กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจเหล็ก•ตอนที่ 8

กลิ่นอายสังหาร

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"หากเจ้ารนหาที่ตายถึงเพียงนี้ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะส่งวิญญาณสกุลจูลงนรกไปพร้อมกันทั้งหมด" ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของหยางจ้านไม่ได้สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย ขณะที่คมกระบัดเหล็กกล้าสีนิลกาฬจ่ออยู่ชิดลำคอระหงของบุรุษร่างท้วม ผู้เป็นถึงหัวหน้าพ่อค้าประจำมณฑลเหนือ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหอดูดุจดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ทอดมองร่างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนแทบปัสสาวะราดรดกางเกงผ้าแพรเนื้อดี บรรยากาศภายในห้องรับรองของหอการค้าเขตอุตสาหกรรมยุคเจ็ดสิบ กลับเงียบงันราatป่าช้า ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงเครื่องจักรกลการเกษตรที่ดังอึกทึกจากด้านนอกในยามบ่ายถูกกลบสิ้นด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพ หลินเฟยหงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นั้น นางยังคงสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าตามแบบนิยมของยุคสมัย ทว่ากิริยามარยาทและการยืนทิ้งน้ำหนักตัวอย่างมั่นคงกลับสะท้อนถึงชาติตระกูลและจิตวิญญาณอันสูงส่งของอดีตกุนซือหญิงผู้ผ่านสมรภูมิการเมืองมาโชกโชน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองกระดาษสัญญาซื้อขายที่ถูกฉีกกระชากกองอยู่บนพื้น ก่อนจะเหลือบไปเห็นคราบชาเคลือบยาพิษสีชาดที่ซึมอยู่ริมถ้วยกระเบื้องเคลือบ "ใต้เท้าหยาง... ท่าน... ท่านจะใช้อำนาจทหารมาข่มขู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์เช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ!" เสียงของจูเฟิงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าอ้วนท้วมอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ "ประชากรผู้บริสุทธิ์?" หยางจ้านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทุ้มต่ำ ดุดัน และเย็นชาเสียจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังเยือกแข็ง เสื้อคลุมตัวยาวสีเทาเข้มขยับตามจังหวะการหายใจที่สงบนิ่ง เขากดคมกระบี่ลงไปอีกเพียงครึ่งนิ้วจนผิวหนังที่ลำคอของจูเฟิงปรากฏรอยเลือดซิบสีแดงสด "คนที่กล้าผสมสารหนูลงในชาต้อนรับของกุนซือหลิน... สมควรถูกประหารชีวิตโดยไม่ต้องไต่สวนด้วยซ้ำ ไสหัวไปซะ! และจำใส่กะโหลกหนาๆ ของเจ้าไว้ หากข้ายังเห็นเงาหัวพวกแกโผล่มาป้วนเปี้ยนรอบโรงงานทอผ้าแห่งนี้อีก ข้าจะสั่งกองพลทหารม้าเหยียบสำนักงานของพวกเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง!" สิ้นคำประกาศิตอันเด็ดขาด ร่างของจูเฟิงและสมุนก็ล้มลุกคลานคลุกคลานหนีหายออกไปจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความหวาดกลัวที่ยังคงตลบอบอวล หยางจ้านเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็วและงดงามราวกับร่ายรำ เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสตรีที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหลัง สายตาดุดันเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่ายังคงไว้ซึ่งความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของนักรบ "เจ้าสะเพร่าเกินไปแล้ว เฟยหง" น้ำเสียงของเขาแม้จะเจือแววตำหนิ ทว่ากลับอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "รู้ทั้งรู้ว่าคนพวกนั้นเป็นสุนัขรับใช้ของตระกูลใหญ่ฝั่งเมืองหลวง เหตุใดจึงยอมเดินทางมาเจรจาลำพัง" หลินเฟยหงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มเอิบแย้มยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน นางย่างเท้าเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นหมึกจางๆ ลอยเข้าจมูกของท่านอ๋องผู้เกรียงไกร "หากหม่อมฉันไม่เดินมาติดกับดักนี้ด้วยตัวเอง ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์จะทรงมีข้ออ้างอันชอบธรรมในการกวาดล้างกลุ่มผลประโยชน์ใต้ดินเหล่านี้ได้อย่างไรเลเพคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างลื่นไหล รอยยิ้มของนางมีความเจ้าเล่ห์เฉลียวฉลาดอยู่เต็มเปี่ยม "ท่านเองก็จงใจปล่อยข่าวเรื่องการตรวจโรงงาน เพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่ออกมาจากอ่างไม่ใช่หรือ? เราต่างหากที่เป็นฝ่ายตบตาพวกมัน" หยางจ้านชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา สตรีผู้นี้... ไม่เพียงแต่จะอ่านหมากทุกกระดานออกจนทะลุปรุโปร่ง นางยังกล้าใช้ชีวิตของตนเองเป็นเหยื่อล่อในกระดานนี้ด้วย ความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาเช่นนี้ ช่างน่าหลงใหลและน่าตีให้ตายในเวลาเดียวกัน "เจ้าชักจะบังอาจเกินไปแล้วนะ หงเอ๋อร์" เขาเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะสัมผัสแก้มเนียนนุ่ม ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารสนองพระราชโองการนายหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเผือก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยราวกับควบม้าฝ่าพายุมาตลอดทั้งคืน เขารีบ คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับชูวัตถุบางอย่างขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา "สายลับจากเมืองหลวงส่งม้าเร็วนำราชโองการลับฉบับนี้มาถึงค่ายเมื่อครู่ ประทับตราประท้วงจากองค์ชายใหญ่... ทรงมีคำสั่งให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังภาคเหนือทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงรายงาน บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งคลายความตึงเครียด กลับดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวแห่งความตายอีกครั้งในชั่วพริบตา หยางจ้านหรี่ตาลงอย่างอันตราย รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของเขาจนทหารนายนั้นหมอบราบลงกับพื้น หลินเฟยหงหุบยิ้มทันที สมองอันรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที องค์ชายใหญ่เคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดไว้มาก การปลดฟ้าผ่าเช่นนี้หมายความว่า... พวกมันล่วงรู้แผนการที่พวกเขาฮุบกิจการทอผ้าเพื่อระดมทุนสนับสนุนกองทัพแล้ว ดวงตากลมโตหันไปสบตากับหยางจ้านที่กำลังจ้องมองมาที่นางพอดี ในแววตาคมกราบของท่านอ๋องไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งการท้าทายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล มือหนาของหยางจ้านเอื้อมไปหยิบราชโองการลับบนมือทหารขึ้นมาเปิดอ่านอย่างไม่รีเวลาร้อนใจ เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ดี... ดีมาก" หยางจ้านเอ่ยเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน "พวกมันคิดจะตัดมือตัดเท้าข้าก่อนฤดูใบไม้ร่วงจะมาถึงสินะ" เขากวาดสายตาคมกริบมองราชโองการในมือ ก่อนจะหันมามองสตรีตรงหน้าผู้ซึ่งกำลังจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยแววตาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ทันใดนั้น รอยยิ้มลึกลับก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของหลินเฟยหง นางเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ขอบกระดาษราชโองการเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังก้องขึ้นในความเงียบ "ท่านอ๋องเพคะ... ในเมื่อพวกมันส่งกระดาษแผ่นนี้มาเร็วกว่ากำหนด เช่นนั้นเราก็ใช้โอกาสนี้... เปลี่ยนแผ่นดินกันเลยดีกว่าเพคะ" — เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%