กลิ่นอายกำยานไม้กฤษณาที่ลอยวนเวียนอยู่ภายในห้องรับรองเรือนปีกตะวันตก หาได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงไม่ ตรงกันข้าม ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิท กลับทำให้ทัศนียภาพรอบกายดูราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งยามเหมันต์
ฉีจิ้นอ๋องมิได้ตรัสสิ่งใดเลยตั้งแต่เสด็จเข้ามาประทับ ณ เก้าอี้ไม้จันทน์แดงสลักลายวิจิตร พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดมองกวาดผ่านเครื่องเรือนทุกชิ้นอย่างพิจารณา ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างบางของอนุภรรยาผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงชุดน้ำชาถวายด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว
หลินฟางเซียนรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนผ่าวที่แฝงไว้ด้วยคมมีดคู่นั้น นางหลบซ่อนประกายตาวาววับของแพทย์หญิงยุคปัจจุบันไว้ใต้แพขนตางอนงาม แสร้งทำเป็นสั่นเทาดั่งลูกนกตกใน1สภาวะหวาดกลัว เพื่อสวมบทบาทอนุใบ้ผู้ไร้เดียงสาและไร้พิษภัยในเรือนหลังแห่งนี้ให้แนบเนียนที่สุด
"เงยหน้าขึ้น"
สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดลง
หลินฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการแสดง นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่แม้จะไร้เครื่องประดับใดๆ บนเรือนผม ทว่ากลับมีความงามอันประณีตสะกดสายตา ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับว่างเปล่าและราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่บุรุษผู้นี้คาดหวังจะ and เห็น
ฉีจิ้นอ๋องหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย พระองค์เป็นแม่ทัพที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน ผ่านการสังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน ย่อมมองออกว่าแววตาคู่ใดที่หวาดกลัวจริง และแววตาคู่ใดที่กำลังซ่อนเร้นความเยือกเย็นเอาไว้
"เจ้าชื่อ..." พระองค์เว้นจังหวะ ทอดพระเนตรสำรวจนิ้วเรียวยาวที่กำลังรินน้ำชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ "ฟางเซียน กระนั้นหรือ?"
หลินฟางเซียนรีบคุกเข่าลงกับพื้นเรือนทันที นางยกมือขึ้นประสานกันระดับอก แล้วส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับทำท่าทางสื่อสารว่าตนเองเป็นใบ้ ไมิอาจเอื้อนเอยพระเนตรถวายบังคมได้ ทว่าในใจกลับแค่นسึดขึ้นมาเบาๆ — *ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ เหตุใดจึงต้องมาใส่ใจกับอนุไร้ตัวตนเช่นนางด้วยเล่า?*
"เจ้าเป็นใบ้จริง หรือแกล้งทำเป็นใบ้กันแน่?"
ฉีจิ้นอ๋องทรงลุกขึ้นจากเก้าอี้ พระบาทก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าว เสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นไม้ดังขึ้นราวกับเสียงกลองศึกที่คอยเร่งเร้าจังหวะหัวใจของคนในห้องให้เต้นระส่ำ กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและอันตรายแผ่ซ้อมเข้าโอบล้อมร่างของนางจนแทบหายใจไม่สะดวก
ชายหนุ่มย่อพระองค์ลงจนพระพักตร์อยู่ระดับเดียวกับนาง พระเนตรคมปลาบกวาดสำรวจทุกรายละเอียดบนใบหน้าของหลินฟางเซียน ราวกับต้องการจะเฉลาะเปลือกนอกอันบอบบางนี้ออก เพื่อดูว่าภายใต้หน้ากากความเงียบงัน ซ่อนวิญญาณของปีศาจตนใดเอาไว้
"มือของสตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากในชนบท..." ฉีจิ้นอ๋องเอื้อมพระหัตถ์ไปคว้าข้อมือเรียวของนางขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ พระองคุลีแข็งแกร่งบีบกระชับลงบนชีพจรของนางโดยไม่ทันตั้งตัว "เหตุใดจึงมีผิวพรรณเนียนนุ่มดั่งหยกชั้นดี และเหตุใด... จังหวะการเต้นของชีพจรจึงนิ่งสงบยิ่งกว่าขุนนางผู้ผ่านโลกมาครึ่งค่อนชีวิตเช่นนี้เล่า?"
หลินฟางเซียนสะท้านเฮือกในใจ ความลับของนางเกือบจะถูกเปิดเผยด้วยการสัมผัสเพียงชั่วพริบตาเดียว! ทว่าด้วยสัญชาตญาณและการฝึกฝนจิตใจมาอย่างดีเยี่ยม นางจึงรีบควบคุมการเต้นของหัวใจตนเองให้กลับมาเป็นปกติในเสี้ยววินาที พร้อมกับทำสีหน้าเจ็บปวดและหวาดกลัวอย่างสมบทบาท น้ำตาคลอเบ้าเบาๆ จนดูน่าเวทนา
"ปล่อยนางเถอะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" พ่อบ้านหลี่ที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านนอก รีบก้าวเข้ามาคุกเข่าประสานมือทูลท้วงด้วยความร้อนรน "นางเป็นเพียงอนุภรรยาที่ใต้เท้าหลินส่งมาเพื่อ... เอ่อ... เพื่อบรรณาการลดความขัดแย้ง คงไม่ประสีประสาเรื่องในราชสำนักเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ"
ฉีจิ้นอ๋องมิได้สนใจคำทูลของพ่อบ้านหลี่ พระเนตรยังคงจดจ้องอยู่ที่ดวงตาคู่สวยของหลินฟางเซียนอย่างไม่วางตา พระองค์ระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมพระโอษฐ์ ยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงเนตรแม้แต่น้อย
"อนุไร้ตัวตนกระนั้นหรือ?" ฉีจิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แต่เมื่อครู่ ข้าเห็นเจ้านำสมุนไพรหายากเหล่านี้มาต้มเพื่อขับพิษความเย็นในร่างกาย... หญิงใบ้ผู้หนึ่ง เหตุใดจึงมีความรู้เรื่องตำรับยาโบราณที่แม้กระทั่งหมอหลวงในวังหลวงยังต้องใช้เวลาศึกษาแรมปี?"
คำถามนี้ดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจห้อง หลินฟางเซียนรู้สึกได้ถึงความหนบหนับของเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผม นางรู้ดีว่าหากตอบสนองช้าไปเพียงก้าวเดียว ศีรษะของนางคงหลุดออกจากบ่าในฐานะสายลับของตระกูลฝั่งตรงข้ามเป็นแน่
ทว่า ก่อนที่นางจะได้ขยับตัวทำท่าทางแก้ตัวใดๆ จู่ๆ เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังแทรกเข้ามาหน้าประตูเรือน พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้เรียกตัวอนุฟางเซียนเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
ฉีจิ้นอ๋องชะงัก พระเนตรที่กำลังจดจ้องหลินฟางเซียนหันขวับไปมองทางประตูกันทันที รัศมีสังหารรอบพระองค์พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นในบทนี้ และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช•ตอนที่ 4
เผชิญหน้าท่านอ๋อง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกเงาสะท้อนใจทรราช นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!