กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงยังไม่จางหายไปจากห้องสวีทหรูชั้นบนสุดของโรงแรม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เมื่อประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน... *คนที่บงการเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็น...*
"หึ... น่าเสียดายนะครับที่รินทร์รู้ตัวช้าไปหน่อย"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลจนน่าขนลุกดังขึ้นจากมุมมืดของห้องรับแขก ธันวา ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างดูเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ในมือเรียวถือสมาร์ทโฟนเครื่องหรูที่มีหน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของครามอย่างชัดเจน
รินทร์ยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจกระหน่ำซัดเข้ากับซี่โครงจนเจ็บแปลบ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนความโกรธเกรี้ยวระคนกัน เขากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ขณะจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมอง
"นาย... ต้องการอะไรกันแน่ ธันวา" รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าภายในจะปั่นป่วนจนแทบยืนไม่อยู่
"ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากหรายนอกจาก... ของที่ควรจะเป็นของผมแต่แรก" ธันวาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก "คุณครามเขาแค่ถูกความใจอ่อนบังตาไว้... เด็กกะโปโลอย่างคุณ ไม่มีทางเข้าใจโลกอันมืดมนของเขาหรอกรินทร์ ปล่อยให้คนที่คู่ควรเขาดูแลเถอะครับ"
"พูดจาเพ้อเจ้ออะไรวะ!" รินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว "คิดว่าสร้างสถานการณ์บ้าๆ แบบนี้แล้วครามเขาจะโง่เชื่อมนต์ดำประสาทๆ ของนายหรือไง? ถอยไป!"
รินทร์พยายามจะเดินเลี่ยงผ่านตัวปัญหาเพื่อไปให้พ้นจากห้องนี้ แต่ธันวากลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือที่มีคลิปวิดีโอซึ่งถูกตัดต่ออย่างแนบเนียนให้เห็นภาพรินทร์กำลังกอดอยู่กับคนอื่นบนเตียงของคราม... ภาพที่ต่อให้คนฉลาดแค่ไหนมาเห็น ก็ยากที่จะปฏิเสธในแวบแรก
"ถ้าคุณครามมาเห็นภาพนี้ในอีกสามนาทีข้างหน้า... คุณคิดว่าผู้ชายที่หึงโหดและบ้าคลั่งจนแทบพลิกแผ่นดินอย่างเขา จะฟังคำอธิบายของคุณไหมล่ะครับ?" ธันวาแสยะยิ้ม เหยียดยอดความเหนือกว่าออกมาอย่างไม่ปิดบัง
รินทร์เบิกตากว้าง สติที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ ภาพของครามเวลาโมโห... สายตาดุดันที่พร้อมจะทำลายล้างทุกอย่าง และคำพูดเชือดเฉือนที่เคยบาดลึกในใจผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ถ้าครามเข้าใจผิดจริงๆ ล่ะ? ถ้าเสือร้ายตัวนั้นคลุ้มคลั่งขึ้นมาโดยไม่ฟังเหตุผลล่ะ?
"แกมันเลวสิ้นดี..." รินทร์คำรามต่ำ มือเรียว2ข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"ขอบคุณที่ชมครับ" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วแกล้งทำเป็นสะดุดล้มลงกับพื้น พร้อมกับส่งเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ "โอ๊ย! รินทร์... ผมเจ็บนะ ทำไมต้องผลักผมด้วย!"
*ฉากละครฉากใหญ่ถูกเปิดฉากขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้นเอง*
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของครามที่ก้าวออกมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันขวับมามองยังต้นเสียงทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย
ภาพที่ครามเห็นคือ ธันวานั่งล้มอยู่บนพื้นด้วยสภาพเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยความตื่นตระหนก และมีรอยแดงจางๆ ที่มุมปาก ขณะที่รินทร์ยืนหอบหายใจแรง กำมือแน่นอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีคุกคาม
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่กลับสร้างความอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก
รินทร์หันไปมองหน้าคราม หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาคู่คมนั้นหรี่ลงอย่างน่ากลัว มันไม่ใช่แววตาของความสงสัย แต่มันคือประกายไฟแห่งความโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
"คราม... ฟังผมนะ มันไม่ใช่..." รินทร์รีบเอ่ยปากอธิบาย ทว่าน้ำเสียงกลับสะดุดกึกเมื่อเห็นครามก้าวเดินเข้ามาใกล้
ครามไม่แม้แต่จะชายตามองธันวาที่นั่งอยู่บนพื้น ร่างสูงหยุดยืนเผชิญหน้ากับรินทร์ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด ดวงตาคมกริบกวาดมองรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"นายกล้ามากนะรินทร์..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ น้ำเย็นจัดแต่แฝงไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์ "กล้าพาคนเข้ามาถึงห้องนอน... แล้วยังกล้าลงมือทำร้ายแขกของฉันถึงที่นี่อีกเหรอ?"
รินทร์หน้าถอดสี หัวใจชาดิกราวกับถูกน้ำแข็งสาดเข้าใส่ ความรู้สึกน้อยใจพุ่งทะลุขีดจำกัดเมื่อคนของตัวเองเลือกที่จะเชื่อภาพตรงหน้ามากกว่าคำพูดของเขา
"นายคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอคราม?" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา ทว่าดวงตากลมโตกลับสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด "ถ้านายโง่พอที่จะเชื่อภาพจอมปลอมพวกนี้... ก็เชิญเชื่อตามสบายเถอะ!"
พูดจบ รินทร์ก็สะบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินพ้นประตูออกไปให้พ้นจากบรรยากาศบ้าๆ นี้ แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกมือหนาคว้าหมับไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่แทบจะบดกระดูกให้แหลกครามออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว ร่างของรินทร์ก็ปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันแข็งแกร่งอย่างไร้ทางสู้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับน้ำเสียงกระซิบที่ชวนให้ขนลุกซู่ด้วยความหวาดหวั่น
"คิดจะหนีไปไหน..." ครามก้มลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่ "ในเมื่อเกมนี้... นายเป็นคนเริ่มเล่นมันเองนะรินทร์"
รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะบิดข้อมือออกจากการพันธนาการ แต่ยิ่งดิ้น แรงรัดรอบเอวก็ยิ่งแน่นหนาขึ้นราวกับคีมเหล็ก
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด สายตาของรินทร์ก็เหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนอยู่ใต้เงาสลัวของธันวา... รอยยิ้มของผู้ชนะที่กำลังมองดูความพินาศของพวกเขาจากระยะประชิด
และก่อนที่รินทร์จะได้อ้าปากพูดอะไรเพื่อแก้สถานการณ์ ธันวาที่ลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันทุกคน
"เอ่อ... ถ้าผมรบกวนเวลาส่วนตัวของพวกคุณ... ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่านะครับ พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... *ความลับเรื่องสัญญาเงินกู้ของครอบครัวรินทร์* ที่ผมถืออยู่น่ะ ถึงกำหนดต้องสะสางวันนี้พอดีเลย..."
รินทร์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นนี้นะครับ
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 20
กับดักของคนร้าย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!