ปลายมีดเหล็กกล้าคมกริบจ่อแนบชิดอยู่กับผิวเนื้อลำคอระหงของหลินฟางเซียน เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผมของนาง แม้ความตายจะทอดเงาทะมึนอยู่เบื้องหน้า ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายระยับดั่งผืนน้ำนิ่งสงบที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง
"ฮองเฮามีรับสั่งให้ปลิดชีพกบฏผู้เป็นกบฏต่อแผ่นดิน... เหตุใดไต้ซือหรือแม่ทัพฉี ถึงยังกล้าอาจหาญเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องนางหญิงแพศยาผู้นี้เล่า" เสียงแหลมสูงของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการปลอมดังสะท้อนก้องท้องพระโรงฝ่ายใน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าย่นยับยามที่เขากดคมมีดให้แนบแน่นยิ่งขึ้นจนโลหิตสีชาดซึมไหลหยดลงบนอาภรณ์ปักดิ้นทอง
ฉีจิ้นอ๋องประทับยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า ม่านตาของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพทั่วหล้าหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้าย ทั่วทั้งร่างแผ่ไอสังหารเย็นเยียบออกมาราวกับพญายมที่ก้าวเดินมาจากขุมนรก แม้บาดแผลฉกรรจ์จากการลอบปลงพระชนม์เมื่อคืนวานจะยังคงสร้างความปวดร้าวในทุกคราที่ลมหายใจเข้าออก ทว่าแผ่นหลังของพระองค์ยังคงตั้งตรงดั่งขุนเขา ท่ามกลางวงล้อมของทหารองครักษ์เสื้อแพรนับร้อยที่ชักดาบขึ้นพร้อมประหาร
"หากข้าก้าวเข้าไปอีกเพียงก้าวเดียว... หัวของเจ้าจะมิได้อยู่บนบ่าเป็นครั้งที่สอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของท่านอ๋องดังขึ้น แต่กลับทรงพลังกดดันจนเหล่าทหารผู้ภักดีต่อจางฮองเฮาต่างพากันผะแผ่วถอยหลังไปครึ่งก้าว
บรรยากาศในห้องโถงอับทึบตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ทุกความเคลื่อนไหวถูกตรึงไว้ด้วยเดิมพันแห่งราชบัลลังก์ หลินฟางเซียนเหลือบสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมฝนให้ตนนับแต่เกิดเรื่อง นางลอบสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ถึงกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายอันคุ้นเคยของบุรุษผู้นี้
*ฉีจิ้นอ๋อง... พระองค์ทรงโง่เขลานัก เหตุใดจึงยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นข้า*
ความคิดนั้นหมุนวนอยู่ในห้วงคำนึง ร่างบางตัดสินใจแล้ว หากความลับเรื่องตำรับยาถอนพิษตระกูลหลินต้องตายไปพร้อมกับนาง อย่างน้อยชีวิตของฉีจิ้นอ๋องผู้เป็นหมากตัวสำคัญในการล้างแค้นตระกูลจางจะต้องรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชในคืนนี้
นางขยับริมฝีปากแห้งผากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำทำลายความเงียบงัน
"ช้าก่อน... ใต้เท้า"
สุ้มเสียงแหบพร่าแต่มั่นคงดังกังวานขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ขันทีเฒ่าชะงักมือที่กำลังจะกดปลายมีดลงลึกกว่าเดิม ดวงตาหรี่มองสตรีในอาณัติด้วยความฉงน
หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้น สบตากับขันทีเฒ่าอย่างไร้ความหวั่นเกรง รอยยิ้มบางเบาเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของแพทย์หญิงผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินไว้ในกำมือ "ท่านตามหา 'บันทึกมรดกโลหิต' ของสกุลหลินมิใช่หรือ... บันทึกที่จางฮองเฮาหมายปองอยากได้มาครอบครองนักหนา เพื่อใช้ควบคุมคลังสมบัติและกองกำลังลับสามมณฑล"
ขันทีเฒ่าตาโตวาววับด้วยความโลภ ท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา "เจ้า... เจ้ารู้ที่ซ่อนของมันอย่างนั้นหรือ!"
"ข้ารู้ดียิ่งกว่าผู้ใด... เพราะมันถูกจารึกไว้ในความทรงจำของข้าทุกตัวอักษร" หลินฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกถ้อยคำกลับทรงพลังดึงดูดสติของทุกคนในที่นั้นให้จดจ่ออยู่กับนาง "หากท่านต้องการมัน เพื่อนำไปถวายฮองเฮาเป็นเครื่องบรรณาการชิ้นเอก... ท่านก็จงปล่อยท่านอ๋องเสีย แลลากคอข้าไปยังตำหนักในแต่เพียงผู้เดียว"
"ฟางเซียน!" ฉีจิ้นอ๋องหันขวับมามองนางทันที ดวงเนตรคมกلاวฉายแววดุดันและเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้! นี่คือคำสั่ง!"
นี่เป็นครั้งแรกที่พระองค์ใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวเช่นนี้กับนาง แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุดันเพราะความโกรธเกรี้ยว หากแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่สตรีในดวงใจกำลังจะเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตายด้วยความสมัครใจ
หลินฟางเซียนหันไปสบตาพระองค์ นัยน์ตาสีรัตติกาลของนางฉายแววอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นตามเดิม นางส่งยิ้มบางเบาให้เขา—รอยยิ้มที่เปรียบเสมือนคำอำลาอันเงียบงัน
"หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์หญิงต้อยต่ำ ไยท่านอ๋องต้องทรงเอาพระวรกายอันมีค่ามาแลกกับชีวิตของหม่อมฉันด้วยเล่าเพคะ... การเสียสละครั้งนี้ หากทำให้แผ่นดินสงบสุขและท่านอ๋องปลอดภัย นับว่าคุ้มค่าแล้ว" นางเอ่ยพاطออกมาอย่างฉาดฉาน ทว่าในใจกลับเจ็บแปล๊บราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
ขันทีเฒ่ายิ้มเหยเกด้วยความพึงพอใจ มันส่งสัญญาณมือให้ทหารองครักษ์ผละออกจากฉีจิ้นอ๋องส่วนหนึ่งเพื่อเข้ามารวบตัวหลินฟางเซียนไว้ "เป็นสตรีที่ฉลาดและรู้จักเจรจานัก... เช่นนั้น เชิญเสด็จไปกับข้าแต่โดยดีเถิด พระชายาผู้เสียสละ!"
ทว่า ในวินาทีที่คมดาบถูกผละออกจากลำคอของนางเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการจับกุม ฉีจิ้นอ๋องที่ยืนนิ่งราคาราวกับรูปปั้นหินก็ขยับพระองค์!
ความเร็วของยอดฝีมือผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนนั้นเหนือจินตนาการ ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานราวกับพยัคฆ์ร้ายขย้ำเหยื่อ ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่ลำคอของขันทีเฒ่าด้วยแรงทั้งหมดที่มีในชั่วพริบตาเดียว!
*กร๊อบ!*
เสียงกระดูกลำคอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ขันทีเฒ่ายังไม่ทันได้กรีดร้อง ดวงตาก็เบิกค้างด้วยความตกตะลึง ร่างไร้วิญญาณทรุดฮวบลงแทบเท้าของฉีจิ้นอ๋อง เลือดสีดำไหลทะลักออกจากมุมปาก
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในทันที ทหารองครักษ์เสื้อแพรต่างชักดาบพุ่งเข้าใส่ฉีจิ้นอ๋องด้วยความตกใจกลัว ทว่าท่านอ๋องกลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ทรงดึงร่างของหลินฟางเซียนเข้าสู่อ้อมพระกรอันอบอุ่นและแข็งแกร่งในคราเดียว พระองค์ทรงใช้พระวรกายบังกระสุนลับและคมดาบที่พุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศ พร้อมกับตวัดกระบี่ประจำพระองค์ออกไปราวกับสายฟ้าฟาดในความมืด
"ใครกล้าแตะต้องนาง... จงก้าวข้ามศพเราไปก่อน!" เสียงคำรามก้องดั่งราชสีห์คำรามสะท้อนก้องตำหนัก เลือดสีชาดสาดกระเซ็นไปทั่วผืนพรมปักลายหงส์ สัญชาตญาณนักรบและแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องสตรีในอ้อมแขนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สร้างภาพลักษณ์ของทรราชผู้ไร้พ่ายที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
หลินฟางเซียนซบหน้าลงกับอกเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยกลิ่นเลือดและเหงื่อของพระองค์ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความเย็นชาและกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตนเองมาตลอด พังทลายลงในอ้อมกอดนี้เอง
ยามที่สถานการณ์ในท้องพระโรงกำลังขับขันและหยาดโลหิตนองพื้น ทันใดนั้นเอง... เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุกโปร่งแสงที่กั้นระหว่างตำหนักใน
"ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งและน่าประทับใจยิ่งนัก... เสด็จอาผู้ห้าวหาญ"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังวาบหวิวเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทอง จางฮองเฮาก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของม่านมุก ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ทว่าในพระเนตรกลับเต็มไปด้วยความริษยาและจิตสังหารที่แทบจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
ไม่เพียงเท่านั้น ด้านหลังของฮองเฮายังมีเงาร่างของแม่ทัพผู้หนึ่งก้าวตามออกมา—บุคคลที่ควรจะนำทัพไปรักษาการณ์ชายแดนตะวันตกตามพระราชโองการ ทว่าบัดนี้กลับยืนถือตราประทับทัพหลวงอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับกองกำลังทหารนับหมื่นที่ปิดล้อมตำหนักชั้นในไว้จนหมดสิ้นทางหนีทีไล่!
ฉีจิ้นอ๋องหยุดชะงัก พระเนตรคมกริบหรี่ลงเมื่อทอดพระเนตรเห็นใบหน้าของผู้ที่ทรยศหักหลังในยามวิกฤตนี้
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันเชี่ยวกรากนี้เคียงข้างกันนะครับ พงศาวดารมีชีวิต
รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 22
เสียงที่เอ่ยออกมา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!