"จดหมายเทียบเชิญจากตระกูลสวี... ช่างกล้าหาญเสียจริงที่ส่งมันมาถึงมือข้า"
น้ำเสียงของหลินเฟยหงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมปราณ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นเชี่ยวกรากรากเหง้าใต้ผิวน้ำ นางวางกระดาษสาเนื้อดีกลิ่นหอมหมื่นลี้ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างไม่ใส่ใจ ปลายนายนิ้วเรียวดั่งลำหยกขาวสะอาดสะอ้านเคาะลงเบาๆ บนขอบโต๊ะ เป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงการคำนวณ หมากทุกตัวบนกระดานการค้าแห่งยุคเปลี่ยนผ่านนี้ถูกจัดวางไว้อย่างแม่นยำดั่งค่ายกลโบราณ
ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ประณีตตามแบบฉบับผู้ทรงภูมิ กลิ่นอายของหมึกจีนและใบชาชั้นดีลอยอวลผสมผสานกัน หลิวเฟยหงในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายทอมือสีครามเข้มเข้ารูป ปักลวดลายกิ่งเหมยด้วยด้ายสีเงินบางเบาที่ปลายแขน ขับเน้นให้เรือนร่างระหงดูสง่างามและน่าเกรงขามในคราเดียวกัน นางมิใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอ ทว่าคือกุนซือผู้มองการณ์ไกลทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาอันดำมืดเบื้องหลังเทียบเชิญฉบับนั้น
"พวกมันคงคิดว่า ข้าเป็นเพียงเด็กสาวบ้านนอกที่หลงระเริงกับผลกำไรจากการผูกขาดโควตาสินค้าอุตสาหกรรมเบาชิ้นแรกกระมัง ถึงได้กล้าส่ง 'เหยื่อล่อ' มาให้ถึงถิ่น" มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตากระจ่างใสดั่งดวงดาราในคืนเดือนมืดทอประกายรู้เท่าทัน
การนัดหมายในค่ำคืนนี้ ณ โรงน้ำชาพฤกษาคราม ย่านการค้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวง คือ "กับดักน้ำผึ้ง" ที่ตระกูลสวี—คู่แข่งทางธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและมีสายสัมพันธ์โยงใยกับขุนนางกังฉิน—บรรจงปรุงแต่งขึ้น เพื่อหวังฮุบกิจการการค้าและสูตรการผลิตที่นางถือครองไว้ทั้งหมด
บานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกสายลมยามเย็นพัดกระแทกเบาๆ เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับภูตพรายที่เคลื่อนกายผ่านความมืดมิด หยางจ้าน ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยด้ายสีทองเข้ม บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งและอำนาจกองทัพอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันมาสบตากับนาง ประกายความเย็นชาในแววตาของเขาอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นว่าเป็นนาง ทว่าความดุดันและดุดันยังคงคุกรุ่นอยู่รอบกาย
"เจ้ากำลังจะเดินเข้าถ้ำเสือคนเดียวอีกแล้วหรือ เฟยหง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจนัก เขาขยับกายเข้ามาประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายสงครามจางๆ แผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา
"ท่านอ๋องคิดว่าข้าเป็นใครกันเล่า?" เฟยหงเงยหน้าขึ้นสบสายตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปาก "สุนัขที่รอคอยเศษเนื้อ หรือพรานผู้ถือธนูรอดยิงเหยื่อกันแน่? ในเมื่อตระกูลสวีอยากเล่นเกมสกปรกนัก ข้าก็แค่สนองความต้องการของพวกมัน... แต่กฎบนกระดานนั้น ข้าจะเป็นคนกำหนดเอง"
หยางจ้านจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มีทั้งความหลงใหลในสติปัญญาอันเป็นเลิศ และความหวาดหวั่นแทนผู้ที่กล้าเป็นศัตรูกับนาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้ ออกแรงบีบเบาๆ เป็นเชิงถ่ายทอดความมั่นคงดั่งหินผา
"ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้า... แต่อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายลำพัง คืนนี้ กององครักษ์เงาจะล้อมโรงน้ำชาพฤกษาครามไว้ทุกตารางนิ้ว หากสวีเทียนฉีกล้าทำกระดูกชิ้นไหนของเจ้าหัก ข้าจะถอนรากถอนโคนตระกูลสวีให้สิ้นซากภายในคืนเดียว"
คำประกาศนั้นเต็มไปด้วยไอสังหารและอำนาจเด็ดขาดที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ หลินเฟยหงมิได้ปฏิเสธความหวังดีนั้น นางเพียงพยักหน้ารับช้าๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางเกมการเมืองอันหนาวเหน็บ
สองชั่วโมงต่อมา ณ ห้องรับรองพิเศษชั้นบนสุดของโรงน้ำชาพฤกษาคราม กลิ่นหอมของชาชั้นเลิศคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอายของกำยานราคาแพง สวีเทียนฉี คุณชายใหญ่แห่งตระกูลสวี นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าประดับรอยยิ้มจอมปลอม ดวงตาพินิจพิเคราะห์มองสตรีผู้เลอโฉมที่ก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็นและสง่างาม
"คุณหลิน... ข้าชื่นชมท่านยิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าสตรีตัวเล็กๆ จะสามารถพลิกฟื้นอุตสาหกรรมในยุคเปลี่ยนผ่านนี้จนกลายเป็นผู้กุมชะตากำไรมหาศาลได้" สวีเทียนฉีผายมือเชิญให้นางนั่ง พร้อมรินน้ำชาใส่จอกด้วยมือตนเอง "เชิญ... ชาดอกเหมยหอมหมื่นลี้ จอกนี้ข้าตั้งใจต้อนรับท่านเป็นพิเศษ หวังว่าเราจะสามารถตกลงผลประโยชน์ร่วมกันได้โดยไม่ต้องมีเลือดตกยางออก"
หลินเฟยหงปรายตามองจอกชาควันกรุ่นนั้น แววตาไหววูบไปชั่วขณะ นางได้กลิ่นจางๆ ของ "ผงสลายวิญญาณ" พิษไร้สีไร้กลิ่นที่ออกฤทธิ์ทำให้เส้นเอ็นอ่อนแรงภายในสามลมหายใจ ช่างเป็นวิธีสกปรกที่คาดเดาได้ไม่ยาก
"คุณสวีใจกว้างถึงเพียงนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับทอประกายคมปลาบ นางยื่นมือไปรับจอกชามาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเซรามิกอุ่นร้อน จังหวะนั้นเอง สวีเทียนฉีลอบสบตากับมือสังหารที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
หลินเฟยหงแย้มยิ้มบางเบา นางยกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก... ทว่าก่อนที่น้ำชาหยดแรกจะแตะต้องเรียวปาก ร่างของนางก็ชะงักกุนซือหญิงมิได้ดื่มมันลงไป แต่กลับเทชาทั้งหมดลงบนพื้นไม้ทันที!
"ฉึก! ฉึก!"
เสียงลูกธนูแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหวทะลุกำแพงกระดาษและหน้าต่างเข้ามา พร้อมๆ กับร่างของมือสังหารนับสิบคนที่พังประตูห้องเข้ามาล้อมกรอบ ทว่าพวกมันยังไม่ทันได้ขยับตัวดาบ เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยก็พุ่งทะยานลงมาจากหลังคาและพังประตูเข้ามาอย่างไร้ความปรานี!
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผนังห้องสีขาวโพลนในพริบตา กององครักษ์เงาภายใต้คำสั่งของหยางจ้านเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สวีเทียนฉีหน้าถอดสี ตกตะลึงจนตัวสั่นเทาเมื่อพบว่าตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกล้อมและต้อนเข้ามุมอับ
หลินเฟยหงลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดชายเสื้อคลุมให้เรียบร้อย นางมองสวีเทียนฉีที่ล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งน้ำแข็ง
"น่าเสียดายจริงๆ น้ำชาจอกนี้... ข้าเกรงว่ารสชาติคงไม่ถูกปากคุณสวีเท่าใดนัก ท่านลองลิ้มรสมันดูเองเสียหน่อยเป็นอย่างไร?"
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและชัยชนะตกเป็นของฝ่ายนางนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องจากชั้นล่าง พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานที่ทำให้สีหน้าของหยางจ้านเปลี่ยนไปในทันที
"ราชโองการด่วนจากสำนักใน... จับกุมตัวท่านอ๋องและกุนซือหลิน ข้อหาสมคบคิดกับกบฏนอกด่าน!"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการพลิกเกมธุรกิจและการเมืองครั้งนี้นะครับ
— เฉินเว่ยสายลุย
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจเหล็ก•ตอนที่ 7
กับดักน้ำผึ้ง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!