กลิ่นไอมะลาสลสุกงอมและคราบฝุ่นแดงของดินลูกรังยามค่ำคืน ลอยอวลเข้ามาปะทะจมูกทันทีที่บานประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พิมพ์มาดากำโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าม้าทัดหูจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นสันกรามคมคายและเงาพาดทับใบหน้าของสิงหราชให้ดูราวกับซาตานจำแลง
"ที่นี่ไม่มีกฎระเบียบเรื่องการเคาะประตูก่อนเข้าหรือไงครับ คุณหนูพิมพ์มาดา"
เสียงทุ้มต่ำรื่นหูแต่แฝงไว้ด้วยกระแสกดดันอันน่าขนลุกเอ่ยขึ้น สิงหราชไม่ได้เงยหน้ามองเธียรด้วยซ้ำ เขากำลังหมุนแก้วทรงเตี้ยที่มีของเหลวสีอำพันอยู่ก้นแก้วช้าๆ ราวกับเธียรเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าในอาณาจักรไร่อ้อยแห่งนี้
"ฉันคิดว่าคนที่เป็นถึงเจ้าของไร่ จะมีมารยาทพื้นฐานในการต้อนรับแขกเสียอีกค่ะ... โดยเฉพาะแขกที่บริษัทของคุณกำลังจะพึ่งพาเงินทุนก้อนโต" พิมพ์มาดายกคางขึ้นสูงอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทเดินดุ่มเข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอกวาดตามองห้องทำงานที่รกเรื้อไปด้วยเอกสารและกลิ่นอายดิบเถื่อนของเจ้าของห้องอย่างไม่ปิดบังความรังเกียจ
สิงหราชแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้งและสั่นสะเทือนอารมณ์ เขาวางแก้วเหล้าลงกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมปลาบสีสนิมคู่นั้นดุดันและวาวโรจน์ราวกับเสือดาวที่จ้องมองเหยื่อในกำมือ
"แขกเหรอครับ? หึ... คนที่บุกรุกเข้ามาในยามวิกาลอย่างไร้มารยาท ไม่ได้เรียกว่าแขกหรอกครับคุณหนู เขาเรียกว่า 'ผู้บุกรุก' ต่างหาก" สิงหราชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยสักเลือนรางที่ต้นแขนขวา เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะพยายามยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี แต่กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ลมหายใจของเธติดขัด รอรสชาติของความหวาดกลัวและแรงดึงดูดประหลาดตีรวนอยู่ในอกจนปั่นป่วน
"ถอยไปนะ... ฉันมาคุยเรื่องงาน ไม่ได้มาให้คุณคุกคาม" เธอขยับถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้เนื้อแข็ง ด้านหลังไม่มีทางหนีเสียแล้ว
สิงหราชหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่จางๆ กลิ่นเหงื่อไคลจากการทำงานกลางแจ้ง และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าเตะจมูกจนพิมพ์มาดาต้องหลบสายตา มือหนาข้างหนึ่งยันชั้นหนังสือไว้เหนือศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"คุกคามเหรอครับ?" สิงหราชโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะกับแก้มเนียนใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าที่โผล่พ้นปกสูท "ถ้าผมจะคุกคามคุณจริงๆ คุณคิดว่าตอนนี้คุณจะมีแรงมายืนเถียงผมฉอดๆ แบบนี้เหรอครับ คุณหนูตัวสำอาง"
"คุณ... คุณมันหยาบคาย!" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นตักตวงอากาศหายใจ พร้อมกับใช้ฝ่ามือเรียวผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรง แต่ทว่า... ร่างของสิงหราชกลับมั่นคงราวกับภูเขาหินผา เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วตรึงไว้เหนือหัวด้วยแรงมหาศาล
"ปล่อยฉันนะ! บอกให้ปล่อยไง!" เธอร้องประท้วง หน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างกายแนบชิดติดกับแผงอกร้อนระอุของเขาจนรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." สิงหราชกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ สายตาดุดันกวาดมองริมฝีปากที่สั่นระริกนั้นด้วยความกระหายใคร่รู้ "ดูซิว่าถ้าริมฝีปากคู่นี้ไม่ได้ใช้ไว้พูดจาอวดดี มันจะยังดื้อกับผมได้อีกไหม"
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาประทับริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงบนเรียวปากของเธออย่างไร้ความปรานี
สัมผัสแรกคือความดุดันและเอาแต่ใจ สิงหราชบดขยี้เรียวปากนุ่มนวลของเธอด้วยความโหยหาและอารมณ์ดิบเถื่อนที่สะสมมานาน พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันแน่นพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขา1ข้างกลับบีบกรามมนของเธอไว้บังคับให้รับรสจูบอันเร่าร้อนนี้อย่างจำยอม
ลิ้นร้อนล้ำลึกแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของแอลกอฮอล์จางๆ ผสมผสานกับความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทำให้แข้งขาของพิมพ์มาดาอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูก ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด แรงต่อต้านในกายมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าขึ้นจากสัญชาตญาณลึกซึ้ง
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เลื่อนต่ำลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ฝ่ามือใหญ่วางทาบทราบลงบนแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้า โอบอุ้มและบีบเคล้นเบาๆ จนร่างบางสะท้านเฮือก เธอลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของสิงหราชในยามนี้มืดสนิท เต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้
และในวินาทีที่พิมพ์มาดากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับรสสัมผัสอันป่าเถื่อนแต่เปี่ยมเสน่หาของเขา เสียงเคาะประตูดังรัวติดต่อกันสามครั้งก็ทำลายมนต์สะกดนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับที่แปลงอ้อยโซนสาม..." เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามาผ่านบานประตู
สิงหราชผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาคมปลาบยังคงจดจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อชุ่มฉ่ำของหญิงสาว เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดจนร้อนผ่าว
"เกมมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... ไว้เรามาต่อกันให้จบ บนเตียงของผม"
พูดจบ สิงหราชก็ปล่อยข้อมือเธอเป็นอิสระ เขาก้าวถอยหลัง ปรับสีหน้าและเสื้อผ้าให้กลับมาเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินไปเปิดประตูห้องออกไปทิ้งให้พิมพ์มาดายืนหอบหายใจโยนตัวสั่นเทาอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงาน
ทว่า... ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะปิดสนิทลง ร่างเงาสูงโปร่งอีกร่างหนึ่งที่ยืนรออยู่หน้าห้องก็ก้าวสวนเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น และคำพูดที่ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาดิ่งวูบลงสู่เหวลึก
"สวัสดีครับคุณหนู... ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคนที่นี่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ•ตอนที่ 2
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!