เสียงกริ่งโลหะที่กระทบกันเบาๆ ยามบานประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานของครามคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเหมือนเป็นการโยกคันโยกจุดชนวนระเบิดเวลาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับชั่วโมงให้ทำงานเร็วยิ่งขึ้น
รินทร์ที่กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าเถียงกับเจ้าของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชานันท์ถึงกับชะงัก ดวงตากลมโตไหววูบเล็กน้อยก่อนจะกวาดมองผู้ที่เพิ่งก้าวขาเข้ามาใหม่ด้วยความระแวดระวัง
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบรนด์ดังเข้ารูป เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเซ็ตไว้อย่างประณีต ใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตาคู่กลับเย็นชาและเต็มไปด้วยความถือดี ธันวา... อดีตคนที่เคยยืนอยู่ในตำแหน่งที่รินทร์กำลังจะก้าวเข้าไปเหยียบ กำลังก้าวช้าๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยไม่แม้แต่จะชายหางตาแลเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนอยู่มุมห้องเลยด้วยซ้ำ
"ผมเคาะประตูแล้วนะครับคุณคราม แต่ดูเหมือนว่า... บทสนทนาข้างในจะออกรสออกชาติเสียจนคุณไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเจือไปด้วยความประชดประชันอย่างไม่คิดจะปิดบัง นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองเอกสารสัญญาบนโต๊ะสลับกับร่างของรินทร์ที่ยืนตัวเกร็ง
ครามขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตาคมดุราวกับพญาอินทรีย์จ้องเขม็งไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญ "ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาทางห้องส่วนตัวของผม ธันวา?"
"ถ้าผมไม่เข้ามา... ผมคงไม่ได้ยินคำประกาศิตหรอกครับว่า 'เด็กฝึกงาน' คนนี้ กำลังจะย้ายเข้ามาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับคุณ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่าเด็กฝึกงานด้วยความดูแคลน ก่อนจะหันมาสบตากับรินทร์ตรงๆ รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน "ยินดีด้วยนะน้องรินทร์... การก้าวเข้ามาในถ้ำเสือ มันไม่ง่ายเหมือนการเดินเล่นในสวนหรอกนะ ระวังตัวไว้หน่อยล่ะ เดี๋ยวจะกระดูกไม่
เหลือ"
รินทร์เม้มปากแน่น ความรู้สึกคุ้นชินกับการถูกดูถูกจากสังคมไฮโซตีรวนขึ้นมาในอกจนแน่นหน้าอก แต่มีหรือที่คนอย่างรินทร์จะยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำซ้ำสอง รอยยิ้มยั่วโมโหถูกระบายขึ้นบนใบหน้าหวานทันที
"ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะครับรุ่นพี่ธันวา..." รินทร์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิดเพื่อลดระยะห่าง "แต่ผมว่า... คนที่น่าจะเป็นห่วงเรื่อง 'พื้นที่ยืน' น่าจะเป็นคนที่เคยอยู่ที่นี่แล้วโดนเขี่ยทิ้งมากกว่านะครับ ว่าไหม?"
เพล้ง!
บรรยากาศในห้องแทบจะแข็งค้าง ธันวาหน้าเสียไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยนิ่งสงบฉายแววเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที มือเรียวที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ครามมองการปะทะฝีปากนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา แม้ในใจจะแอบทึ่งกับความปากกล้าไม่กลัวตายของเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเริ่มจะเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว
"พอได้แล้วทั้งคู่!" ครามตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนธันวาและรินทร์ต้องผถอยหลังไปคนละก้าว แรงกดดันจากมาเฟียหนุ่มแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนแทบหายใจไม่ออก "ธันวา คุณมีธุระอะไรก็พูดมา ถ้าไม่มีก็เชิญออกไป ทางนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาทำตัวไร้มารยาท"
ธันวาเม้มปากแน่น ส่งสายตาอาฆาตมาที่รินทร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ครามตามเดิม "ผมก็แค่ว้าวุ่นใจเรื่องโปรเจกต์ใหม่ เลยอยากมาปรึกษาคุณ... แต่ดูท่าทางวันนี้ คุณคงยุ่งอยู่กับการ 'ต้อนรับ' สัตว์เลี้ยงตัวใหม่สินะครับ งั้นผมไม่กวนใจดีกว่า"
ร่างสูงของธันวากลับตัวเดินออกจากห้องไปอย่างสง่างาม ทว่าแรงกระแทกจากการปิดประตูกลับดังสนั่นสะท้อนความไม่พอใจของเจ้าตัวออกมาได้อย่างชัดเจน
ห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ครามทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้หนังราคาแพง ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อระงับอาการปวดหัวตุบๆ รินทร์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่เมื่อกี้ก็ยอมรับว่าแอบใจหายวาบเหมือนกันที่ต้องปะทะกับตัวแม่ระดับนั้น
"เก่งนักนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ครามเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย "ปากคอเราะร้ายแบบนี้... ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าไปต่อปากต่อคำกับธันวาแบบนั้น รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?"
"ผมไม่จำเป็นต้องรู้หรอกครับว่าเขาเป็นใคร..." รินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ "ในเมื่อเขาเริ่มต้นหาเรื่องผมก่อน จะให้ผมยืนยิ้มรับคำดูถูกหรือไงครับ? ผมไม่ใช่กระสอบทรายนะคุณคราม"
ครามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ปากดีแบบนี้... หวังว่าจะเก่งได้ตลอดรอดฝั่งนะ เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป นายไม่ได้เป็นแค่นักศึกษาฝึกงานธรรมดาแล้ว... รินทร์"
ร่างสูงผุดลุกขึ้นหยิบกุญแจรถบนโต๊ะ ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว จนเด็กหนุ่มต้องผถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้ ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวโตกว่าปัดป่าวกระทบกับข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัส
"คุณ... จะทำอะไร?" รินทร์ใจเต้นรัวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว
ครามก้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ทำให้ขนลุกชันไปทั้งร่าง
"เก็บกระเป๋าซะ... แล้วตามฉันมาที่รถ" ครามหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "เพราะต่อจากนี้... นายต้องย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ของฉัน... และห้องนอนของนาย จะอยู่ 'ติดกับห้องฉัน' แบบไร้ทางหนี"
รินทร์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสั่งเผด็จการนั้น แต่ก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากเถียง ครามก็คว้าข้อมือเรียวของเขาไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกจากตึกบริษัทใจกลางเมือง มุ่งหน้าสู่ชานเมืองทิศเหนือ ที่ซึ่งคฤหาสน์หลังใหญ่ทรงยุโรปโบราณตั้งตระหง่านอยู่หลังกำแพงสูงลิบ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบและวังเวงราวกับหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงบ่งบอกเวลาพลบค่ำ
รถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าประตูกฤษ์ใหญ่ของคฤหาสน์ พนักงานต้อนรับและแม่บ้านยืนเรียงแถวรอรับด้วยความสำรวม ทว่ารินทร์กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ถูกล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนา
ครามเดินนำเข้ามาในตัวบ้าน โถงทางเดินกว้างขวางประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลระยิบระยับ ทุกอย่างดูหรูหราสมฐานะมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล แต่สำหรับรินทร์แล้ว... มันกลับให้ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"นี่คือห้องของนาย..." ครามหยุดยืนหน้าบานประตูไม้สีเข้มบานหนึ่งที่อยู่สุดทางเดินชั้นสอง มือหนาหมุนลูกบิดเปิดออกเผยให้เห็นห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มดูเคร่งขรึมและเป็นระเบียบเรียบร้อยทุกระเบียดนิ้ว
รินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดตากับประตูอีกบานหนึ่งที่อยู่มุมห้องฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีประตูเชื่อมต่อไปยังห้องนอนอีกห้องอย่างเห็นได้ชัด
"แล้วประตูบานนั้น..." รินทร์ชี้มือไปที่ประตูบานนั้นด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง
ครามเดินเข้าไปใกล้ ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ดวงตาดำขลับจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยประกายไฟที่อ่านไม่ออก
"ห้องของฉันเอง..." ครามก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทร์อีกครั้ง จนแผ่นหลังบางแนบติดกับขอบเตียงนอนนุ่ม "และจำไว้... ประตูบานนี้ 'ไม่เคยล็อก' อยากลองพิสูจน์ดูหน่อยไหมล่ะ... ว่าถ้าดึกๆ นายเกิดดื้อขึ้นมาจริงๆ ใครจะเป็นคนมาจัดการนายก่อนกันแน่?"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ!
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 4
หน้าที่ที่แสนอึดอัด
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!