รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 12

ยาพิษในถ้วยทอง

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
เสียงก้านหยกกระทบขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าในตำหนักโหย่วฝูยามวิกาลอันเงียบสงัดนี้ เสียงนั้นกลับคมกริบราวกับเสียงสะท้อนจากคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก หลินฟางเซียนยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเครื่องหอม แสงไฟจากตะเกียงสำริดรูปหงส์ขับเน้นใบหน้างามให้ดูคล้ายสลักขึ้นจากหยกขาวเนื้อดี ทว่าดวงตากลับพินิจพิเคราะห์ขวดกระเบื้องจิ๋วในมือด้วยความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งในเหมันตฤดู ปลายเล็บที่ทาด้วยสีชาดอ่อนกดลงบนฝาจุกอย่างมั่นคง ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความลังเล สตรีผู้นี้มิได้มาเพื่อขอความเมตตา แต่นางมาเพื่อทวงคืนบัญชีแค้นที่ฝังรากลึกในสุสานตระกูลหลินเมื่อหลายปีก่อน "ฮองเฮาทรงโปรดเครื่องหอมกลิ่นดอกมู่หลานเป็นพิเศษในยามดึกสินะเพคะ" เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดังขึ้นจากนางกำนัลคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู หลินฟางเซียนมิได้หันกลับไปมอง นางเพียงปรายหางตาไปยังถ้วยชาสมุนไพรสีอำพันเข้มที่ตั้งอยู่บนถาดทองคำตอกลายวิจิตร ถ้วยนั้นคือเครื่องบรรณาการจากตำหนักใน สูงส่ง ไร้ที่ติ และกำลังรอคอยการเติมเต็มครั้งสุดท้าย นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนเปิดฝาขวดกระเบื้องออกอย่างเงียบเชียบ ละอองผงสีขาวบริสุทธิ์ดุจเกล็ดหิมะโปรยปรายลงสู่ของเหลวร้อนระอุภายในถ้วยชา ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น และไม่มีร่องรอย ไร้ซึ่งพิษภัยใดๆ ให้สังเกตได้ด้วยตาเปล่า แต่นี่คือ 'ผงสลายวิญญาณ' ยาพิษโบราณจากแดนประจิมที่ไร้รสชาติ ผู้ใดได้ลิ้มลองแม้เพียงหยดเดียว เส้นโลหิตทั่วร่างจะค่อยๆ แข็งค้าง และสิ้นใจอย่างสงบภายในยามสาม ราวกับหลับใหลไปชั่วนิรันดร์โดยปราศจากร่องรอยการถูกลอบปลงพระชนม์ "ความแค้นของตระกูลหลิน สมควรได้รับการชำระด้วยความเงียบสงบเช่นนี้แหละนะ" หลินฟางเซียนรำพึงกับตนเองในใจ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ ฉับพลันนั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตก็ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง รอยเลือดที่นองท่วมเรือนพัก เสียงกรีดร้องของมารดา และแววตาเยาะเย้ยของจางฮองเฮาจากบัลลังก์สูงส่ง ทุกสิ่งหลอมรวมเป็นแรงผลักดันให้ปลายนิ้วที่ถือขวดิยาพิษนิ่งสนิทอย่างไร้ความหวาดหวั่น นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ถาดทองคำ ช้อนเงินขนาดเล็กถูกใช้คนของเหลวในถ้วยให้เข้ากันอย่างนุ่มนวล ราวกับนางกำลังปรุงชาถ้วยโปรดให้แก่สหายสนิท มิใช่การตระเตรียมความตายให้แก่สตรีผู้มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายหลัง "ฟางเซียน... เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าหมากตาเดินนี้จะไม่ย้อนกลับมาแว้งกัดเจ้า" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของเสาไม้จันทน์หอม หลินฟางเซียนสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนจะบังคับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ นางไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด ฉีจิ้นอ๋อง... บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ผู้เย่อหยิ่งและดุร้าย ยามนี้เขากลับก้าวออกมาจากเงามืดด้วยก้าวเท้าอันเงียบเชียบ ชุดคลุมสีดำปักลายมังกรทองกลมกลืนไปกับรัตติกาล ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์นางราวกับเสือดาวที่กำลังมองเหยื่ออันน่าหลงใหล "ท่านอ๋องทรงลักลอบเข้าตำหนักฮองเฮายามวิกาล หากมีผู้ใดพบเห็น เกรงว่าราชสำนักคงได้มีเรื่องให้สนทนากันอีกยาวนานนะเพคะ" หลินฟางเซียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ร่างบางมิได้ถอยหนีแม้แต่น้อยเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ และกลิ่นอายสนิมเหล็กจากสนามรบที่ติดตัวเขามา ฉีจิ้นอ๋องยื่นมือหนาออกมาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ แรบกดเพียงเล็กน้อยทำให้ขวดกระเบื้องในมือเกือบหลุดร่วง ดวงตาคมกริบกวาดมองถ้วยชาบนถาดทองคำสลับกับใบหน้างามที่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้อย่างแนบเนียน "เจ้ากล้าหาญยิ่งนัก หลินฟางเซียน" ฉีจิ้นอ๋องเอ่ยเสียงกระซิบชิดริมหีบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มขาวนวล "กล้าเล่นกับไฟกองใหญ่ในวังหลวงโดยไม่เกรงกลัวว่าตนเองจะมอดไหม้เป็นจุล" "ไฟกองนี้มิได้เผาแค่หม่อมฉันเพคะ แต่มันแผดเผาผู้ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลหลินมานานนับปี หากท่านอ๋องทรงคิดจะขัดขวาง ก็เชิญลงทัณฑ์หม่อมฉันได้ตามประสงค์" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แววตาแข็งกร้าวคู่นั้นสะท้อนความดื้อรั้นที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยยอมสยบให้ผู้ใดถึงกับกระตุกวูบ ฉีจิ้นอ๋องมิได้โกรธเคือง ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ สตรีในใต้หล้ามีมากมายนับพันนาง บ้างอ่อนหวานดั่งสายน้ำ บ้างงดงามดั่งบุปผา แต่นาง... สตรีผู้ถือถ้วยยาพิษในมือคู่นี้ กลับงดงามดั่งคมดาบอาบยาพิษ ยิ่งอันตราย ยิ่งน่าค้นหา และยิ่งทำให้เขาปรารถนาที่จะครอบครองทุกลมหายใจ "ข้าไม่ขัดขวางเจ้าหรอรอก..." มือหนาเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มนวลของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์อันตรายรอบตัว "แต่หากเจ้าจะลงมือแล้ว ไฉนเลยจึงไม่ทำให้มันงดงามกว่านี้เล่า" ก่อนที่หลินฟางเซียนจะทันได้เอ่ยถามความหมาย เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมเสียงขันทรีของขันทีหน้าตำหนักก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงัน "ฮองเฮาเสด็จ—!" หัวใจของนางกำนัลหน้าซีดเผือดลงทันที หลินฟางเซียนหันกลับไปมองถ้วยชาบนถาดทองคำด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว นางยื่นมือออกไปหมายจะยกถาดขึ้นเพื่อนำไปวางไว้บนโต๊ะเสวยของฮองเฮา ทว่าฉีจิ้นอ๋องกลับรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างทั้งสองหลบเข้าสู่หลังม่านปักลายสกุลจางอย่างแนบเนียนในเสี้ยววินาทีที่บานประตูตำหนักถูกผลักออกด้วยแรงลม แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง จางฮองเฮาในฉลองพระองค์ชุดสีทองอร่ามประดับไข่มุกราตรีเสด็จเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ทว่าพระพักตร์กลับฉายแววเหนื่อยล้าจากการว่าราชการในท้องพระโรงยาวนาน นางทรลงกายประทับลงบนตั่งนกกระเรียนทองคำอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะกวาดพระเนตรคมปลาบไปยังโต๊ะเสวยเบื้องหน้า "ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันจัดเตรียมชาสมุนไพรบำรุงพระวรกายถ่วงถวายตามรับสั่งแล้วเพคะ" นางกำนัลสนิทรีบก้าวเข้าไปคุกเข่าหมอบกราบ พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่ถาดทองคำเพื่อยกถ้วยชาถวาย ในมุมมืดหลังม่าน หลินฟางเซียนกลั้นหายใจ ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ สายตาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวเบื้องหน้าด้วยสติที่จดจ่อถึงขีดสุด ขณะที่ฉีจิ้นอ๋องยังคงโอบกอดร่างนางไว้แนบอก ไออุ่นจากกายแกร่งซึมผ่านเนื้อผ้า ทว่าสติสัมปชัญญะของทั้งคู่กลับแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย นางกำนัลยกถ้วยชาสีอำพันขึ้นมาจรดริมฝีปากเพื่อทดสอบพิษตามธรรมเนียมโบราณ ทว่าจู่ๆ จางฮองเฮาก็ตรรัสขึ้นด้วยพระสุรเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "ช้าก่อน... เปิ่นกงเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้เปิ่นกงอยากดื่มสุราหมักดอกกุหลาบที่เจ้านำมาจากแคว้นใต้เมื่อวันก่อน จงนำถ้วยชานี้ไปเททิ้งเสีย แล้วรินสุมาให้เปิ่นกงแทน" หัวใจของหลินฟางเซียนกระตุกวาบขึ้นมาทันที ทว่าก่อนที่นางกำนัลจะทันได้ขยับตัวทำตามรับสั่ง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดขององครักษ์หลวงอีกคนก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับรายงานเสียงสั่นเทาที่ทำให้บรรยากาศภายในตำหนักเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด "กราบทูลฮองเฮา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! แม่ทัพ... แม่ทัพใหญ่ฉีจิ้นอ๋องถูกพบว่ากำลังเข้าเฝ้าลับองค์รัชทายตำหนักบูรพา และบัดนี้... องค์ชายสามกำลังเสด็จมายังตำหนักโหย่วฝูแห่งนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ดวงตาของจางฮองเฮาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่ฉีจิ้นอ๋องซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังม่านกับหลินฟางเซียนกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น ในขณะที่ถ้วยชาผสมพิษร้ายยังคงวางตั้งอยู่บนโต๊ะ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ผู้ที่จะต้องดื่มมันในวินาทีต่อมา หาใช่ฮองเฮาไม่! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันซับซ้อนนี้มาด้วยกันนะครับ พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%