คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 16

คนขี้หึงมักเสียอาการ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"คราม... เปิดประตูให้หน่อยสิครับ พอดีผมทำของสำคัญตกไว้ข้างใน... และดูท่าทางมันจะเป็นกุญแจดอกสำคัญเสียด้วยสิ" เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าบานเลื่อนพร้อมกับน้ำเสียงกวนประสาทของธันวา ดังแทรกผ่านเข้ามาในห้องพักส่วนตัวหลังผับหรู ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นความตึงเครียดมาได้ไม่ถึงห้านาที รินทร์ที่ยืนพิงอยู่กับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังบานประตูที่มีเงาร่างโปร่งของแขกไม่ได้รับเชิญทาบทับอยู่ ก่อนจะหันกลับมามองเจ้าของห้องที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะอยู่ใกล้กัน ครามไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มยังคงยืนกอดอก ใบหน้าคมคายเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความหงุดหงิดที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบ ๆ "ไม่ต้องไปเปิดครับ" ครามเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างหนาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว จนเด็กหนุ่มต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะโดยอัตโนมัติ "ปล่อยให้มันเคาะจนมือหักอยู่ข้างนอกนั่นแหละ" "แต่ถ้าเขาไม่ไปล่ะครับคุณคราม?" รินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย แม้แผ่นหลังจะชนติดกับโต๊ะจนแทบไม่มีทางหนี แต่ริมฝีปากบางเฉียบก็ยังไม่วายแย้มยิ้มเย้าแหย่ "เกิดแขกคนสำคัญของคุณเกิดพังประตูเข้ามาจริง ๆ ภาพที่เราสองคนยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็นแบบนี้... คุณจะอธิบายว่ายังไงดีล่ะครับ" "ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น" ครามยื่นมือหนาไปค้ำยันโต๊ะทำงานคร่อมร่างของรินทร์เอาไว้ กักขังเด็กดื้อให้อยู่ในอาณัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากตัวมาเฟียหนุ่มโชว์หรี่เข้าจมูกจนรินทร์ต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ "โดยเฉพาะกับคนมารยาททรามอย่างไอ้ธันวา" "ปากร้ายจริง ๆ นะครับ" รินทร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ "แต่ก็นะ... คนที่มายืนเคาะประตูเรียกหาคุณดึกดื่นแบบนี้ คงไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าธรรมดาหรอกจริงไหมครับ อดีตกิ๊กเก่าทั้งที จะใจร้ายใส่เขาเกินไปหน่อยหรือเปล่า" สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิรอบตัวก็ดิ่งวูบลงทันตาเห็น ครามขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันชัดเจน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินทร์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนาที่ค้ำยันโต๊ะอยู่เปลี่ยนมาบีบเข้าที่คางเรียวของเด็กหนุ่มเบา ๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะบังคับให้เงີบหน้าขึ้นมารับการสบตาตรง ๆ "ปากดีนักนะรินทร์" ครามกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "อยากลองดีกับผมนักใช่ไหม หืม?" "ผมเปล่าสักหน่อย..." รินทร์แกล้งทำเป็นตีหน้าซื่อ ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่แนบ ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเสียจนเขารู้สึกได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามา "ผมแค่พูดตามความจริง... อุ๊บ!" ประโยคถัดมาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อครามก้มลงปิดริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงนั้นด้วยเรียวปากของตัวเองอย่างรวดเร็ว ไม่มีคำขออนุญาต มีเพียงความเร่าร้อนและดุดันที่ถูกส่งผ่านเข้ามา รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวเล็กพยายามยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะสั่นคลอนคนตัวโตได้ ครามจูบซับความดื้อรั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว ริมฝีปากหนาบด ขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างชำนาญ จนรินทร์รู้สึกพร่าเลือน หัวสมองขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ร่างกายอ่อนยวบลงจนต้องเผลอยกมือขึ้นกำปกเสื้อสูทของครามไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง หนนี้รุนแรงและต่อเนื่องมากกว่าเดิม พร้อมกับเสียงทุ้มของธันวาที่ตะโกนลอดเข้ามา "คราม! ผมรู้ว่านายอยู่ในนั้น เปิดให้หน่อยน่า... หรือว่ากำลังทำอะไรสนุก ๆ กับเด็กคนนั้นอยู่ ถึงได้เปิดให้ไม่ได้?" เสียงนั้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางลงทันที ครามผละริมฝีปากออกช้า ๆ อย่างนึกเสียดาย ดวงตาคมปลาบมองสภาพของรินทร์ในตอนนี้แล้วก็ต้องลอบถอนหายใจ ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อเล็กน้อยจากการถูกรังแก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ รินทร์รีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวก ๆ ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนฉวยโอกาสที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "พอใจคุณหรือยังครับ?" รินทร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน หน้าตาบึ้งตึงด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด "ถ้าเขาพังประตูเข้ามาจริง ๆ ผมจะบอกทุกคนเลยว่าคุณรังแกผม" "เชิญตามสบายครับ" ครามตอบหน้าตาเฉย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเย็นชาดังเดิมในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที "เพราะต่อให้ใครหน้าไหนพังเข้ามา เขาก็จะเห็นแค่ภาพที่ 'คนของผม' กำลังแสดงความเป็นเจ้าของ... ชัดเจนดีออก" "ใครเป็นคนของคุณกัน!" รินทร์แหวใส่เบา ๆ หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ครามไม่ตอบ เขาหันหลังเดินตรงไปยังบานประตูเล็งเป้าหมายไปที่ผู้รุกรานด้านนอก มือหนาปลดล็อกกลอนก่อนจะกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง จนร่างโปร่งของธันวาที่ยืนค้ำประตูอยู่เกือบเซถลาล้มเข้ามาข้างใน "อ้าว คราม... นึกว่าจะหลบหน้ากันเสียอีก" ธันวาเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาคมกวาดมองข้ามไหล่หนาเข้าไปในห้องทันที "พอดีผมลืม... อุ๊ปส์!" ธันวาชะงักค้างไปเมื่อเห็นสภาพของรินทร์ที่ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงาน รอยยิ้มบนใบหน้าของแขกไม่ mời เชิญแข็งค้าง รังสีความไม่พอใจฉายชัดขึ้นมาในแววตาคู่สวยทันทีที่ประเมินสถานการณ์ออก "มีธุระอะไรก็พูดมาสั้น ๆ ธันวา" ครามก้าวออกไปยืนขวางทางที่ประตู ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามจนธันวาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ ก็ไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ" "ใจร้ายจังนะครับคราม เราไม่ได้เจอกันนานแค่นี้เอง ถึงกับไล่กันเลยเหรอ?" ธันวาฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความหงุดหงิด พยายามเบี่ยงตัวเพื่อมองหารินทร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ผมแค่จะมาทวงของที่เคยเป็นของผมคืน... และดูท่าทาง นายเองก็ยังเก็บมันไว้ใกล้ตัวดีนี่นา" ประโยคกำกวมนั้นทำให้ครามหรี่ตาลง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวมาเฟียหนุ่มจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ของอะไรที่นายพูดถึง... ฉันไม่เคยมีของไร้สาระแบบนั้นเก็บไว้" ครามพูดเสียงเย็นเยียบ "และที่สำคัญ... คนคนนี้ไม่ใช่ของที่จะยกให้ใครเล่น ๆ จำใส่สมองเอาไว้ด้วย" รินทร์ที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ใจกระตุกวูบ คำว่า *'คนของผม'* ที่ครามประกาศกร้าวออกมาเมื่อครู่ ทำเอาหัวใจที่เคยด้านชาพองโตขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ปากจะบอกว่าอีกฝ่ายเผด็จการและเอาแต่ใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความริษยา "ปากกล้าดีนี่คราม ระวังเถอะ... ของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้ อาจจะพยศจนกัดมือนายเข้าสักวัน" "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง..." ครามยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา มือหนายื่นออกไปผลักไหล่ของธันวาให้ออกห่างจากกรอบประตู "ต่อให้มันจะพยศมากแค่ไหน... ฉันก็มีวิธีทำให้มันเชื่องอยู่มือเสมอ" พูดจบร่างสูงก็เตรียมจะปิดประตูใส่หน้าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ แต่ก่อนที่บานกระจกจะเคลื่อนมาชนสนิท ธันวาก็เอื้อมมือมาคว้าขอบประตูกั้นไว้ พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ผุดขึ้นบนริมฝีปาก "งั้นเหรอครับ? แต่ระวังหน่อยนะคราม..." ธันวาจ้องมองเลยไปที่รินทร์ด้วยสายตาคมกริบ "ของบางอย่าง... ต่อให้คิดว่าคุมได้ดีแค่ไหน ถ้าเผลอปล่อยให้หลุดมือไปเมื่อไหร่ ระวังมันจะกลับมาแว้งกัดจนเจ็บแสบ... เหมือนกับ *'เรื่องเก่า ๆ'* ที่นายยังเคลียร์ไม่จบยังไงล่ะ" สิ้นคำพูดนั้น... ครามก็ชะงักกึก สีหน้าที่เรียบเฉยมาตลอดเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาสีเข้มหรี่แคบลงอย่างอันตราย ขณะที่รินทร์ซึ่งยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ กลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ กับคำเตือนทิ้งท้ายนั้น บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของครามจะแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ครามละสายตาจากธันวาช้า ๆ ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว... ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ -------------------------------------------------- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ)*
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%