หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของครามสطว่างวาบ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโดยสารของรถยนต์อเนกประสงค์คันหรูที่กำลังแล่นอยู่บนทางหลวงสายเหนือ แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบเป็นนิจ แต่ในวินาทีนี้ ร่างสูงกลับชะงักไปชั่วขณะ สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนอย่างเห็นได้ชัด
รินทร์ที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ เหลือบตามองปฏิกิริยานั้นโดยสัญชาตญาณ เด็กหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย จากความนิ่งสุขุม ทว่าตอนนี้ครามกลับดูเหมือนกำลังอดกลั้นบางอย่าง ประหนึ่งคนที่มีระเบิดเวลาอยู่ในมือ
"ถ้าโทรศัพท์มันจะสร้างความลำบากใจขนาดนั้น โยนทิ้งออกนอกหน้าต่างไปเลยไหมครับ?" รินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะประชดประชันตามนิสัยปากเก่งของเจ้าตัว แต่สายตากลับกวาดมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
ครามละสายตาจากหน้าจออย่างช้า ๆ ราวกับต้องใช้ความพยายามมหาศาล เขากดปิดหน้าจอนั้นแล้วคว่ำโทรศัพท์ลงกับคอนโซลกลางรถอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน
"ไม่ใช่เรื่องของเธอ รินทร์" ครามตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความตึงเครียดไว้ในน้ำเสียงอย่างปิดไม่มิด
"หึ ไม่ใช่เรื่องของผมเหรอครับ? แต่สีหน้าคุณตอนนี้มันฟ้องเสียยิ่งกว่าประกาศิตซะอีก" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่ลึก ๆ ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดแปลก ๆ กับชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น... ธันวา
อดีตคนที่เคยมีอิทธิพลต่อชีวิตของคราม คนที่ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงโผล่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนได้เสมอ
รถยนต์คันหรูเลี้ยวลดคดเคี้ยวขึ้นสู่เส้นทางธรรมชาติ ป่าเขาสองข้างทางเริ่มหนาแน่นขึ้นตามระยะทางที่ห่างจากความวุ่นวายของเมืองหลวง จุดหมายปลายทางคือรีสอร์ทส่วนตัวท่ามกลางหุบเขาตามคำสั่งของบิดาคราม ที่ต้องการให้ผู้บริหารหนุ่มมาตรวจงานพร้อมกับพักผ่อนไปในตัว แต่บรรยากาศภายในรถตอนนี้กลับร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเตาผิง ทั้งที่แอร์ในรถถูกปรับลดอุณหภูมิลงจนหนาวเยือก
"เลิกทำหน้าเป็นยักษ์ใส่ผมสักทีเถอะครับ หรือว่ากลัวผมจะรู้ว่าคนที่โทรมามันทำให้คุณร้อนรนจนนั่งไม่ติด" รินทร์ยังคงไม่ยอมจบ เจ้าตัวขยับตัวหันมาประจันหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาคมของคนขับที่กำลังบังคับพวงมาลัยด้วยมือเดียว
ครามปรายตามองเด็กหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา มือใหญ่วางละจากพวงมาลัยมาช้อนคางเรียวของรินทร์ไว้ด้วยความหมั่นไส้ แรงบีบเบา ๆ ที่ปลายคางไม่ได้ทำให้รินทร์สะทกสะท้าน ตรงกันข้าม เด็กหนุ่มกลับเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น
"ปากเก่งเหลือเกินนะรินทร์... อยากรู้มากเหรอว่าใครโทรมา?" ครามกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจงใจยั่วเย้าให้อีกฝ่ายเสียอาการ
"ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องของคุณสักนิดครับ ปล่อยคางผมนะ!" รินทร์ปัดมือหนาออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปมองวิวข้างทางเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววูบในแววตา หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้
รถแล่นมาถึงรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและสายหมอกจาง ๆ อากาศบริสุทธิ์และความเงียบสงบช่วยบรรเทาความอึดอัดในตอนแรก,ลงไปได้บ้าง แต่ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่ยังคงคุกรุ่นอยู่ใต้ความเงียบ
พนักงานต้อนรับนำกุญแจห้องพักมามอบให้ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "เรียนเชิญคุณครามและคุณรินทร์ที่เรือนพักรับรองพิเศษด้านบนครับ ทางเราจัดเตรียมห้องพักวิวดีที่สุดไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ"
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องพักขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เปิดรับทัศนียภาพของขุนเขาและป่าไม้สีเขียวขจี รินทร์ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มทันด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล
ครามเดินตามเข้ามา วางกระเป๋าเดินทางลงก่อนจะเดินตรงมาหยุดยืนค้ำหัวเด็กหนุ่มที่กำลังทำหน้ามุ่ย
"พักผ่อนซะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวเย็นนี้เราต้องออกไปดูพื้นที่โครงการข้างนอกอีก" ครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อตอนอยู่ในรถเริ่มเจือจางลง เหลือเพียงความห่วงใยที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุ ๆ
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา มองลึกลงไปในแววตาคมที่มักจะดุดันแต่ตอนนี้กลับมีความอ่อนโยนฉายชัดอยู่ภายใน ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจากเรื่องโทรศัพท์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัย รินทร์ตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
"คุณคราม... ธันวายังสำคัญกับคุณอยู่เหรอครับ?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องนิ่งสนิทลงทันตาเห็น ครามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มหรี่ลงมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเข่าแกร่งแนบชิดกับขอบโซฟาที่รินทร์นั่งอยู่ มือหนายื่นออกไปจับปลายคางเรียวให้เงยขึ้นมารับสายตาอีกครั้ง
"หึงเหรอ?" ครามเอ่ยถามเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มใส
"ใครหึงคุณกันครับ! ผมแค่ถามตามมารยาทต่างหาก ปล่อยเลยนะ!" รินทร์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดด้วยความเขินอายที่ถูกจี้ใจดำ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจเขากำลังเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
"ปากแข็ง..." ครามหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มมุมปากที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นทรงเสน่ห์จนรินทร์แทบหยุดหายใจ "ไม่มีอะไรต้องหึงทั้งนั้น... สำหรับฉัน คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ และคนที่ฉันอยากให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้ มีแค่เธอคนเดียว รินทร์"
คำพูดราบเรียบแต่จริงจังพุ่งเข้าชนกลางใจของรินทร์อย่างจัง เด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกจนพูดไม่ออก ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะจากภายนอกห้องอย่างเร่งรีบ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณครามครับ! แย่แล้วครับ... มีคนบุกรุกเข้ามาที่บริเวณล็อบบี้ด้านล่าง และเขาบอกว่า... เป็นคนรู้จักของคุณครับ!"
ครามขมวดคิ้วมุ่นทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา สันกรามขบเข้าหากันอีกครั้งเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเปิดใจไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นของเขาทั้งคู่นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 17
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!