สนับเข่าสีทองประดับหยกหม่นกระแทกลงบนพื้นศิลาขัดมันดัง *กึก* สนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักบูรพา กลิ่นอายของกำยานไม้กฤษณาที่เคยหอมหวล บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายความหวาดระแวงและคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากห้องคุมขังใต้ดิน
หลินฟางเซียนยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้สลักลายมังกรห้ากราบ ปลายนิ้วเรียวรีภายتใต้แขนเสื้อกว้างกำลังลูบไล้แผ่นกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งอย่างเชื่องช้า กระดาษแผ่นนั้นมีรอยเปื้อนสีชาและรอยคราบหมึกที่ถูกน้ำตาชะล้างจนเลือนราง ทว่าข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ของแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลิน ผู้เป็นบิดาในนาม ยังคงบาดลึกแทงใจนางราวกับคมมีด
"เจ้า... เอาหลักฐานชิ้นนี้มาจากที่ใด"
เสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจอันสั่นเครือของจางฮองเฮาดังก้องขึ้น พระนางประทับนั่งอยู่บนตั่งทองคำขาว พระพักตร์ที่เคยงดงามหยาดเยิ้มบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาหงส์คู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามทอดพระเนตรแผ่นกระดาษที่สั่นเทาในพระหัตถ์ของขันทีเฒ่า
ฟางเซียนมิได้รีบร้อนทูลตอบ นางเพียงแย้มสรسองประดับริมฝีปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาอู่หลิงในยศเหมันต์ สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบตำหนักที่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของสตรีสูงสุดแห่งแผ่นดิน ก่อนจะหยุดลงที่เครื่องเรือนไม้จันทน์หอมที่สลักเสลาอย่างประณีตบรรจง ภาพเหล่านี้ล้วนซ่อนหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของตระกูลขุนนางนับร้อยที่ถูกฮองเฮาและพวกพ้องเหยียบย่ำเพื่อปูทางสู่บัลลังก์
"ทูลฮองเฮา... ของสิ่งนี้มิได้ลอยมาจากฟ้า และมิได้ถูกขุดพบใต้ซากปรักหักพังของจวนเก่าตระกูลหลินเพคะ" เสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น ทว่ากังวานก้องไปทั่วทุกมุมห้อง "แต่มันถูกเก็บรักษาไว้โดยคนที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัยที่สุด... คนที่พระองค์คิดว่าได้สังหารฝังกลบความลับไปพร้อมกับสายฝนในคืนเมื่อสิบปีก่อนแล้วต่างหาก"
ร่างของจางฮองเฮาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ พระองค์ทรงใช้พระหัตถ์ข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้แน่นจนข้อพระกรขาวซีด ความทรงจำอันมืดมนเมื่อครั้งอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทง พระองค์ทรงจำคืนนั้นได้แม่นยำ คืนที่หิมะโปรยปรายและกลิ่นเลือดคาวคลุ้ง คืนที่ตระกูลหลินถูกปรัก ำว่าคิดกบฏจนต้องโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร พระองค์ทรงคิดว่าได้กวาดล้างพยานหลักฐานทุกชิ้นจนหมดสิ้นแล้ว เหตุใดเงาผีเหล่านี้จึงยังตามมาหลอนหลอกถึงในวังหลวงได้เล่า!
"เจ้าบังอาจนัก... กล้าดีอย่างไรจึงนำเอกสารปลอมแปลงเหล่านี้มากล่าวหาแม่ของแผ่นดิน!" จางฮองเฮาตรรัสเสียงกร้าว แม้พระสุระเสียงจะสั่นพร่าจนสิ้นท่า "ทหาร! ลากตัวนางออกไปโบยให้ตายคา..."
"พระองค์ทรงตรัสคำว่า 'ปลอมแปลง' ได้อย่างเต็มพระโอษฐ์เชียวหรือเพคะ" ฟางเซียนขัดขึ้นทันควันโดยไม่รอให้พระนางตรัสจบ นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นประทับอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฮองเฮาอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีเบื้องสูง "ตราประทับหยกประจำตัวแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ... รอยนิ้วมือประทับโลหิตของเสนาบดีซ่ง... และบัญชีลับการขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พระองค์ทรงลักลอบส่งให้ชนเผ่าทางเหนือเพื่อใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน... สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นรอยจารึกแห่งความโลภที่ต่อให้พระองค์ทรงเผาทำลายสักกี่ครั้ง มันก็ยังคงสลักลึกอยู่บนกระดูกดำของแผ่นดินอยู่ดี!"
บรรยากาศภายในตำหนักดิ่งวูบลงทันที ขันทีและนางกำนัลที่หมอบกราบอยู่กับพื้นต่างตัวสั่นงอนราวกับลูกนกตกน้ำ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่เสียงลมพัดผ่านชายคาด้านนอกยังฟังดูคล้ายเสียงคำรามของพายุใหญ่
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่แกะสลักลายหงส์คู่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาพร้อมกับความเย็นยะเยือกของรัตติกาล ฉีจิ้นอ๋องก้าวพระบาทเข้ามาด้วยรวดเร็วดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อ ฉลองพระองค์ชุดคลุมสีดำปักดิ้นทองสะท้อนแสงคบเพลิงวาววับ พระเนตรคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงแวบเดียว ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวบางของหลินฟางเซียนที่ยืนเผชิญหน้ากับฮองเฮาอย่างองอาจ
"ท่านอ๋อง..." จางฮองเฮาเบิกพระเนตรกว้างราวกับพบฟางเส้นสุดท้ายในยามจมน้ำ พระนางรีบตรรัสฟ้องด้วยความร้อนรน "ฉีจิ้นอ๋อง! หญิงนางนี้สมคบคิดกับกบฏ นำหลักฐานเท็จมาหมิ่นประมาทเรา! พระองค์ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด จงรีบจับตัวนางไปประหารชีวิตเสียเดี๋ยวนี้!"
ฉีจิ้นอ๋องมิได้ชายตาแลพระนางแม้แต่น้อย พระบาทก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลินฟางเซียนอย่างมั่นคง ร่างสูงใหญ่ของพระองค์แผ่รังสีคุกคามจนฮองเฮาต้องถอยร่นไปประทับแนบกับพนักเก้าอี้ พระหัตถ์หนายื่นออกไปฉวยแผ่นกระดาษในมือของฟางเซียนขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกยากหยั่งถึง
"หลักฐานเท็จงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ..." ฉีจิ้นอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเยือกเย็นจนน่ากลัว "แต่น่าเสียดาย... ที่ตราประทับนี้เป็นของจริง และรอยโลหิตนี้... ก็คือโลหิตของเสนาบดีซ่ง ผู้อาญาณอาศัยที่เสด็จแม่ของข้าทรงแต่งตั้งขึ้นมากับมือเมื่อสิบปีก่อนมิใช่หรือ?"
พระพักตร์ของจางฮองเฮาเผือดสีลงทันทีจนขาวโพลนราดกระดาษ พระองค์ทรงอ้าพระโอษฐ์ค้าง คล้ายคำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อตระกูลจางและอำนาจที่พระนางสั่งสมมาตลอดชีวิตกำลังจะพังทลายลงในชั่วพริบตา
ฟางเซียนเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและแผ่นหลังกว้างที่คอยปกป้องนางจากพายุร้ายเบื้องหน้า ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งเกิดระลอกคลื่นไหววอนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่นางไม่มีเวลาให้ลุ่มหลงในห้วงอารมณ์นั้น เพราะศึกในหมากกระดานนี้เพิ่งจะเดินทางมาถึงตาเดินที่อันตรายที่สุด
ฉีจิ้นอ๋องปรายพระเนตรมองฮองเฮาผู้กำลังพ่ายแพ้ ก่อนจะหันมาสบตาหลินฟางเซียนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความลึกล้ำแห่งความแค้นและประกายปรารถนาอันร้อนแรงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง พระองค์ยกมุมโอษฐ์ขึ้นเป็นรอยยิ้มเยርยัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในตำหนักแทบหยุดนิ่ง
"ในเมื่อเอกสารชิ้นนี้เปิดเผยความจริงทั้งหมดแล้ว... ข้าเกรงว่าราชโองการปลดฮองเฮาและกวาดล้างกบฏตระกูลจาง คงต้องถูกประกาศออกไปก่อนที่รุ่งอรุณของวันใหม่จะมาถึงเสียแล้วกระมัง"
สิ้นพระสุระเสียงนั้น ขันทีเฒ่าหน้าซีดเผือดก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะจนพื้นสะเทือน พร้อมกับท่อนไม้ไผ่บรรจุราชโองการลับฉบับใหม่ที่ถูกส่งตรงมาจากตำหนักทรงธรรมในยามวิกาล ซึ่งถูกยื่นถวายต่อหน้าฉีจิ้นอ๋องด้วยมือที่สั่นเทาอย่างรุนแรง
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันซับซ้อนนี้มาด้วยกันนะครับ พงศาวดารมีชีวิต
รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 13
หมากกระดานที่พลิกผัน
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!