รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 6

ความจริงใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมราคาแพงคุกรุ่นอบอวลอยู่ทั่วห้องโถงรับรองเรือนปีกตะวันออก ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกของหลินฟางเซียนได้ นางนั่งหลังตรงอย่างสง่างามบนเก้าอี้ไม้พะยูงแกะสลักลายหงส์ สองมือเรียวบางประสานกันไว้เหนือตัก อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆาลู่ลมเคลื่อนไหวตามจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ ดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ที่แม้เบื้องบนจะไร้ระลอกคลื่น แต่เบื้องล่างกลับเชี่ยวกรากด้วยกระแสธารแห่งการชิงไหวชิงพริบ บนโต๊ะน้ำชาตรงหน้า ปรากฏถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลายครามบรรจุน้ำแกงโสมป่าล้ำค่า ส่งไอควันกรุ่นสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นสู่เบื้องบน "ดื่มเสียสี่ฟางเซียน... ยามนี้อากาศเปลี่ยนฤดู ร่างกายเจ้าจักได้อบอุ่นขึ้น" น้ำเสียงของฮูหยินใหญ่ผู้เย่อหยิ่งและทรงอำนาจแห่งจวนจิ้นอ๋องดังขึ้น รอยแย้มสรวลบนริมฝีปากของนางประดับไว้ด้วยความเมตตาปรานีราวกับมารดาผู้ห่วงใยบุตรในไส้ ทว่าดวงตาหงส์คู่คมกลับทอประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางลอบสังเกตทุกอณูเคลื่อนไหวของอนุสาวผู้เป็นเสี้ยนหนามตำใจมาเนิ่นนาน หลินฟางเซียนมิได้รีบร้อนแตะต้องถ้วยกระเบื้องตรงหน้า นางเพียงช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่าแต่ทว่าทรงพลังจนทำให้ฮูหยินใหญ่เผลอขยับนิ้วมือที่วางบนตักโดยไม่รู้ตัว "ความกรุณาของฮูหยินใหญ่ช่างล้นพ้นจนฟางเซียนมิรู้จะตอบแทนอย่างไร" สุ้มเสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า "เพียงแต่... น้ำแกงถ้วยนี้มีกลิ่นอายของหญ้าเหมันต์พิสุทธิ์เจืออยู่จางๆ หาใช่โสมป่าธรรมดาไม่" บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันch คณะสาวใช้และบ่าวรับประทานที่ยืนหมอบอยู่รายรอบต่างก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความหวาดกลัว ฮูหยินใหญ่หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงที่ถูกมองออกอย่างรวดเร็วเกินคาด "เจ้า... สามหาม! ข้าหวังดีตักเตือนด้วยความห่วงใย ไฉนจึงกล่าวหาว่าในน้ำแกงมีพิษ!" "ฟางเซียนมิเคยกล่าวคำว่า 'พิษ' ออกมาจากปากสักคำ... เหตุใดฮูหยินใหญ่จึงร้อนรนจนออกหน้าเช่นนี้เล่าเพคะ?" ฟางเซียนเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาดำขลับสะท้อนภาพใบหน้าบิดเบี้ยวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน "หญ้าเหมันต์พิสุทธิ์ หากใช้ในปริมาณที่พอเหมาะย่อมเป็นยาบำรุงโลหิตชั้นยอด แต่หากนำมาผสมกับเกสรดอกเหมยแดงที่ข้าเพิ่งดื่มเข้าไปเมื่อยามอู่... มันจะกลายเป็นฤทธิ์สลายกำลังภายในและทำให้สตรีตั้งครรภ์สูญสิ้นทายาทในครรภ์ทันที ช่างเป็นโอสถบำรุงที่... 'ล้ำลึก' ยิ่งนัก" เพล้ง! ถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงในมือของฮูหยินใหญ่สั่นสะท้านจนแทบหลุดมือ โชคดีที่สาวคนสนิทเข้ามาประคองไว้ได้ทัน มิฉะนั้นมันคงแตกกระจายอยู่บนพื้นหินขัด ฮูหยินใหญ่หน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นและตกใจ แผนการที่นางวางแผนตระเตรียมอย่างรอบคอบมาแรมเดือน ใช้ทั้งเงินทองและเส้นสายในวังหลังเพื่อซื้อตัวบ่าวไพร่ให้แอบใส่ยาพิษไร้ลักษณ์ กลับถูกตีแผ่ออกมากลางแสงตะวันด้วยคำพูดไม่กี่ประโยคของสตรีที่นางดูแคลนมาตลอด "เจ้า... เจ้ามันปีศาจ!" ฮูหยินใหญ่คำรามลอดไรฟันด้วยความเหลืออด ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ในจวนนี้ ข้าคือฟ้า! ข้าคือผู้กุมกฎระเบียบ! แม้เจ้าจักเป็นอนุที่ท่านอ๋องทรงโปรดปราน แต่เจ้าก็เป็นเพียงหญิงไร้หัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงมาปรักปรำข้าผู้เป็นฮูหยินเอก!" "กฎระเบียบหรือเพคะ?" หลินฟางเซียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าสง่างามดั่งนางพญาหาใช่ อนุสาวผู้ต่ำต้อย นางก้าวเข้าไปใกล้ฮูหยินใหญทีละก้าว กลิ่นอายกดดันอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวบางจนฮูหยินใหญ่ต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "กฎของแคว้น หรือกฎของจวนอ๋อง ล้วนมีบทลงโทษผู้กระทำความผิดฐาน 'วางยาพิษสมาชิกในราชสกุล' ชัดเจน... ฮูหยินใหญ่เพิ่งตรัสเองมิใช่หรือ ว่าทรงห่วงใยข้า เหตุใดตอนนี้จึงแสดงท่าทีร้อนรนราวกับร้อนตัวเล่าเพคะ" "ตบปากนาง!" ฮูหยินใหญ่กรีดร้องสั่งสาวใช้คนสนิทด้วยความบันดาลโทสะ สติหลุดลอยหายไปด้วยความแค้นเคืองที่แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่า บ่าวร่างใหญ่สองคนก้าวพรวดพราดเข้ามาหมายจะจับตัวหลินฟางเซียนกดลงกับพื้น ทว่า... ฉับพลันนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่หน้าห้องโถงก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาวูบหนึ่ง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทองห้ากรงเล็บ กลิ่นอายอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วสารทิศในพริบตา ฉีจิ้นอ๋องเสด็จมาถึงแล้ว! ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดสายตามองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความเยียบเย็น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ "พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันในเรือนของชายาข้า?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับทรงพลังราวน้ำหนักนับพันชั่งกดทับลงบนบ่าของทุกคน ฮูหยินใหญ่หน้าซีดเผือดเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น นางอ้าปากพะงาบๆ หมายจะทูลแก้ตัว แต่มิอาจเปล่งเสียงออกมาได้สักคำ หลินฟางเซียนมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงก้มศีรษะลงทำความเคารพตามธรรมเนียม ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพ ทิ้งรอยยิ้มลึกล้ำไว้ที่มุมปากอย่างท้าทาย ในวินาทีนั้นเอง ฉีจิ้นอ๋องก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านตรีทั้งสอง สายตาของเขาเหลือบมองถ้วยน้ำแกงบนโต๊ะที่ส่งกลิ่นจางๆ ก่อนจะหันมามองรอยยิ้มที่ซ่อนความลับของหลินฟางเซียน มุมปากหยักลึกของท่านอ๋องยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันเกม ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นตามเสด็จเข้ามาก็คุกเข่าลงแทบเท้า พร้อมกับชูสาส์นประทับตราหยกด้วยมือที่สั่นเทา "ทูลท่านอ๋อง... มี... มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปลดและเนรเทศฮูหยินใหญ่ ไป... ไปสำนักชีร้างนอกเมืองหลวง ตั้งแต่บัดนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%