รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 18

อ้อมกอดที่ปกป้อง

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
คมดาบเหล็กกล้าสะท้อนแสงจันทร์สีครามจนเกิดประกายวาบวับบาดตา ความเงียบงันในห้องหนังสือลับของตำหนักบูรพาถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบนายกรูเข้ามาปิดล้อมทุกช่องทางออกอย่างไร้ทางหนีทีไล่ เงาดำทะมึนของคมดาบที่พาดผ่านผนังกระดาษสาช่วยขับเน้นบรรยากาศให้บีบคั้นราวกับกรงขังมรณะ "หลบไป!" เสียงกระซิบอันแหบพร่าแต่เฉียบขาดดังขึ้นชิดริมหู หลินฟางเซียนยังไม่ทันได้ขยับตัว ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทก็พุ่งเข้ามายืนบังเบื้องหน้านางไว้จนมิด ฉีจิ้นอ๋องมิได้ใช้เพียงแค่วาจาเป็นเกราะคุ้มภัย ทว่าเขากางแขนออกปกป้องสตรีเบื้องหลังด้วยร่างกายของตนเองอย่างไม่ลังเล ทหารองครักษ์นายหนึ่งหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและประกาศิตแห่งความตาย "พระราชโองการลับจากฮองเฮา... ผู้ใดขัดขวาง ถือเป็นกบฏ มีโทษประหารทั้งโคตร! ลงมือ!" สิ้นเสียงคำสั่ง คมดาบเล่มแรกก็พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นจุดตายบริเวณหัวใจของสตรีผู้กุมความลับอันสั่นคลอนบัลลังก์ *ฉับ!* เสียงเนื้อและอาภรณ์ถูกเฉือนขาดออกจากกันดังสนั่น ทว่ากลับไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากฟางเซียน ทว่ากลับเป็นเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นราวกับกลีบดอกเหมยร่วงหล่นบนพื้นพรมปักลายหงส์ทอง หยดแล้วหยดเล่ารดลงบนรองเท้าหนังปักดิ้นทองของฉีจิ้นอ๋อง คมดาบเล่มนั้นฝังลึกเข้าที่หัวไหล่ขวาของเขาอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้ร่างของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งเซถอยหลังเล็กน้อย ทว่าเขากลับกัดฟันกรอด ไม่ยอมให้ถอยหลังไปแม้แต่ก้าวเดียวเพื่อเปิดช่องให้คมดาบเข้าถึงตัวนางได้ "ท่านอ๋อง!" ฟางเซียนอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งบัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกใจระคนความตื่นตระหนกวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด นี่คือบุรุษผู้ถูกขนานนามว่าเหี้ยมโหด เยชา และไม่เคยแยแสชีวิตผู้ใด... แต่วันนี้ เขากลับยอมเอาเนื้อหนังของตนเองมารับคมดาบแทนนาง สตรีผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยคิดจะกำจัดทิ้งด้วยซ้ำ "เจ้า... ปลอดภัยดีหรือไม่" ฉีจิ้นอ๋องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหอบหายใจ ใบหน้าคมคายเริ่มซีดเผือดลงทีละน้อยเนื่องจากพิษบาดแผลและการเสียเลือด ทว่าแววตาที่มองนางกลับมิได้มีความเจ็บปวดเจืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยอันลึกล้ำที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดื้อรั้นตามนิสัยของเขา "ท่านบ้าไปแล้วหรือไร เหตุใดจึงทำเช่นนี้..." ฟางเซียนกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อของเขาซึ่งบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดอุ่นๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาประจำตัวเขา "เปิ่นหวาง (ข้า) จะยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องเจ้าไม่ได้... แม้แต่เส้นผมเส้นเดียวก็ไม่ได้" เขาเค้นเสียงตอบทีละคำอย่างยากลำบาก นัยน์ตาดำขลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการยืนยันความจริงใจที่หนักแน่นดั่งขุนเขา ท่ามกลางวงล้อมของคมดาบศัตรูที่กำลังขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ บรรยากาศในห้องหนังสืออวลไปด้วยไอความตายและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมิได้ถูกถักทอด้วยคำหวานซาบซึ้ง หากแต่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความเป็นความตายที่แลกมาด้วยหยาดโลหิต ฟางเซียนนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยปิดตายและถูกแช่แข็งด้วยความแค้นในอดีต บัดนี้กลับถูกความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่กางกั้นนางไว้ละลายลงทีละน้อย ทหารองครักษ์เห็นท่านอ๋องบาดเจ็บก็ยิ่งได้ใจ เงื้อดาบเตรียมซัดดาบชุดที่สองเข้าไปหมายปลิดชีพทั้งคู่ในคราวเดียว "ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่เงา!" ฉีจิ้นอ๋องแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน แม้บาดแผลจะฉกรรจ์เพียงใด แต่รัศมีอำนาจและจิตสังหารของแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับร้อยครั้งมิได้ลดน้อยลงเลย มือซ้ายของเขาตวัดกระบี่ประจำกายออกจากฝักอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ แสงกระบี่วาดผ่านความมืดเป็นวงโค้ง งดงามทว่าเหี้ยมเกรียม *ฉับพลัน!* ศีรษะของหัวหน้าหน่วยองครักษ์หลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนผนังห้อง สร้างความตื่นตระหนกให้กับทหารที่เหลือจนต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว "ใครกล้าก้าวเข้ามาอีก ก้าวเดียว... คือความตาย" ฉีจิ้นอ๋องประกาศกร้าว น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ทำให้ทหารที่เหลือไม่กล้าขยับเขยื้อn ในวินาทีที่สถานการณ์ดูเหมือนจะคลี่คลายลงชั่วขณะ ฟางเซียนรีบดึงชายเสื้อของตนเองออกมาฉีกเป็นแถบยาวอย่างคล่องแคล่ว นางก้าวเข้าไปประชิดตัวฉีจิ้นอ๋องอย่างไร้ความลังเล กลิ่นกายหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนลอยแตะจมูกเขา ท่ามกลางกลิ่นเลือดอันคาวคลุ้ง นางใช้มือข้างหนึ่งประคองแผ่นหลังกว้างของเขาไว้ อีกมือหนึ่งกดแผลที่หัวไหล่อย่างแม่นยำเพื่อห้ามเลือด การสัมผัสที่แนบชิดและอ่อนโยนนี้ทำให้ฉีจิ้นอ๋องถึงกับชะงัก ร่างกายที่เคยเกร็งเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลงภายใต้การปรนนิบัติของนาง "อย่าขยับ..." นางกระซิบเสียงเบาข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นๆ รดริน1ผิวแก้มของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดกลับเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ทว่า ในขณะที่ฟางเซียนกำลังก้มหน้าก้มตาพันแผลให้อย่างตั้งใจนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ขอบหน้าต่างด้านนอก... เงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทกำลังง้างคันธนู ปลายลูกศรอาบยาพิษสีม่วงเข้มเล็งตรงมาที่กลางหลังของฉีจิ้นอ๋องอย่างเงียบเชียบ ไร้สุ้มเสียง ฟางเซียนเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและห้วงคำนึงถึงความปลอดภัยของบุรุษเบื้องหน้าปะทะกันในเสี้ยววินาที นางไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดหาเหตุผล นางพุ่งเข้าโอบกอดร่างของฉีจิ้นอ๋องไว้แน่น พร้อมกับหมุนตัวสลับตำแหน่งให้แผ่นหลังของตนเองมารับทิศทางของลูกศรแทน! *ฉึบ!* เสียงลูกศรแหวกอากาศปะทะเข้ากับเนื้อผ้าและผิวหนังดังขึ้นเบาๆ ทว่าสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ฉีจิ้นอ๋องที่เพิ่งตั้งสติได้ก้มลงมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด เมื่อเห็นว่าแผ่นหลังของฟางเซียนมีลูกศรปักอยู่ และเลือดสีดำคล้ำเริ่มซึมเปื้อนอาภรณ์สีขาวของนางอย่างรวดเร็ว "ฟางเซียน!" เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและเกรี้ยวกราดดังลั่นห้อง น้ำเสียงของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่สั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ฟางเซียนแย้มรอยยิ้มจางๆ ออกมาที่มุมปาก ใบซีดเซียวลงเล็กน้อยจากพิษร้ายที่เริ่มลุกลาม นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตายังคงนิ่งสงบดั่งผืนน้ำในยามวิกาล ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ท่านอ๋อง... เรา... เสมอกันแล้วนะครับ" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของนางก็อ่อนปวกเปียกและทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง และก่อนที่สติของนางจะดับวูบลง ประตูห้องหนังสือด้านนอกก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีผู้หนึ่งที่ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือ พร้อมเอื้อnวาจาด้วยเสียงอันแหลมสูงที่ทำลายความเงียบทั้งหมดลง... "ราชโองการลับจากฮองเฮา... ให้สำเร็จโทษหลินฟางเซียน ณ บัดนี้!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันเชี่ยวกรากนี้เคียงข้างกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%