เสียงก๊อกแก๊กที่ดังมาจากมุมห้องทำงานส่วนตัวของคราม ไม่ใช่เสียงที่คนเป็นเจ้านายจะปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเมื่อเจ้าของเสียงคือเด็กหนุ่มจอมแสบที่เขาเพิ่งคาดโทษไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รินทร์กำลังทำตัวเหมือนแมวขโมยที่ย่องเข้ามาในเขตหวงห้าม มือเรียวบางพยายามล้วงหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานที่ล็อกกุญแจรหัสไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ
"ถ้าไม่อยากให้มือคู่นั้นใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็หยุดซะรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากความมืดตรงมุมห้องทำเอารินทร์สะดุ้งสุดตัว แฟ้มเอกสารในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ร่างบางหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าร่างสูงของครามกำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่อานุภาพความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นเฉียบคมราวกับใบมีด
รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ริมฝีปากบางก็ยังไม่วายยกยิ้มกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
"อุ๊ย... คุณคราม ยังไม่นอนอีกเหรอครับ นึกว่าหลับฝันดีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" รินทร์หัวسเราะแห้ง ๆ พยายามซ่อนมือที่ถือแฟ้มไว้ข้างหลัง "พอดีผม... เดินละเมอมาหยิบน้ำกินน่ะครับ เผอิญเดินหลงเข้ามาในนี้ซะได้"
"ละเมอเดินลึกเข้ามาถึงโต๊ะทำงานส่วนตัวแถมยังพยายามไขตู้เซฟเอกสารลับเนี่ยนะ?" ครามก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทรงพลัง สายตาดุคมกริบกวาดมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า "เธอคิดว่าฉันโง่มากเหรารินทร์ ถึงได้ใช้ข้ออ้างตื้น ๆ แบบนี้มาตบตาฉัน"
"ก็ไม่ได้โง่หรอกครับ... แต่แค่หวงความเป็นส่วนตัวเกินเหตุต่างหาก" รินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้ว่าแผงอกกว้างของอีกฝ่ายจะเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง "แฟ้มนี้มันเกี่ยวกับเรื่องอะไรทำไมต้องปิดบัง? หรือว่ามันมีเรื่องที่คุณครามกำลังปิดบังผมอยู่กันแน่... เรื่องของธันวาใช่ไหมล่ะครับ?"
สิ้นชื่อของอบรรดาตัวปัญหา บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งลดฮวบลงจนติดลบ รัศมีอันตรายจากตัวครามพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตอย่างคาดโทษ
"ฉันเตือนเธอแล้วนะรินทร์..." ครามเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือบางเอาไว้ บีบกระชับด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บแต่ก็ดิ้นไม่หลุด ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "ว่าอย่าล้ำเส้นเข้ามาในเรื่องส่วนตัวของฉัน เรื่องของธันวา... มันไม่ใช่ธุระอะไรที่เด็กกวนประสาทอย่างเธอต้องมาใส่ใจ"
"ไม่ใช่ธุระแล้วคุณครามพาผมเข้ามาพัวพันทำไมล่ะครับ!" รินทร์สวนกลับทันควัน เสียงหวานตวาดกลับด้วยความเหลืออด ความน้อยใจและอยากเอาชนะตีรวนขึ้นมาในอก "ส่งผมมาเป็นเป้าให้ผู้ชายคนนั้นตามรังควาน แต่พอผมอยากจะรู้ความจริงเพื่อปกป้องตัวเอง คุณกลับบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของผมงั้นเหรอ? ใจร้ายชะมัด!"
"ฉันบอกว่าไม่ต้องยุ่ง... ก็คือไม่ต้องยุ่ง!" ครามขึ้นเสียงต่ำอย่างเหลืออด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนต้องระบายด้วยการรวบเอวบางเข้ามาชิดแนบลำตัว บังคับให้รินทร์ต้องเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ "เธอไม่รู้หรอกว่าโลกที่ฉันยืนอยู่มันสกปรกแค่ไหน และฉันไม่อยากเอาตัวปัญหาอย่างเธอไปแลกกับความเสี่ยงบ้าบออะไรทั้งนั้น!"
"ถ้ามันเสี่ยงนักทำไมไม่ไล่ผมออกไปซะล่ะครับ!" รินทร์โต้กลับเสียงสั่น ดวงตาคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสด้วยความโกรธปนน้อยใจ มือเล็กพยายามทุบลงบนอกแกร่งเพื่อผลักไส "เก่งนักรึไงที่คอยทำตัวเป็นพ่อพระคอยบงการชีวิตคนอื่นเขาไปหมด! ผมไม่ใช่ตุ๊กตาของคุณนะคราม!"
คำพูดที่หลุดออกมาพร้อมแรงอารมณ์ทำให้ครามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้รั้นเสียจนน่าตีให้เข็ด แต่ลึก ๆ แล้ว เขากลับสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพยศนั้น มือหนาที่เคยบีบข้อมือเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายประคองกรอบหน้าเนียนเอาไว้แทน นิ้วโป้งเกลี่ยเบา ๆ ที่พวงแก้มใสอย่างเผลอตัว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังประสานกันในระยะประชิด เคมีที่ดึงดูดและผลักไสทำงานพร้อมกันจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รินทร์นิ่งค้างไปกับสัมผัสอ่อนโยนที่นาน ๆ ทีจะได้รับจากคนปากร้ายอย่างคราม ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาคมกริบของอีกฝ่ายเลื่อนลงมามองริมฝีปากเขาอย่างจงใจ
"ดื้อด้าน... ปากเก่ง..." ครามพึมพำเสียงพร่า แววตาดุร้ายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง "ถ้าเธอยังไม่เลิกทำตัวสอดรู้สอดเห็น... รู้ไหมว่าฉันจะต้องลงโทษเธอยังไง?"
"ป... ปล่อยนะ คุณครามจะทำ..."
คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาโน้มลงมาทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มอย่างไร้การลังเล เป็นการจุมพิตที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความอ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยความดุดัน ความหวงแหน และการลงทัณฑ์คนดื้อรั้นที่ไม่ยอมเชื่อฟัง รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัดขืนที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อรสจูบนั้นเริ่มลึกซึ้งและรุกเร้าจนร่างบางแทบละลายคาอ้อมแขน
มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยของรินทร์ให้รับสัมผัสได้ถนัดขึ้น ขณะที่อีกข้างโอบกระชับเอวบางไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้คนอวดดีได้ทันตั้งตัวหรือแม้แต่จะเปล่งเสียงประท้วง รินทร์พยายามทุบไหล่ประท้วงเบา ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความวาบหวามที่อีกฝ่ายจงใจป้อนให้อย่างเอาแต่ใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเคืองเมื่อครู่นี้ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านจนเกินต้านทาน
กระทั่งในจังหวะที่ลมหายใจเริ่มขาดช่วง ครามจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รินทร์หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดจนหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกรังแก ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองค้อนคนฉวยโอกาสอย่างไม่เป็นภาษา
"นี่คือบทลงโทษสำหรับคนชอบล้ำเส้น..." ครามกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มแหบพร่าพัดผ่านผิวแก้มจนขนลุกซู่ "และจำไว้... ว่าอย่าลองดีกับฉันอีก"
รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก แม้จะอยากเถียงกลับใจจะขาด แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกตอนนี้กลับทำให้เขาพูดไม่ออก ได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่ให้อีกฝ่ายอย่างฮึดฮัด
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่รินทร์จะได้สะบัดหน้าหนีเพื่อกู้ฟอร์ม เสียงเคาะประตูดังปัง ๆ สามครั้งติดต่อกันอย่างรุนแรงจากด้านนอก ก็ทำลายบรรยากาศเงียบงันลงทันที ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหันขวับไปมอง
"คุณคราม! แย่แล้วครับ! มีคนบุกรุกเข้ามาทางประตูหลัง... มันกำลังตรงมาที่ห้องทำงานนี้ครับ!"
ดวงตาคมของครามวาวโรจน์ขึ้นในทันที ร่างสูงผละออกจากรินทร์ด้วยความรวดเร็ว แววตาซึน ๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมของนักล่าที่พร้อมขยี้ใครก็ตามที่กล้าล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา
รินทร์หน้าถอดสีเมื่อหันไปมองประตูห้องที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในความมืด...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 5
ขอบเขตที่ห้ามล้ำเส้น
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!