เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักอยู่ที่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท ทว่ารินทร์ในเวลานี้กลับไม่ได้สนใจความวุ่นวายภายนอกที่ลูกน้องของครามกำลังรายงานเรื่องโกดังฝั่งตะวันออกเลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องทำงานที่เงียบกริบ ไร้เงาร่างสูงโปร่งของเจ้าของห้องที่เพิ่งผละออกไปรับโทรศัพท์ด่วนเมื่อสิบนาาทีก่อน ปล่อยให้เขารออยู่ลำพังท่ามกลางความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในอก
*โกดังฝั่งตะวันออกเหรอ... เรื่องใหญ่อะไรกันแน่ ทำไมครามถึงต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก่อนออกไป*
รินทร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับสังหรณ์ใจบางอย่างทำให้สองเท้าก้าวไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่ เนี้ยบทุกระเบียดนิ้วสมเป็นตัวตนของคราม ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับลิ้นชักด้านขวาสุดที่ปิดไม่สนิท มีกระดาษแผ่นหนึ่งโผล่พ้นขอบออกมาเล็กน้อย ราวกับตั้งใจหรือหลงลืมไว้ในวินาทีที่รีบร้อน
มือเรียวชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความลังเล
*นี่มันเรื่องส่วนตัวของเขานะ... รินทร์ นายจะเสียมารยาทเหรอ?* จิตสำนึกฝ่ายดีส่งเสียงเตือน แต่ความสงสัยที่สุม Weอกมาหลายวันเกี่ยวกับเบื้องหลังของมาเฟียหนุ่มกลับรุนแรงยิ่งกว่า นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่ขอบลิ้นชัก ก่อนจะตัดสินใจออกแรงดึงมันเบาๆ
*กริ๊ก*
ลิ้นชักเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของภายในที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจหรือปืนกล็อกคู่ใจ แต่มันคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มเล่มหนา และซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาพลิกดู หัวใจกระหน่ำรัวราวดรัม และทันทีที่เขาดึงเอกสารด้านในออกมา กองภาพถ่ายนับสิบใบก็ร่วงหล่นลงมากระจายบนโต๊ะทำงาน
ภาพถ่ายทุกใบ... เป็นภาพของเขาเอง
มีทั้งภาพที่เขากำลังเดินกลับหอพักเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาพที่เขานั่งกินข้าวอยู่ร้านข้างทางกับเพื่อนสนิท หรือแม้แต่ภาพที่เขากำลังยืนเถียงกับเจ้าหนี้หน้าตาถมึงทึงเมื่อเดือนก่อน ทุกภาพถูกถ่ายจากมุมสูงและระยะไกล ราวกับมีใครบางคนคอยเฝ้าจับตามองทุกฝีก้าวของเขามาโดยตลอด... ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาในชีวิตของครามเสียอีก
"ไอ้... ไอ้คนโรคจิต" รินทร์สูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามระงับอาการมือสั่นเทาที่กำลังกำภาพถ่ายเหล่านั้นแน่น ความรู้สึกโกรธระคนสับสนตีรวนอยู่ในอก เขาคิดว่าครามเป็นแค่มาเฟียปากร้าย เอาแต่ใจ และชอบบงการชีวิต แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะสะกดรอยตามและจับตาดูเขามานานขนาดนี้
แต่ทว่า ท่ามกลางความตกใจนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือตวัดหวัดๆ แต่คุ้นตาแปะอยู่หลังภาพถ่ายใบหนึ่ง
*[วันที่ 14 เดือนก่อน: เด็กนี่ดื้อเป็นบ้า ปากเก่งชะမัด... แต่ทำไมถึงไม่ยอมบอกวะว่าเดือดร้อนเรื่องแม่]*
รินทร์ชะงัก อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา สมองที่เคยประมวลผลด้วยความโกรธเริ่มสะดุดกึก เขารีบพลิกดูภาพถ่ายใบอื่นๆ ที่มีข้อความเขียนกำกับไว้ด้วยลายมือเดียวกัน
*[วันที่ 22: ส่งคนไปเคลียร์หนี้ก้อนนั้นให้เงียบๆ อย่าให้รู้ตัว เดี๋ยวฟอร์มหลุด]*
*[วันที่ 29: ยัยเด็กดื้อเอ้ย เกือบโดนลูกน้องไอ้ธันวาเล่นงานแล้วมั้ยล่ะ ดีนะที่ไปช่วยทัน]*
ข้อความแต่ละบรรทัดทำเอาลมหายใจของรินทร์สะดุดกاری ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตย้อนกลับเข้ามาในหัว ราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกนำมาต่อเข้าด้วยกันจนครบถ้วน
ที่แท้... ทุกครั้งที่เขาตกที่นั่งลำบากแล้วมีทางออกอย่างปาฏิหาริย์ ที่แท้... ทุกครั้งที่หนี้สินก้อนโตถูกเคลียร์อย่างเงียบเชียบโดยไม่รู้สาเหตุ และที่แท้... ผู้ชายปากร้ายที่ชอบทำหน้าดุใส่เขาทุกวันคนนั้น คือคนเดียวกับคนที่คอยปกป้องเขาอยู่เบื้องหลังมาตลอด
*คราม...*
"ทำอะไรอยู่ครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ทำเอารินทร์สะดุ้งสุดตัว มือไม้ปัดป่ายจนภาพถ่ายบนโต๊ะเกือบปลิวร่วงลงพื้น
รินทร์รีบหันขวับไปมอง ร่างสูงของครามยืนพิงกรอบประตูอยู่ สีหน้าของมาเฟียหนุ่มในยามนี้เรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพถ่ายในมือของเด็กหนุ่มสลับกับลิ้นชักที่เปิดอยู่ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
"คุณ... คราม" รินทร์กลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอลงไป พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "นี่มัน... หมายความว่ายังไงครับ?"
ครามไม่ได้ตอบทันที ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยจังหวะที่มั่นคงและกดดัน ทุกก้าวที่ขยับเข้าใกล้ทำเอารินทร์ต้องถอยหลังไปจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ไร้ทางหนี
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่คืบ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนตกใจ ก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายในเชิงเยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่... 'ถูกจับได้คาหนังคาเขา' แต่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
"อยากรู้เหรอครับ?" ครามเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของรินทร์แผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินทร์ตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ "หรือว่า... อ่านความลับของฉันหมดแล้วล่ะ หื้ม?"
"คุณมันบ้า..." รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "คุณแอบดูผมทำไมตั้งนาน ทำไมไม่บอกกันตรงๆ เล่า ปล่อยให้ผมกลัวจะตายอยู่แล้วว่าคุณจะส่งคนมาเก็บ!"
"ถ้าบอกตรงๆ แล้วนายจะยอมมาอยู่ข้างๆ ฉันแต่โดยดีหรือไง?" ครามย้อนถามเสียงทุ้ม นัยน์ตาสีเข้มลึกล้ำสะท้อนเงาของเด็กหนุ่มลงไปอย่างชัดเจน ไร้ซึ่งกำแพงความเย็นชาที่เคยมี "เด็กดื้ออย่างนาย ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ มีหวังคงวิ่งหนีฉันหัวซุกหัวซุนไปอีกโลกแน่ๆ"
รินทร์อ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อครามขยับเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น มือหนาข้างหนึ่งวางทับลงบนขอบโต๊ะ กักตัวเขาไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสติกระเจิง
"คุณคราม... ถอยไปเลยนะ ผมยังเคลียร์เรื่องที่คุณแอบถ่ายรูปผมไม่จบ..." รินทร์พยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แม้แรงที่มีจะน้อยนิดเทียบเท่าลูกแมวขู่
"ไม่อเคลียร์ครับ..." ครามโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสจนรินทร์ต้องหลบตา "เพราะเรื่องที่ฉันต้องเคลียร์กับนายตอนนี้... มันสำคัญกว่าเรื่องในลิ้นชักนั้นเยอะ"
"อะ... อะไรอีกเล่า"
"ก็เรื่องที่นายแอบอ่านความรู้สึกของฉันในนั้นไง..." ครามกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังเข่าแทบทรุด "ในเมื่อความแตกแล้ว... นายต้องรับผิดชอบด้วยการเป็นเด็กดีของฉันไปตลอดชีวิต ห้ามดื้อ ห้ามหนี และห้ามมองไอ้หน้าไหนอีก... เข้าใจไหมครับ?"
รินทร์หน้าร้อนผ่าว ลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมานอกอก ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากหยักของครามกำลังจะก้มลงมาประทับปิดกลีบปากนุ่มเพื่อลงโทษความดื้อรั้น
*ปั้ง!*
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทอีกครั้ง เสียงหอบหายใจรัวของลูกน้องคนสนิทดังแทรกบรรยากาศสีชมพูขึ้นมาทันที
"คุณครามครับ! แย่แล้วครับ! ฝ่ายนั้น... ฝ่ายนั้นมันพาคนบุกเข้ามาในบริษัทแล้วครับ!"
ครามชะงักกึก สีหน้าที่เคยอ่อนโยนและเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงถอยห่างจากรินทร์ช้าๆ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างง่ายดาย
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อมองข้ามไหล่ของครามไป แล้วพบว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยในความวุ่นวายนี้... คือธันวา อดีตคู่ควงที่เคยประกาศกร้าวว่าจะแย่งครามกลับคืนมา
"อ้าว... ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าครับ ท่านประธาน?" ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตามองรินทร์ที่ยืนหน้าแดงอยู่ด้านหลังด้วยแววตาริษยาที่ปิดไม่มิด
ครามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มไร้อุณหภูมิผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่ร่างสูงจะเอื้อมมือไปคว้าปืนกล็อกสีดำสนิทจากลิ้นชักที่เปิดค้างไว้ออกมาขึ้นลำอย่างคล่องแคล่ว แล้วหันกลับมามองรินทร์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลังด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"รินทร์... ล็อกประตูห้องนี้แล้วอยู่ข้างใน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด..." ครามกระซิบเสียงต่ำด้วยความคาดโทษปนเป็นห่วง "เคลียร์เรื่องข้างนอกเสร็จ... เราค่อยมาเคลียร์เรื่อง 'ของเรา' กันต่อ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักของบอสครามและน้องรินทร์มาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้า รับรองว่าแซ่บคูณสองแน่นอนครับ!
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 14
ความลับที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชัก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!