เสียงเคี้ยวกลีบดอกเหมยเชื่อมดังกร้วมเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเก็บสมุนไพรหลังเรือน หลินฟางไม่ได้หันกลับไปมองเงาร่างที่ทาบทับอยู่หลังประตูกระดาษสา นางเพียงแต่หมุนขวดกระเบื้องเคลือบบรรจุน้ำมันหอมระเหยกลิ่นใบชาในมืออย่างเชื่องช้า
กลิ่นหอมกรุ่นของชาเขียวคั่วใหม่ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นอายดินชื้นยามค่ำคืนของยุค 70 ที่เต็มไปด้วยความกดดันและความขาดแคลน ทว่าในพื้นที่ส่วนตัวของนาง กลับมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ที่แม้แต่ผู้นำคอมมูนยังต้องลอบกลืนน้ำลาย
"ย่องเบาเสียจนนึกว่าแมวป่าจากภูเขาด้านหลังเสียอีกครับ พี่สะใภ้รอง"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนทำเอาเงาร่างที่กำลังยื่นมือเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานถึงกับสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวร่างผอมเกร็งในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ของตระกูลจ้าวค่อยๆ ถอยกรูดจนหลังชนชั้นวางไม้ไผ่ ใบหน้าซีดเซียวด้วยความตกใจ ดวงตาหลุบต่ำอย่างมีพิรุธ
"ฟางฟาง... ฉัน... ฉันแค่นิดหน่อย..."
"นิดหน่อยถึงกับต้องย่องเข้ามาตอนตีสอง และพยายามควานหาผงปรุงรสสูตรพิเศษในโหลเคลือบดินเผานั่นหรือครับ?" หลินฟางวางขวดกระเบื้องลงบนโต๊ะเสียงดัง *ก๊อก* น้ำหนักของมันมากพอที่จะทำให้หัวใจของคนทำผิดลอยไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับน้ำมาหมาดๆ
สัปดาห์ก่อน น้ำพริกเผาเห็ดหอมและผงปรุงรสจากมิติโกดังลับของนางเพิ่งสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วตลาดมืดในเมือง จนพ่อค้าคนกลางจากอำเภอข้างเคียงยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับโหลเดียว และแน่นอนว่าความสำเร็จนี้ย่อมบาดตาบาดใจ "สะใภ้รอง" ผู้ขี้อิจฉาและมักง่ายแห่งตระกูลจ้าวผู้พี่ ที่จ้องจะฉวยโอกาสบนหยาดเหงื่อแรงงานของผู้อื่นเสมอ
"เธออย่ามาปรักปรำฉันนะ!" หญิงสาวแซ่เฉิน สะใภ้รองผู้หน้าหนาเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความกลัวด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ฉันแค่... ปวดท้องอยากหายาธาตุต่างหาก ใครจะไปอยากได้ผงเศษอาหารของเธอ!"
"ยาธาตุเก็บไว้ที่ห้องโถงใหญ่ครับ ไม่ใช่ในไหหมักหัวเชื้อลับหลังบ้าน" หลินฟางก้าวเท้าเดินเข้าไปช้าๆ ทุกย่างก้าวแผ่รغแรงกดดันอันน่าประหลาด "อีกอย่าง... กลิ่นแป้งผัดหน้ากลิ่นดอกมะลิราคาถูกที่เธอเพิ่งไปขโมยมาจากห้องเก็บของแม่สามีเมื่อวาน มันฟุ้งกระจายกลบกลิ่นดินแถวนี้จนหมดแล้วครับ"
สะใภ้รองหน้าถอดสี อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เมื่อจำนนต่อหลักฐานทางกลิ่นที่นางไม่ทันระวังตัว
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นที่ลานบ้านด้านนอก เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดินแห้งๆ เป็นจังหวะที่คุ้นเคย จ้าวเหวินในชุดเสื้อทหารสีเขียวเข้มที่ยังมีรอยเปื้อนฝุ่นดินจากการลาดตระเวนรอบภูเขาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่ม
สามีหนุ่มกวาดสายตาปราดเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด เขาไม่ได้เอמהเอ่ยคำด่าทอที่หยาบคายแม้แต่ครึ่งคำ แต่วิธียืนขวางประตูทางออกไว้ด้วยร่างกายกำยำสูงใหญ่ ก็เพียงพอที่จะทำให้สะใภ้รองรู้สึกเหมือนตนเองเป็นลูกนกที่ติดอยู่ในกรงเล็บเหยี่ยว
"ดึกดื่นเช่นนี้ พี่สะใภ้รองมาทำอะไรในเขตเรือนพักของพวกเราหรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังเย็นวาบ
"ฉัน... ฉันแค่นอนไม่หลับ มาเดินเล่น..."
"เดินเล่นไกลถึงหลังครัวและห้องเก็บวัตถุดิบ ลมพัดพามาไกลเสียจริงนะครับ" จ้าวเหวินแค่นเสียงในลำคอเบาๆ เขาเดินตรงเข้าไปหาภรรยา โอบไหล่บางของหลินฟางเข้ามาใกล้ด้วยความทะนุถนอมอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาที่มองนางเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากพยัคฆ์ร้ายกลายเป็นสุนัขตัวใหญ่ที่คลั่งรักภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น "ภรรยาผมเหนื่อยมาทั้งวันจากการเคี่ยวซุปกระดูกหมูเพื่อเตรียมเปิดแผงพรุ่งนี้ นางควรได้พักผ่อน ไม่ใช่มาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเช่นนี้"
"เหวินซุน... นายจะเข้าข้างนังนี่เกินไปแล้วนะ ฉันเป็นพี่สะใภ้นะ!"
"พี่สะใภ้ที่ดี ย่อมไม่ถือวิสาสะย่องเข้าห้องคนอื่นยามวิกาลครับ" จ้าวเหวินปรายตามองด้วยหางตา "หากไม่อยากให้ผมไปคุยกับหัวหน้าคอมมูนเรื่องทรัพย์สินที่หายไปเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้... เชิญกลับห้องพักของพี่ไปเสียดีๆ ครับ"
คำขู่ที่ไร้ซึ่งอารมณ์แต่ทรงพลังนั้นเด็ดขาดเสียยิ่งกว่ามีดคมๆ สะใภ้รองกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง นางถลึงตาใส่หลินฟางครั้งหนึ่งก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปในความมืดของค่ำคืนอย่างจำยอม
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง หลินฟางถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะหันไปมองสามีที่ตอนนี้โน้มตัวลงมาสบตาใกล้ๆ กลิ่นไอแดดและเหงื่อของผู้ชายผสมผสานกับความห่วงใยจนน่าใจหาย
"เหนื่อยไหมครับ?" จ้าวเหวินเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของภรรยาอย่างเบามือ
"ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยหรอกครับ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดปากสำนานเดิมออกมา นางรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เขิน "แต่เกรงว่าคนพวกนี้จะไม่ยอมรามือแค่นี้แน่ครับ สูตรน้ำพริกและเครื่องเทศของผม... เอ๊ย ของฉัน... เอ่อ ของพี่... ทำเอาคนตระกูลจ้าวเริ่มนอนไม่หลับกันจริงๆ แล้ว"
จ้าวเหวินหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู "ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปเถอะครับ ต่อให้พวกเขาขโมยสูตรไปได้ ครึ่งหนึ่งของวัตถุดิบก็ไม่มีทางหาได้จากข้างนอกอยู่ดี... จริงไหมครับ เชฟหลิน?"
หลินฟางค้อนใส่สามีหนุ่มวงใหญ่ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ มือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบหม้อดินเผาใบเล็กที่ตั้งตุ๋นอยู่บนเตาถ่านคุอุ่นๆ กลิ่นหอมหวานปนเค็มกลมกล่อมของ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและเก๋ากี้" โชยเตะจมูกทันทีที่เปิดฝา
น้ำซุปสีขาวข้นราวกับน้ำนม แผ่นรากบัวสีเหลืองนวลต้มจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก และชิ้นหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนไขมันละลายหายไปเหลือเพียงความฉ่ำหวาน นี่คืออาวุธลับชิ้นใหม่ที่นางเตรียมไว้สำหรับเปิดตลาดมืดในวันพรุ่งนี้
ทั้งสองคนยืนเคียงคู่กันรับประทานซุปอุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบในยามดึก ความอบอุ่นแผ่ซ่านท่ามกลางความหนาวเย็นของฤดูกาล โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... ที่หน้าต่างห้องครัวด้านนอก มีเงาร่างปริศนาอีกคนกำลังยืนแอบฟังบทสนทนาทั้งหมด พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด... เงาร่างนั้นกำกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่จด "ส่วนผสมบางส่วน" ไว้แน่น จนมันยับยู่ยี่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินฟางกับก้าวสำคัญนี้นะครับ
- ใบชาหอมหมื่นลี้ -
แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน•ตอนที่ 22
สายสืบในไร่
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับกองทัพผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!