หมึกสีดำสนิทบนกระดาษโน้ตแผ่นนั้นยังดูชื้นราวกับเพิ่งถูกเขียนขึ้นในความมืด* 'อย่าไว้ใจคนที่ยืนอยู่เหนือเงาของตัวเอง' *ตัวอักษรหวัดๆ แต่ทรงพลังเหล่านั้นสะท้อนเข้าตาพิมพ์มาดาจนหัวใจกระตุกวูบ เธอขยำกระดาษแผ่นนั้นในกำมือแน่นจนยับยู่ยี่ ขณะที่ความเงียบงันของยามวิกาลภายในเรือนพักรับรองหลังใหญ่ขยายตัวออกราวกับกรงขัง
แกร็ก...
เสียงกลอนประตูไม้สักทองถูกปลดล็อกด้วยกุญแจสำรองจากภายนอกดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ พิมพ์มาดาดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มันสายเกินไปเสียแล้วเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของสิงหราชที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเท้าอันมั่นคง กลิ่นอายบุรุษเพศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายไร่อ้อยยามค่ำคืนและกลิ่นจางๆ ของยาสูบพุ่งปะทะนาสิกของเธอทันที
"ดึกดื่นค่อนคืนป่านนี้แล้ว... คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยังไม่ยอมหลับยอมนอน นั่งทำลับๆ ล่อๆ อะไรอยู่ตรงนั้นครับ"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีในความมืดกวาดมองร่างระหงที่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างรู้ทัน สิงหราชก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว แรงกดดันจากอำนาจที่เขามีแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนพิมพ์มาดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องกำลังเบาบางลงทุกที
"ถอยไปนะ... คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องฉันยามวิกาลแบบนี้" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาความแข็งกร้าว แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะชนเข้ากับผนังห้องอย่างไร้ทางหนีแล้วก็ตาม
สิงหราชไม่ตอบคำชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ฝ่ามือหนาและหยาบกร้านจากการผ่านงานหนักวางทาบลงบนผนังไม้ข้างศีรษะของเธอ เป็นการกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบก้มลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความดื้อรั้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตาเธอนิ่งนาน
"สิทธิ์เหรอครับ... คุณหนูพิมพ์มาดา คุณน่าจะรู้ดีนะว่าผืนดินแห่งนี้ ทุกตารางนิ้ว แม้แต่ลมหายใจที่คุณกำลังใช้อยู่... มันอยู่ภายใต้อาณัติของผมทั้งสิ้น"
คำพูดราบเรียบแต่เฉียบขาดราวดาบคมกริบกรีดลึกลงในความรู้สึก แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดราวกับสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากันอย่างรุนแรง ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดระแวง และแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ความนิ่งงัน หลอมรวมกันจนเกิดเป็นบรรยากาศที่ร้อนระอุและวาบหวามในเวลาเดียวกัน
พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสกำแพงป้องกันตัวเอง แต่กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เจือความเย้ายวนของชายตรงหน้ากลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง มือเรียวเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลังกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณ... และฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อก้มหัวให้ความดิบเถื่อนของคุณ!"
สิงหราชแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงแผ่นอกของหญิงสาว รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขากลืนกินระยะห่างระหว่างกัน
"ปากเก่งดีนี่ครับ... แต่มาดูกันซิว่า ปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย จะยังแข็งข้อกับผมได้อีกนานแค่ไหน"
สิ้นเสียงกระซิบอันพร่ามัว สิงหราชก็ฉวยโอกาสรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดายด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ร่างบางถูกกดแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กำยำและร้อนระอุราวกับเตาไฟ พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แรงปะทะระหว่างร่างกายทำให้ความตึงเครียดทางเพศระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
"ปล่อยนะ! คุณสิงหราช..." เสียงประท้วงของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่แค่จูบแห่งการลงทัณฑ์ แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครองอันป่าเถื่อน ริมฝีปากของสิงหราชบดขยี้ความดื้อรั้นของเธอด้วยความชำนาญและเรียกร้อง ความนุ่ม
ละมุนของพิมพ์มาดาพยายามต่อต้านในช่วงแรก แต่รสสัมผัสที่ทั้งดุดันและลึกล้ำราวกับห้วงเหวแห่งเสน่หา กลับทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ปลายลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน สติปัญญาที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ตอบสนองต่อสัมผัสวาบหวามอย่างไม่รู้ตัว
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เลื่อนต่ำลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามรัวเร็วดั่งกลองศึก ลมหายใจที่หอบกระชั้นประสานเข้าหากันในความมืด ความตึงเครียดเปลี่ยนผ่านเป็นความเร่าร้อนที่เผาผลาญทุกตารางเมตรในห้องนอนจนแทบละลาย
สิงหราชผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้พิมพ์มาดาหอบหายใจโกยกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำด้วยแรงอารมณ์มองเขาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นต่ออิทธิพลที่เขามีเหนือร่างกายเธอ
นิ้วแกร่งเกลี่ยไล้ปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือ น้ำเสียงที่เอמהกระซิบข้างใบหูของเธอนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"คุณแพ้ผมแล้ว... พิมพ์มาดา..."
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะลبเลือนเส้นแบ่งระหว่างความเกลียดชังและเสน่หา กลิ่นฉุนแปลกประหลาดบางอย่างก็โชยลอดเข้ามาทางรอยต่อของหน้าต่างบานเกล็ด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งและเสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากระเบียงด้านนอก...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ•ตอนที่ 5
องศาที่เกินจุดเยือกแข็ง
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!