ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ•ตอนที่ 1

กลิ่นดินและเสียงปืน

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ระดับแปดสูบ ดังสะท้านสะเทือนผืนดินแห้งแล้งของอาณาจักรไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตา ล้อออฟโรดคันโตบดขยี้ก้อนกรวดและฝุ่นแดงตลบอบอวล ราวกับจะประกาศศักดาให้ผู้มาเยือนรู้สำนึกว่า ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนแห่งความวิไลของเมืองหลวง แต่เป็นอาณาจักรที่ถูกปกครองด้วยกฎดิบเถื่อนของ "สิงหราช" พิมพ์มาดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บแปลบที่เรียวปากไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความชาหนึบในอก เธอเป็นถึงรองประธานบริษัทส่งออกน้ำตาลยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะล้มละลาย แต่กลับถูกส่งมาเป็นเบี้ยตัวสุดท้ายเพื่อเจรจายอมความกับเจ้าพ่อไร่อ้อยผู้ทรงอิทธิพล สภาพแวดล้อมรอบตัวตอนนี้มีเพียงกลิ่นไอของไร่อ้อยที่ถูกเผาเตรียมไถกลบ กลิ่นดินแห้งกรัง และกลิ่นคาวน้ำมันเครื่องที่ลอยละลิ่วปะทะจมูก รถยนต์ยุโรปสีดำสนิทจอดสนิทลงที่หน้าเรือนพักไม้สักทองหลังใหญ่ ทว่ารอบกายกลับไร้ซึ่งการต้อนรับ มีเพียงสายตาของบรรดาคนงานนับสิบชีวิตที่จ้องมองมายังเธอดุจฝูงหมาป่ากำลังเล็งเหยื่อกลางทุ่งกว้าง ทุกย่างก้าวที่พิมพ์มาดาก้าวลงจากรถ ส้นสูงปรี๊ดของเธอย่ำลงบนพื้นดินลูกรังอย่างไม่ยอมแพ้ แม้เม็ดเหงื่อจะซึมตามไรผมและแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูทราคาแพง "คิดว่าก้าวขาลงมาจากรถหรูแล้วแผ่นดินตรงนี้จะสั่นไหวตามแรงเกือกของเธอหรือไง คุณหนูตระกูลวณิชกุล" เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากระเบียงชั้นสอง สิงหราชยืนกอดอกพิงเสาไม้เนื้อแข็ง สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องร่างระหงของหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเป็นมิตร มีแต่ความเหยียดหยาม เย็นชา และแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่ทำให้ขนลุกเกรียวอย่างน่าประหลาด พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอยืดอกขึ้น เชิดคางรั้นขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตระกูลที่กำลังจะแหลกสลาย "ฉันไม่ได้มาเพื่อเดินแบบให้คุณชม ฉันมาเพื่อพูดเรื่องสัญญาที่พ่อของคุณเคยให้ไว้กับตระกูลของฉัน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังไม่แพ้กัน แม้เรียวขาจะสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ สิงหราชแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เขากวาดสายตามองความอวดดีบนใบหน้าสวยคมของเธอ ไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหง และหยุดนิ่งอยู่ที่เนินอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจเข้าออกอย่างแรง ผู้หญิงคนนี้ช่างแตกต่างจากบรรดาผู้หญิงในเมืองกรุงที่เคยผ่านมา พวกเธอมักจะอ่อนปวกเปียกและพร้อมจะสยบแทบเท้าเขา แต่ผู้หญิงคนนี้... มีแววตาของลูกแมวป่าที่พร้อมจะข่วนมือคนที่เข้ามาแตะต้อง ชั่วพริบตาเดียว ร่างสูงใหญ่ของสิงหราชก็หายลับไปจากระเบียง ก่อนที่ประตูด้านล่างจะถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดาราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างกลิ่นแดด กลิ่นบุหรี่ราคาแพง และกลิ่นอายบุรุษเพศ พุ่งเข้าโอบล้อมร่างของเธอจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์มาดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งแต่กลับชนเข้ากับเสาเรือนพอดี ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรดอยู่เหนือซอกคอขาวผ่อง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายจนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น "สัญญาอะไรกันวะ..." สิงหราชโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นต่ำพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ที่นี่ไม่มีสัญญาบ้าบออะไรทั้งนั้น มีแต่ 'กฎ' ของฉัน... ถ้าเธออยากได้สิ่งที่พ่อเธอต้องการ เธอก็ต้องแลกด้วยสิ่งที่ฉันต้องการเหมือนกัน" นิ้วแกร่งหยาบกร้านดั่งคนงานไร่ เอื้อมขึ้นมาบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสและสายตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาอันป่าเถื่อน แรงบีบนั้นไม่เบามือเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับสร้างความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยอย่างน่าละอาย พิมพ์มาดารู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนที่ไม่อาจควบคุมเมื่อผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดนผิวของเธอ "ปล่อยฉันนะ... คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!" เธอพยายามเบือนหน้าหนีและปัดมือหยาบนั้นออก แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับอดีตนักโทษและเจ้าพ่อไร่อ้อยผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชน สิงหราชไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับยิ่งออกแรงรั้งเอวบางเข้ามาชิดแนบกาย จนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับความนุ่มหยุ่นของเธอ เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยความหิวกระหาย "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ... ลองก้าวเข้ามาในอาณาจักรของฉันแล้ว ดูซิว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่จะต้องคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากฉัน" ในจังหวะที่หัวใจของพิมพ์มาดากำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำและพยายามจะอ้าปากโต้เถียง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทก็วิ่งกระหựมเข้ามาด้านหลังพร้อมกับตะโกนเสียงหลง "นายครับ! แย่แล้วครับ... ทางฝั่งโกดังเก็บน้ำตาลทิศเหนือ มีคนลอบวางเพลิง!" ดวงตาคมกริบของสิงหราชไหววูบไปชั่วขณะ รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาทันที เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ยังคงหายใจหอบกระชั้นด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมที่ข้างหูของเธอ "เกมมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... อย่าเพิ่งรีบตายเสียล่ะ คุณหนู" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่หุบเหวแห่งเสน่หาครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพสุธา กับคุณหนูผู้ท้าทายอาณัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%