เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงลมภายนอกโหมกระหน่ำซัดสาดสายฝนเข้าใส่ผนังไม้ของกระท่อมหลังน้อยจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับเสียงกรรโชกของอสุรกาย ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงสลัวจากะเกียงน้ำมันก๊าด กลับอวลไปด้วยความตึงเครียดที่ร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง
"เกมยังไม่จบแค่นี้หรอกคุณหนู... คืนนี้ เรายังต้องคุยกันยาว"
สิงหราชเอ่ยทวนประโยคเดิมซ้ำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นจดจ้องร่างระหงของพิมพ์มาดาไม่วางตา เจ้าของไร่อ้อยผู้ทรงอิทธิพลก้าวเท้าเข้าหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคงและกดดันราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในถ้ำมืด
พิมพ์มาดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบติดกับผนังไม้เย็นเฉียบ เธอยกมือขึ้นตั้งการ์ดและพยายามรักษามาดมั่นคงไว้ภายใต้กรอบแว่นตาและใบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรำด้วยจังหวะที่รัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"ถอยไปนะ, สิงหราช! คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่... ปล่อยให้ฉันกลับเรือนใหญ่เดี๋ยวนี้ พายุเข้าแบบนี้คุณก็รู้ว่ามันอันตราย" เสียงของเธอแข็งกร้าวแต่สั่นเครือเล็กน้อยทรยศความรู้สึก
"อันตรายเหรอ?" สิงหราชแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นศูนย์ กลิ่นอายบุรุษเพศ คละคลุ้งด้วยกลิ่นฝนจางๆ และกลิ่นอายดิบเถื่อนเฉพาะตัวพุ่งเข้าปะทะนาสิกของหญิงสาวจนเธอต้องผินหน้าหนี "คนที่อันตรายที่สุดในไร่นี้... ยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้วนี่ไงครับคุณหนูพิมพ์มาดา"
มือหนาหยาบกร้านผ่านงานหนักมาทั้งชีวิตเอื้อมไปทาบลงบนผนังไม้ข้างศีรษะของเธอ เป็นการกักขังร่างบอบบางไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ ความใกล้ชิดนี้ทำให้พิมพ์มาดารู้สึกราวกับถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่เธอพยายามสวมกอดไว้เริ่มสั่นคลอน เมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของเขาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนแล้วบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา
"ปล่อยนะ..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว เบี่ยงหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ดื้อด้าน... ปากดี... แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเนี่ยนะ" สิงหราชกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนและแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้ามาตลอดหลายวันที่ปะทะคารมกัน "ผมเกลียดคนโกหก และเกลียดที่สุดคือคนที่คิดจะมาเหนือผม... แต่กับคุณ ทำไมผมถึงยิ่งอยากปราบให้พยศนักก็ไม่รู้"
สิ้นคำพูด ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหนาร้อนผ่าวเข้าหากลีบปากนุ่มของหญิงสาวทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัวหรือเปล่งวาจาปฏิเสธใดๆ ออกมาอีก
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กระดมทุบตีลงบนแผงอกแกร่งเพื่อประท้วง ทว่าแรงแค่นิดเดียวของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม สิงหราชรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วกดตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับรสจูบอันดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนตามสัญชาตญาณดิบของเขา
รสจูบเริ่มต้นด้วยความรุนแรงราวกับพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก ขบเม้มริมฝีปากนุ่มจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ ก่อนที่ความดุดันนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำ วาบหวาม และเรียกร้อง เมื่อลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมผ่านร่องฟันเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก สมองของพิมพ์มาดาขาวโพลน แรงต่อต้านทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่รุนแรงและสั่นสะท้อนไปถึงขั้วหัวใจทำให้เธอเผลอเผยอริมฝีปากตอบรับสัมผัสของเขาอย่างไม่รู้ตัว
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทั้งคู่ประสานเข้ากับเสียงสายฝนที่สาดซัดหลังคาไม้ สิงหราชผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกريบพินิจมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อชุ่มฉ่ำด้วยพิษรักของหญิงสาว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นประกายระยับด้วยไฟเสน่หาที่ลุกโชน
"คุณมัน... คนเผด็จการ..." พิมพ์มาดาหอบหายใจสะท้าน หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ เธอกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับ
"ใช่... ผมมันเผด็จการ และคืนนี้ คุณก็หนีไม่พ้นอาณัติของผมหรอกครับ"
สิงหราชไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำใดต่อ เขาช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว ทำเอาพิมพ์มาดาต้องรีบยกมือคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น ชายหนุ่มก้าวเดินยาวๆ ไปยังเตียงนอนไม้สักขนาดกระทัดรัดที่มุมห้อง ก่อนจะวางร่างเธอลงไปอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความนุ่มนวลที่ขัดกับบุคลิกดิบเถื่อนของเขาโดยสิ้นเชิง
ร่างสูงทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวของเขาตรึงเธอไว้ใต้ร่าง ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่างทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะหมดลง พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อนและชัดเจน
"สิงหราช... อย่า..." เธอยังคงพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แม้ว่าน้ำเสียงจะไร้ซึ่งพลังในการต่อต้าน
"สายไปแล้วครับคุณหนู..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะประกบจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้อ่อนหวาน นุ่มนวล แต่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างช้าๆ ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่สัมผัสผิวกายผ่านร่มผ้าทำให้พิมพ์มาดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอเมื่อความรู้สึกวาบหวามเข้าครอบงำจิตใจ
เสื้อผ้าเนื้อดีค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด แสงตะเกียงวับแวมสาดส่องกระทบเรือนร่างงดงามราวกับประติมากรรมชั้นยอดที่อยู่เบื้องหน้า สิงหราชชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสสีเข้มลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะควบคุม เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น พรมจูบซับความนุ่มนวลไปทั่วลาดไหล่เนียนและเนินอกอิ่ม
พิมพ์มาดาแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างลืมตัว มือเรียวที่เคยทุบตีเขาเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงและป่าเถื่อนราวกับพายุร้ายที่ฉีกกระชากทุกกฎเกณฑ์และกำแพงแห่งศักดิ์ศรีให้พังทลายลง
ในค่ำคืนที่สายฝนโหมกระหน่ำและโลกภายนอกมืดมิด มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงกระซิบแห่งความเร่าร้อนที่ขับขานบทเพลงแห่งเสน่หาอันลึกซึ้ง ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางห้วงเวลาที่ราวกับหยุดนิ่ง
ทว่า ท่ามกลางความสุขสมและเสียงครางระคนหอบสะท้านที่ยังไม่ทันจางหาย ทันใดนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงทุบประตูกระท่อมดังสนั่นท่ามกลางเสียงฝน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเจ้าของไร่ด้วยความตื่นตระหนกจากภายนอก "นายครับ! นายสิงห์! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่โรงเก็บอ้อยหลังสาม... มีคนลอบวางเพลิง!"
สิงหราชชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที เขาผละออกจากร่างเนียนนุ่มของพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ด้วยความเร็วแสง พร้อมกับหันมามองหญิงสาวที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"อยู่แต่ในนี้ ล็อคประตูให้ดี... อย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา"
เขากระซิบเสียงต่ำด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะคว้าปืนพกคู่กายแล้วพุ่งตัวเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับพายุฝนข้างนอกทันที พิมพ์มาดานอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
...แต่ก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติ สายตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตปริศนาแผ่นหนึ่งที่ถูกสอดเข้ามาใต้รอยต่อของประตูไม้ พร้อมกับรอยหยดน้ำและตัวอักษรลายมือหวัดๆ ที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท...
*[โปรดติดตามตอนต่อไปใน "ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ" ตอนที่ 5]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนของผมเสมอนะครับ
ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ•ตอนที่ 4
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!