งปฏิกิริยาชนิดรุนแรง ซึ่งหากสัมผัสกับพืชผล มันจะไม่เพียงแต่ทำให้เหี่ยวเฉาตายในคืนเดียว แต่ยังทิ้งสารพิษตกค้างที่หากใครกินเข้าไป จะต้องปวดท้องทรมานจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ "เจ้าเด็กคนนี้ ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน!" หลี่ว์ซื่อถลึงตาใส่ด้วยความขัดแย้งในใจ นางตั้งใจมาทำลายแปลงผักที่ชาวบ้านต่างร่ำลือว่าสร้างรายได้ให้ครอบครัวจ้าวเป็นกอบเป็นกำ เพื่อความสะใจและหวังจะขโมยพันธุ์พืชไปปลูกเอง "ข้าแค่ผ่านมาเห็นผักพวกนี้งามผิดปกติ กลัวว่าเจ้าจะใช้ ‘วิชามარ’ อะไรนอกรีต ถึงได้แวะมาดูให้เห็นกับตา... ว่าแต่ สามีทหารหาญของเจ้าไปฝึกซ้อมมิใช่หรือ ใครจะมาปกป้องเจ้าเล่าวันนี้" จ้าวเหวินที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นธรณีประตูครัวพร้อมถังไม้ใส่น้ำสะอาด ชะงักฝีเท้าลงทันที ใบหน้าคมเข้มเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองไปยังร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังยืนคุกคามภรรยาของตน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบบริเวณราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ "ใครบอกท่านว่า... ข้าไม่อยู่?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากความมืด จ้าวเหวินก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าว ย่างก้าวของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้หลี่ว์ซื่อถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว หลินฟางแอบอมยิ้มมุมปาก นางส่งสัญญาณมือห้ามสามีที่กำลังจะก้าวเข้าไปประชิดตัว พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "โอ๊ะ ป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านไม่ต้องตกใจไปหรอครับ สามีของข้าแค่หยอกล้อเล่น... ว่าแต่ ที่ท่านถือมาในมือ นั่นคือสิ่งใดหรือครับ? หน้าตาคล้ายผงบำรุงดินที่บ้านข้าเลย" หลี่ว์ซื่อสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนขวดกระเบื้องไว้ด้านหลัง ยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนความพิรุธ "ะ...เปล่าประโยชน์อันใด ข้าแค่จะเอา... เอาปุ๋ยคอกมาช่วยบำรุงต่างหาก เห็นแก่ที่เราเป็นญาติกัน" "ปุ๋ยคอกใส่ขวดกระเบื้องเคลือบราคาแพงเช่นนั้นเชียวหรือครับ?" หลินฟางก้าวเข้าไปประชิดด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ฉวยจังหวะที่หลี่ว์ซื่อกำลังประหม่า คว้าขวดกระเบื้องนั้นมาไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย "คืนข้ามานะ นังตัวดี!" หลี่ว์ซื่อโวยวาย หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ หลินฟางเปิดจุกขวดออก กลิ่นฉุนกึกของสารเคมีสังเคราะห์พุ่งเข้าจมูกทันที นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "สารพิษห้ามใช้ในเขตเกษตรกรรม... ป้าสะใภ้ใหญ่ ช่างใจคอโหดเหี้ยมยิ่งนัก ผักเหล่านี้ยังไม่ทันเก็บเกี่ยว ท่านก็รีบอยากให้พวกเราตายตกตามกันไปเสียแล้วหรือ" "เจ้าพูดเหลวไหลอะไร! ข้าไม่รู้เรื่อง!" หลี่ว์ซื่อแผดเสียงกลบเกลื่อนความผิด หันซ้ายแลขวาเตรียมจะวิ่งหนี แต่จ้าวเหวินได้ก้าวมาขวางทางออกไว้ราวกับภูเขาเหล็ก "ในเมื่อท่านหวังดีอยากให้พืชผลเติบโตนัก..." หลินฟางหันไปมองกรงหมูและเล้าไก่ที่อยู่มุมแปลงผัก แววตาเจ้าเล่ห์ฉายประกายวิบวับ "ข้าเกรงใจน้ำใจของท่านยิ่งนัก จะให้ทิ้งขว้างเสียเปล่าก็คงเสียดายของดี... พี่เหวินครับ ช่วยนำผงวิเศษนี้ ไปผสมลงในรางอาหารของหมูสามตัวที่เพิ่งซื้อมาใหม่ทีครับ" หลี่ว์ซื่อหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางรู้ดีว่าสารพิษในขวดนั้นรุนแรงแค่ไหน หากหมูพวกนั้นกินเข้าไป มันคงตายคาที่ภายในสิบนาที และความผิดฐานวางยาทำลายทรัพย์สินจะมัดตัวนางแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด "ไม่ได้นะ! นั่นมัน... มันไม่ใช่ปุ๋ยหมู!" "อ้าว ไหนท่านบอกว่าเป็นปุ๋ยบำรุงดินอย่างไรเล่าครับ? หรือว่า... มันคือยาพิษที่ท่านตั้งใจเอามาโรยแปลงผักของพวกเรากันแน่?" หลินฟางเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน จ้าวเหวินรับขวดกระเบื้องมาจากมือภรรยา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างหนาเดินตรงไปยังรางอาหารหมูทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนและคำขู่ตะคอกของหลี่ว์ซื่อที่พยายามพุ่งเข้ามาขัดขวางแต่ถูกทหารหนุ่มปัดออกด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย สารพิษสีเทาถูกเทลงไปในเศษรำข้าวและมันเทศต้มในรางอาหารจนหมดสิ้น กลิ่นฉุนลอยคละคลุ้ง ทันใดนั้น หมูสามตัวที่กำลังหิวกระหายก็กรูเข้ามาซดอาหารในรางอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รู้ชะตากรรม หลี่ว์ซื่อทรุดฮวบนั่งลงกับพื้นดิน เอาสองมือปิดหน้ากรีดร้องด้วยความหวาดผวาเมื่อเห็นหมูตัวแรกเริ่มมีอาการชักกระตุกและล้มลงนอนแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา "หมู... หมูตายแล้ว!" ป้าสะใภ้ใหญ่ตัวสั่นเทา ชี้หน้าหลินฟางด้วยความเคียดแค้นสุดขีด "พวกเจ้า... พวกเจ้าตั้งใจฆ่าหมูชาวบ้าน!" หลินฟางย่อตัวลง นั่งยองๆ เสมอระดับสายตากับหญิงวัยกลางคน รอยยิ้มบนใบหน้าของภรรยาหนุ่มนายทหารอบอุ่นและงดงาม แต่กลับทำให้หลี่ว์ซื่อรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง "ท่านป้าสะใภ้ครับ..." หลินฟางกระซิบเสียงเบาข้างหูอีกฝ่าย แววตาเต็มไปด้วยความเฉียบขาด "ของขวัญชิ้นนี้ ที่ท่านอุตส่าห์หิ้วมามอบให้ถึงบ้าน... ข้าส่งคืนให้เจ้าของเดิมเรียบร้อยแล้วนะครับ" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้ใหญ่บ้านพร้อมด้วยชาวบ้านหลายคนถือคบเพลิงสว่างไสว เดินเลี้ยวเข้ามาทางแปลงผักหลังบ้านด้วยความตื่นตระหนก เนื่องจากได้ยินเสียงโวยวายดังลั่น และภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาทุกคนคือ หลี่ว์ซื่อที่นั่งกองอยู่กับพื้นข้างซากหมูที่นอนแน่นิ่ง... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีสโลว์ไลฟ์และแปลงผักมหัศจรรย์กับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%